มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 7811 คน
วันที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2557 เวลา 11:30 น.  ข่าวสดออนไลน์


จับอีก2ฆ่าพ่อแม่พี่ - ซัดลูกคนเล็กจ้าง

รวบอีก 2 ทีมฆ่าพ่อแม่พี่ 3 ศพ ชี้เป็นมือปืน-คนขับรถพาไปสังหาร"บิ๊กแจ๊ด" นำตัวแถลงข่าว รับสิ้นใช้กุญแจที่ลูกคนเล็กปั๊มให้ไขเข้าบ้าน ก่อนชักปืนขู่ร.ต.ท.ให้นอนคว่ำ แล้วใช้หมอนปิด-จ่อยิงดับ จากนั้นยิงแม่-พ่อซ้ำ ซัดลูกคนเล็กจ้างฆ่า อ้างเป็นกลุ่มที่โกงบ้าน-ที่ดินไป บิ๊กแจ๊ดสั่งตั้งค่าหัวล่า "ไอ้ป้อม" มือปืนที่ยังหนีอีกราย แฉเพื่อนชายคนสนิทลูกคนเล็กเป็นผู้ติดต่อหามือปืน ปมหวังมรดกที่ดินร้อยล้าน "จรัมพร" ชี้วางแผนฆ่าตั้งแต่พ.ย.56 มือปืนดูลาดเลาหลายครั้ง เผยลูกคนเล็กยังยืมเงินพี่ชาย 6 หมื่น อ้างเปิดฟิตเนส-ก่อนใช้จ้างทีมฆ่า จนท.คุมตัวทำแผน-ฝากขัง ญาติรุดเยี่ยมเผยหลานชาย-เพื่อน ปัดมีเอี่ยวฆ่าพ่อแม่พี่



จากคดีสะเทือนขวัญฆ่ายกครัว 3 ศพ ทั้งร.ต.ท.ธรรมณัฐ หอมชง ร้อยเวร สน.ตลิ่งชัน พ.อ.วิชัย หอมชง อายุ 63 ปี ข้าราชการบำนาญ กรมแพทย์ทหารบก บิดา และนางวนิดา หอมชง มารดา เหตุเกิดในบ้านพักย่านบางแค กทม. ต่อมาตำรวจเรียกตัวนายกิตตินันท์ หรือเต้ย หอมชง อายุ 22 ปี ลูกชายคนเล็กของครอบครัว มาสอบสวนจนยอมเปิดปากรับสารภาพร่วมฆ่าโหดพ่อ แม่และพี่ชาย ปมหวังฮุบมรดกและเก็บกดจากการถูกพ่อแม่กดดัน แถมน้อยใจที่รักพี่ชายมากกว่า จึงให้เพื่อนชายคนสนิทจ้างมือปืนบุกยิงล้างครัว ตามที่เคยเสนอข่าวไปนั้น



ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมพล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล ผบก.น.9 พ.ต.อ.พงษ์อานันต์ คล้ายคลึง รองผบก.น.9 พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. แถลงจับกุมนายกิตตินันท์ นายศักรินทร์ หรือกอล์ฟ พันธกุล อายุ 22 ปี เพื่อนชายคนสนิทของนายกิตตินันท์ นายฉลาด หรืออาจารย์ป๊อด เที่ยงธรรม อายุ 53 ปี และนายสุระพงษ์ หรือจ่าแอ๊ด ชูพันธ์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าโหดยกครัว 3 ศพ โดยมีนายเด่นชัย บุญกระพือ อายุ 50 ปี น้องชายของ นางวนิดา เดินทางมาร่วมฟังการแถลงข่าวด้วย



พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า หลังจากประชุมเร่งรัดคดีเพื่อคลี่คลายให้ได้โดยเร็ว ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างต้องชัดเจนตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ ผู้ต้องหารับสารภาพแล้วจะปิดคดี ซึ่งคดีนี้สรุปได้ว่านายเต้ย ลูกชายคนเล็กรับสารภาพว่าร่วมกับเพื่อนชื่อนายกอล์ฟ ฆ่าพ่อแม่และพี่ชายของตัวเอง สาเหตุมาจากเรื่องมรดกต่อมาพนักงานสอบสวน สน.หลักสองขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมด 5 คน ซึ่งเมื่อกลางดึกวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย คืออาจารย์ป๊อด ทำหน้าที่ขับรถพามือปืนไปก่อเหตุ โดยจับกุมได้ที่ซอยรัชดาภิเษก 16 และจ่าแอ๊ดมือปืนที่ลงมือสังหาร โดยจับกุมได้ที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แต่ยังมีมือปืนอีก 1 คน ที่ร่วม ก่อเหตุและยังอยู่ระหว่างหลบหนีคือ นายสิริชัย หรือป้อม เพิ่มพูนศักดิ์ อายุ 39 ปี ซึ่งขณะนี้จัดกำลังติดตามตัวแล้ว



พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับนายป้อมเคยต้องโทษในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น พื้นที่ สน.ดินแดง เพิ่งพ้นโทษออกมา และมาก่อเหตุสังหารในคดีนี้อย่างอุกอาจและโหดเหี้ยม ทั้งนี้ ได้ตั้งรางวัลนำจับ 5 แสนบาททันที ให้กับคนที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมตัวนายป้อมได้ และขอเตือนเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมตัวนายป้อมให้ใช้ความระมัดระวัง เพราะเป็นคนที่มีประวัติในการยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่มาแล้ว



ด้านอาจารย์ป๊อดให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ขับรถแท็กซี่ ซึ่งเช่ามาจากคุณไก่ (เจ้าของรถแท็กซี่) พามือปืนไปลงมือสังหารผู้ตาย โดยวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 22.00 น. ขับรถจากย่านห้วยขวางไปที่ห้างเดอะมอลล์บางแค โดยรออยู่ที่สวนหย่อมใต้สะพานจนถึงเวลา 02.00 น. ก่อนขับรถพามือปืนไปที่บ้านของ ผู้ตาย เมื่อไปถึงได้จอดรถไว้เชิงสะพาน ห่างจากบ้าน 30 เมตร จากนั้นจ่าแอ๊ดกับนายป้อมเป็นคนลงไปยิงผู้ตาย โดยได้ยินเสียงปืน 3 นัด ผ่านไป 10 นาทีมือปืนทั้ง 2 คนก็กลับมาที่รถพร้อมบอกว่า "เรียบร้อยแล้ว" ปกติตนเปิดแผงพระอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี ต่อมาได้รับการว่าจ้างจากนายเต้ย ลูกชายแท้ๆ ของผู้ตาย และนายกอล์ฟ โดยบอกว่าพ่อถูกโกงบ้านให้ไปช่วยจัดการหน่อย ถ้ารู้ว่าเป็นพ่อแม่ลูกกันก็คงไม่ทำ



ขณะที่จ่าแอ๊ดให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายเต้ยและนายกอล์ฟ ระหว่างที่ได้รับการติดต่อตนบอกกลับไปว่าไม่มีปืน ต้องติดต่อนายป้อม เพราะมีปืน จึงใช้ปืนของนายป้อมก่อเหตุ โดยวันเกิดเหตุเข้าไปกับนายป้อม โดยนายเต้ยได้ปั๊มกุญแจบ้านไว้ให้ แต่พอไปถึงกลับไขกุญแจไม่ได้ จึงโทรศัพท์ไปถามนายเต้ย เมื่อเข้าไปได้แล้วนายป้อมเข้าไปยิงลูกชาย ซึ่งดูบอลอยู่ที่ชั้นล่างก่อน จากนั้นยิงแม่ที่ชั้นล่าง และขึ้นไปยิงพ่อข้างบนบ้าน โดยยิงไป 2 นัด เนื่องจากนัดแรกกระสุนด้าน ระหว่างนั้นลูกชายของผู้ตายลุกขึ้นมา จึงยิงซ้ำไปอีก 1 นัด หลังลงมือเรียบร้อยได้หลบหนีไปหาลูกที่ จ.สุพรรณบุรี ส่วนค่าจ้างนายป้อมเพิ่งจะโอนให้เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 1 หมื่นบาท



เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันใช้จ้างวานฆ่าบุพการีกับนายกิตตินันท์ และแจ้งข้อหาร่วมกันจ้างวานใช้ฆ่าผู้อื่นกับนายศักรินทร์ ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 ราย แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่า ผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร



ทั้งนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ไม่ได้นำตัวนายกิตตินันท์ และนายศักรินทร์ มาแถลงข่าว เนื่องจากมองเป็นความรุนแรงในครอบครัว ภาพที่นำเสนอออกไปจะไม่เหมาะสม และ ผู้ต้องหาอาจเกิดความเครียด จึงนำตัวอาจารย์ ป๊อดและจ่าแอ๊ดมาแถลงข่าวเท่านั้น 



ด้านนายเด่นชัยกล่าวว่า ตนสงสัยถ้านายกิตตินันท์และนายศักรินทร์ให้การรับสารภาพ เหตุใดถึงไม่นำตัวมาแถลงข่าวด้วย และทำแผนฯ ตามคำให้การทั้งหมด ตนแคลงใจและติดใจในประเด็นนี้ ส่วนจะเชื่อว่าหลานชายร่วมก่อเหตุฆ่าพ่อแม่และพี่ชายหรือไม่นั้นยังไม่ได้คุยกับหลาน ถ้าหลานบอกว่าทำก็เชื่อ แต่ถ้าหลานปฏิเสธก็ต้องว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งขณะนี้ยังจับตัวคนยิงไม่ได้ ปืนที่ใช้ก่อเหตุยังไม่มี มีแต่คำซัดทอดอย่างเดียว หลักฐานการจ่ายเงินโอนเงินก็ยังไม่มี ดูแล้วยังเชื่อมโยงกันไม่ถึง ซึ่งตำรวจน่าจะพาทั้ง 2 คนที่เหลือออกมาแถลงข่าวด้วย โดยตนเคารพการตัดสินใจของตำรวจและศาล เพราะตำรวจมีหลักฐานเสนอขออนุมัติศาลออกหมายจับ แต่ก็ยังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหา แต่หลานชายจะมีส่วนเกี่ยวข้องมากแค่ไหนเท่านั้น



เมื่อถามว่าเชื่อหรือไม่หลานชายเป็นผู้ก่อเหตุ นายเด่นชัยกล่าวว่า ตอบไม่ได้ เขาเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ชอบสันโดษ ที่ออกไปอยู่กับเพื่อนก็เพราะมีปัญหากับพ่อ ก่อนเกิดเหตุเขาก็ไปกับพี่ชาย คนที่จะฆ่าพ่อแม่และ พี่ชายตัวเองจะคิดวางแผนทำได้ขนาดนั้นหรือ ปมประเด็นขัดแย้งไม่รุนแรงถึงขนาดต้องฆ่ากัน คนในครอบครัวไม่เคยมีความขัดแย้งกันมาก่อน มรดกระหว่างญาติพี่น้องก็แบ่งกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากผู้ตายเสียชีวิตทั้งหมดคนที่จะได้รับมรดกคือ หลานชายคนเดียว ตำรวจจึงตั้งข้อสันนิษฐานไปที่หลานชาย 



รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบสวนนายกิตตินันท์ยังคงให้การปฏิเสธในตอนแรก ภายหลังชุดสืบสวนติดตามตัวนายศักรินทร์มาได้ จึงสอบปากคำจนรับสารภาพว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและชักชวนนายกิตตินันท์ ซึ่งเป็นเพื่อนชายคนสนิท หลังคบหากันตั้งแต่เรียนอยู่ปี 2 ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง กระทั่งนายกิตตินันท์ไม่ยอมเรียนหนังสือและออกมาอยู่กับ นายศักรินทร์ เพราะเห็นว่านายศักรินทร์ดูแลเป็นอย่างดี จนมารู้จักกับกลุ่มมือปืน คือจ่าแอ๊ดและนายป้อม



รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เมื่อนายกิตตินันท์อยู่กับกลุ่มของนายศักรินทร์มักระบายความในใจให้ฟังอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาการใช้รถยนต์ กรณีร.ต.ท.ธรรมณัฐได้ใช้รถยนต์ที่นายกิตตินันท์เคยใช้อยู่ หลังเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รวมทั้งมีปากเสียงกับพ่อ ล่าสุดทะเลาะกันเรื่องนายกิตตินันท์เบิกเงินฝาก 90,000 บาทออกมา ก่อนนำไปเที่ยวเตร่กับนาย ศักรินทร์จนหมด แต่ฝ่ายแม่พยายามเชื่อมความสัมพันธ์ให้นายกิตตินันท์กลับมาบ้าน โดยให้เงินสัปดาห์ละ 2,000 บาท แต่กลับทำ ให้ความบาดหมางในครอบครัวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากถูกพ่อต่อว่าเกือบทุกครั้ง นอกจากนี้นายกิตตินันท์ยังทราบด้วยว่าพ่อมีเงินฝากอยู่ประมาณ 10 ล้านบาท ประกอบ กับร.ต.ท.ธรรมณัฐพักเวร จึงโทรศัพท์สอบถามว่าดูบอลอยู่บ้านหรือไม่ ก่อนนายศักรินทร์จะนำพวกไปลงมือก่อเหตุ ซึ่งระหว่างนั้นนายกิตตินันท์พักอยู่ที่หอพัก



รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับการสืบสวนตอนนี้ยังอยู่ระหว่างรอพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง ตรวจสอบการแบ่งมรดกที่ดิน 3-4 ไร่ ที่มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท ว่าแบ่งที่ดินให้ญาติคนใดบ้าง เพื่อตรวจสอบข้อมูลของผู้รับมรดกส่วนได้เสีย ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้ง โดยมีการวิเคราะห์ในชุดสืบสวนด้วยว่า หากเรื่องทั้งหมดผ่านไปได้นายกิตตินันท์และนาย ศักรินทร์จะเป็นผู้จัดการมรดก และอาจถูกกลุ่มของมือปืนลงมือสังหาร เพื่อเอาทรัพย์สินก็เป็นได้ เพราะระหว่างที่เกิดเหตุไม่มีทรัพย์สินของ ผู้ตายสูญหายแต่อย่างใด คงคาดการณ์กันว่านายกิตตินันท์จะได้รับมรดกแต่เพียงผู้เดียว 



ต่อมาเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอาจารย์ป๊อดและจ่าแอ๊ด มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังเกิดเหตุ เริ่มตั้งแต่ไขกุญแจที่ได้จากนายกิตตินันท์เข้าไปในบ้าน และใช้อาวุธปืนขู่ บังคับร.ต.ท.ธรรมณัฐให้นอนคว่ำกับพื้น จากนั้นใช้หมอนวางที่ศีรษะและจ่อยิงจนเสียชีวิต เมื่อนางวนิดาได้ยินเสียง จึงลงมาจากชั้น 2 และพบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ก่อนจ่าแอ๊ดจะชกจน ล้มลง และนายป้อมใช้หมอนวางบนศีรษะและ ยิงจนเสียชีวิต ถัดมาผู้ต้องหาทั้ง 2 คนขึ้นไปชั้น 2 ของบ้าน และยิงพ.อ.วิชัยเป็นศพที่ 3 จากนั้นขึ้นรถแท็กซี่ที่อาจารย์ป๊อดจอดรออยู่หลบหนีไป เมื่อเจ้าหน้าที่คุมตัวทำแผนประกอบ คำรับสารภาพเสร็จสิ้นได้นำผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีทันที



ถัดมานายเด่นชัยเดินทางเข้าพบนายกิตตินันท์ที่ศาลอาญาธนบุรี ก่อนถูกนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำและกล่าวหลังเข้าพบว่า หลังจากสอบถามนายกิตตินันท์ยืนยันว่าไม่ได้ทำ จึงสอบถามว่าตำรวจมีหลักฐานแถลงข่าวและระบุให้การรับสารภาพ แต่หลานชายยืนยันไม่ได้ทำและจะสู้คดี ทั้งที่คะยั้นคะยอให้พูดความจริงออกมา หลานชายบอกด้วยว่านายศักรินทร์ก็ไม่ได้ทำเช่นกัน ส่วนจะทำอย่างไรต่อไปนั้นคงต้องจัดการเรื่องงานศพก่อนและจะปรึกษากับญาติว่าจะทำอย่างไรต่อไป



จากนั้นเวลา 14.30 น. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) พร้อมพล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเดินทางมาตรวจสอบบ้านหลังเกิดเหตุอีกครั้ง โดยพล.ต.อ.จรัมพรกล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบ 2 ครั้งมีหลักฐานบางอย่างที่ยังหาไม่เจอตามคำให้การของผู้ต้องหา โดยหลักฐานพบเพียงหัวกระสุนขนาด 9 ม.ม. 2 หัว พร้อมปลอกกระสุนชนิดเดียวกันอีก 4 ปลอก ซึ่งตรวจสอบพบยิงมาจากปืนกระบอกเดียวกัน โดยเป็นการยิงแบบใช้หมอนกด ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหา พร้อมกันนี้ยังพบรอยรองเท้าที่ย่ำอยู่ภายในบ้าน เมื่อเทียบเคียงพบเป็นของผู้ต้องหา 



พล.ต.อ.จรัมพรกล่าวอีกว่า คดีนี้ผู้ต้องหาวางแผนมาตั้งแต่เดือนพ.ย.2556 โดยจ่ายค่ามัดจำให้มือปืนไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งมือปืนได้มาดูลาดเลาอยู่เป็นประจำก่อนลงมือ นอกจากนี้นายกิตตินันท์ยังสร้างหลักฐานลวงเจ้าหน้าที่ ด้วยการไปปรากฏตัวตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ พร้อมทั้งใช้ตัวบุคคลยืนยันความบริสุทธิ์ตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในที่สุด



รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนเกิดเหตุนายกิตตินันท์โทรศัพท์ไปหาร.ต.ท.ธรรมณัฐว่าต้องการเงิน 60,000 บาท เพื่อไปลงทุนกับเพื่อนเปิดฟิตเนส ด้วยความที่ร.ต.ท.ธรรมณัฐเป็นคนที่รักน้องชายมาก จึงยืมเงินเพื่อนที่เป็นนรต. รุ่นเดียวกัน และโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้นายกิตตินันท์ ก่อนนายกิตตินันท์จะใช้เงิน ดังกล่าวจ้างมือปืนมาสังหาร



วันเดียวกัน ญาตินำศพพ.อ.วิชัย นางวนิดาและร.ต.ท.ธรรมณัฐ มาตั้งสวดบำเพ็ญกุศลศพที่วัดศรีประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนมาร่วมไว้อาลัยด้วยความโศกเศร้า และกำหนดพระราชทานเพลิงศพวันที่ 10 เม.ย.



ขณะที่นายจองชัย เที่ยงธรรม ว่าที่ส.ว. สุพรรณบุรี กล่าวว่า ตนไม่รู้จักและเกี่ยวข้องกับนายฉลาด เที่ยงธรรม ผู้ต้องหาที่ร่วมฆ่า 3 ศพ ซึ่งอาจคนละสายสกุลกัน โดยไม่เคยรู้จักกันเลย 







 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.