มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 10825 คน
วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557 เวลา 23:48 น.  ข่าวสดออนไลน์


มติศาลรัฐธรรมนูญ ทางออกหรือกับดัก?

รายงานพิเศษ

หมายเหตุ : ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติวันที่ 24 ม.ค. ในคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้วินิจฉัยว่า การกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่สามารถทำได้หรือไม่ และอำนาจในการกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.ใหม่ เป็นอำนาจขององค์กรใด


ณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 เห็นว่า วันเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไป ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ยุบสภาผู้แทนราษฎร สามารถกำหนดขึ้นใหม่ได้ 

เนื่องจากบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรคสอง ไม่ได้บังคับเด็ดขาดว่า จะมีการกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่ไม่ได้เลย เพราะหากเกิดเหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่นขัดขวางทำให้การจัดการเลือกตั้งทั่วไปตามกำหนดเดิม ไม่อาจดำเนินการให้บรรลุผลตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญได้ 

หรืออาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ ความมั่นคงแห่งรัฐ หรือภัยพิบัติสาธารณะอันสำคัญ ก็สามารถกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่ จากที่กำหนดไว้ในพ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร ได้ตามสภาพการณ์แห่งความจำเป็น 

เหมือนกรณีเคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในประเทศไทย เมื่อครั้งใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งวันเลือกตั้งทั่วไป ที่กำหนดไว้ในพ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2549 เป็นวันที่ 2 เม.ย. 49 ต้องถูกกำหนดขึ้นมาใหม่ตามพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส. เป็นการทั่วไป พ.ศ.2549 

ที่ได้กำหนดให้มีวันเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่เป็นวันที่ 15 ต.ค. 49 หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยชี้ขาดให้การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 เม.ย. 49 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากดำเนินการไปไม่ถูกต้องตามที่กำหนดไว้

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 เห็นว่า การกำหนดวันเลือกตั้งส.ส. เป็นการทั่วไปขึ้นใหม่นั้น เป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันของนายกรัฐมนตรีและประธาน กกต.

เนื่องจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 235 บัญญัติให้ กกต.เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งส.ส.ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม 

และวรรคสองบัญญัติให้ประธาน กกต.เป็นผู้รักษาการตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. ซึ่งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยชอบด้วยพ.ร.บ.ดังกล่าว 

ทั้งพ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 มาตรา 5 ก็บัญญัติให้ประธาน กกต.เป็นผู้รักษาการตามพ.ร.ฎ.ดังกล่าวร่วมกับนายกฯ ด้วย เพื่อให้บุคคลทั้งสองเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าหากมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่จากวันเลือกตั้งทั่วไปเดิม ที่กำหนดไว้ในพ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร ย่อมเป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันของนายกฯ และประธาน กกต.

ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายจะต้องร่วมกันดำเนินการเพื่อป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ และความเสียหายร้ายแรงมิให้เกิดแก่ประเทศชาติหรือประชาชนด้วยความสุจริต และถือประโยชน์ของประเทศชาติและสันติสุขของประชาชนเป็นสำคัญ 

หากมีเหตุที่จะนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงแก่ประเทศชาติ หรือประชาชนอันเนื่องมาจากการจัดการเลือกตั้งทั่วไป กกต.ก็ชอบที่จะต้องแจ้งให้กับนายกฯ หรือคณะรัฐมนตรีทราบ 

เพื่อให้พิจารณาดำเนินการตราพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่ตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของนายกฯ และประธาน กกต.ในฐานะผู้รักษาการตามพ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องดำเนินการร่วมกัน เพื่อให้การเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไป สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดีตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ


พวงทอง ภวัครพันธุ์ 
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ



คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแค่แนะนำว่าเลื่อนการเลือกตั้งได้ แต่ไม่ได้บอกว่าต้องเลื่อน อีกทั้งศาลฯ ไม่ได้อธิบายว่าการเลื่อนการเลือกตั้งวางอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายอะไร ที่จะสามารถทำให้การเลื่อนการเลือกตั้งทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 

จะเห็นว่าไม่มีความชัดเจนตามกฎหมายเลย รัฐบาลไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ 

นอกจากนี้ ศาลฯ ไม่ได้ระบุว่าต้องเลื่อนไปนานแค่ไหน ในส่วนของรัฐบาลต้องการให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด แต่กกต. ต้องการให้เลื่อนออกไปนานขึ้น ดังนั้น การที่ศาลฯ ไม่ระบุระยะเวลาก็ก่อให้เกิดปัญหา 

และไม่พูดให้ชัดเจนว่าหากเลื่อนไปแล้วหมายความว่าการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศ ที่มีการลงคะแนนไปแล้วจะเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนที่จะนำไปรวมกับผลเลือกตั้ง ต้องเก็บคะแนนที่ประชาชนใช้สิทธิ์ไปแล้วไว้ หรือต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

และพรรคการเมืองที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ได้ จะเป็นปัญหาให้ลงสมัครใหม่หรือไม่ 

ดังนั้น รัฐบาลควรเดินหน้าเลือกตั้งเพราะประชาชนรออยู่ 

การจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของกกต. ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลจึงไม่ขัดกันตามมาตรา 214 เพราะถ้าเข้าข่ายมาตราดังกล่าวต้องหมายความว่าสององค์กรขัดกันเรื่องภาระหน้าที่ แต่กฎหมายกำหนดชัดเจนว่าเป็นหน้าที่ของ กกต.รัฐบาลแค่รักษาความสงบในการเลือกตั้ง



วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ 
นักกฎหมายอิสระ



สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทำให้ปัญหาที่มีทางออกอยู่แล้ว กลายเป็นปัญหาที่ไม่มีทางออก ปัญหาว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ. จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นมีอยู่จริง แต่ทางออกมีอยู่โดยที่ไม่ต้องเลื่อนวันเลือกตั้ง 

รัฐธรรมนูญบัญญัติชัดเจนว่าในกรณีที่มีปัญหา เช่น เกิดการจลาจล ให้เลื่อนเฉพาะเขตที่มีปัญหา หากเลือกตั้งแล้วยังได้ส.ส.ไม่ครบ 95 % ก็ยังมีเวลาอีก 180 วัน ดังนั้น ประเด็นที่สังคมตั้งคำถามนั้นมีทางออกอยู่แล้ว 

สาเหตุของปัญหาไม่ได้อยู่วันที่ 2 ก.พ. เป็นวันอัปมงคล หรือวันน้ำท่วมโบก แต่ปัญหาคือเรื่องตัวบุคคลที่ปิดล้อมไม่ให้มีการเลือกตั้ง 

สาเหตุที่ต้องแก้จึงไม่เกี่ยววันที่ จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกเดือนหรือสองเดือน กปปส.ก็ไม่พอใจอยู่ดีเพราะสิ่งที่เขาเรียกร้องคือหยุดเลือกตั้ง ปฏิรูปประเทศ 

การเลื่อนวันเลือกตั้งจึงไม่ตอบโจทย์แต่ที่ต้องทำคือให้ กปปส.เคารพกฎหมาย ที่ทำมาทั้งหมดจึงเป็นการแก้ปัยหาผิดจุดเพราะคิดว่าวันที่ 2 ก.พ.เป็นปัญหา 

ถามว่ามติที่ออกมาศาลฯ ได้บังคับให้เลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่ ศาลฯไม่ได้บังคับตรงๆ แต่อ่านแล้วเข้าใจได้ว่าเป็นการขู่ทางอ้อม เพราะศาลฯรู้ดีว่าถ้าสมมติศาลฯพูดแบบนี้ ต่อไปถ้ามีปัญหาสังคมจะชี้นิ้วมาที่รัฐบาล 

เพราะกกต.มีท่าทีอยากเลื่อนการเลือกตั้งอยู่แล้ว พอศาลฯมาพูดแบบนี้เท่ากับตีกรอบให้รัฐบาลเป็นแพะต้องรับบาป หากจัดเลือกตั้งแล้วไม่ครบมีความวุ่นวาย กลายเป็นปัญหารัฐบาลต้องรับผิดชอบ 

ทางออกซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายคือการใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 68 สั่งห้ามการกระทำของผู้ชุมนุมที่จะเข้าปิดล้อมสถานที่เลือกตั้ง เพราะเป็นการใช้เสรีภาพล้มล้างการปกครอง เปลี่ยนระบอบมาเป็น กปปส.

มติที่ออกมาเหมือนศาลฯ จงใจ เพราะตอนที่มีผู้ยื่นคำร้องว่า กปปส.เรื่อง 68 ศาลบอกว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่วันนี้ศาลฯกลับรับรู้ว่ามีปัญหาให้เลื่อนการเลือกตั้งได้ ซึ่งมันขัดกันเอง 

ประเด็นที่จะเป็นปัญหาตามมา เรื่องแรก สมมติต้องเลื่อนการเลือกตั้งไปจริงๆ มาตรา 7 ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูย ว่าด้วยเรื่องที่มาส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. ที่กำหนดเกี่ยวกับกระบวนการรับสมัครต้องประกาศแจ้งไว้ในราชกิจจานุเบกษา ภายหลังมีพ.ร.ฎ.ยุบสภา กำหนดวันเลือกตั้ง 

ถ้ามีพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ เท่ากับกกต. ต้องประกาศในราชกิจจาฯใหม่ เท่ากับกระบวนการที่ผ่านมาสูญเปล่า 

และยังเป็นปัญหาต่อการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ดำเนินการไปแล้ว ทั้งวันที่ 26 ม.ค. ที่ต้องเดินหน้าต่อ ไม่เฉพาะแค่การใช้สิทธิ์ล่วงหน้าของคนไทยในต่างประเทศ แบบนี้ประชาชนก็สับสน 

ประเด็นที่สอง ถามว่าถ้าเลื่อนจะเลื่อนไปไกลแค่ไหน ในขณะที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องไม่เกิน 60 วัน หลังยุบสภา นายกฯยุบสภาวันที่ 9 ธ.ค. 60 วันก็ไม่เกินวันที่ 9 ก.พ. อย่างมากก็ได้สัปดาห์เดียวผลมันต่างกันหรือ 

ที่จริงศาลฯไม่มีอำนาจตีความในลักษณะนี้ และยังเป็นการตีความที่ผิดรัฐธรมนูญ เพราะประเด็นไม่ได้อยู่ที่วันที่ในปฏิทิน จึงเป็นเรื่องตลก การเลื่อนการเลือกตั้งจะตีความไม่ได้หากไม่มีตัวบทกฎหมายที่เป็นอักษรรองรับ 

ทางออกจึงขึ้นกับ ครม. กกต เจ้าหน้าที่รวมถึงกองทัพที่จะทำให้การเลือกตั้งเดินไปได้





 
 


 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.