มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 4267 คน
วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 16:34 น.  ข่าวสดออนไลน์


"นพดล"แจง 6 ข้อเสนอปรองดองเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่"ทักษิณ"

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีข้อเสนอเพื่อความปรองดอง 6 ข้อว่า แนวคิดข้อเสนอ 6 ข้อดังกล่าวเป็นแนวคิดส่วนตัวของตน เป็นการให้สัมภาษณ์พิเศษในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ข้อเสนอของ พ.ต.ท.ทักษิณ และตนก็ไม่ได้บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณให้ตนนำมาเสนอเพื่อนำไปสู่การเจรจา อย่างไรก็ตาม การจะเจรจาเพื่อหาแนวทางปรองดองนั้น เราต้องเยียวยาและคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่เป็นเหยื่อของการรัฐประหารและการกระทำที่ไม่เป็นธรรมเสียก่อน


นายนพดลกล่าวต่อว่า ข้อเสนอทั้ง 6 ข้อเป็นเพียงบางประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาเป็นตุ๊กตาและตัวอย่างว่าอะไรที่ควรพูดคุยกัน ซึ่งทุกฝ่ายในสังคมมีสิทธิที่จะเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับประเด็นที่ตนหยิบยกขึ้นมาได้ และไม่แปลกใจเลยที่พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ 6 ข้อ ที่ตนได้หยิบยกขึ้นมา โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่พรรคเพื่อไทยนำเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และประชาชนก็สนับสนุนโดยเลือก ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยเกินครึ่งในสภา สะท้อนให้เห็นความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นประชาธิปไตย และความยุติธรรม


นายนพดลกล่าวด้วยว่า ข้อเสนอ 6 ข้อของตนนั้น มุ่งหวังให้บ้านเมืองมีความยุติธรรมและมีประชาธิปไตยที่ยั่งยืน เป็นมาตรการเพื่อทุกคน ทุกสี อย่างเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ ถ้าใครอยู่ภายใต้มาตรการดังกล่าว ก็จะเป็นผู้ได้ประโยชน์ ข้อเสนอดังกล่าวจึงไม่ได้มีขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ และไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ


ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แถลงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกข้อเสนอในเรื่องความปรองดอง 6 ข้อ ผ่านนายนพดล ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออกมาระบุว่าการปรองดองคดียึดทรัพย์ และความไม่เป็นธรรมต่างๆ รวมถึงหากมีการคืนทรัพย์สิน หรือการนิรโทษกรรมจะเป็นเส้นทางสู่ความปรองดองได้นั้น พรรคประชาธิปัตย์ ก็มีข้อเสนอที่จะเสนอกลับไป ดังนี้


ข้อ 1 พ.ต.ท.ทักษิณ ควรอยู่เฉยๆ ยุติบทบาท ยอมรับผลการตัดสิน แล้วปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไปบ้านเมืองก็จะหมดชนวนความขัด แย้งและไม่จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการอื่นในการสร้างความปรองดอง

 

 

ข้อ 2 ข้อเสนอทั้ง 6 ข้อที่เสนอมานั้นไม่เห็นว่าประชาชนที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ จะออกมาเรียกร้องให้พาพ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องนี้ที่ออกมาเผยตัวตนที่แท้จริงของเป้าหมายทางการ เมืองของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะข้อเสนอทั้งหมดมีการพูดถึงเรื่องการตัดสินที่ไม่เป็นธรรม แต่กลับไม่มีการกล่าวถึง การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากพ.ต.ท.ทักษิณ

 

 

ข้อที่ 3 พ.ต.ท.ทักษิณ พยาบยามกล่าวว่า การตัดสินของศาลในคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่ล้าน เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตนเห็นว่าการตัดสินของศาลนั้นย่อมมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของศาลในหลายครั้ง แต่ความสำคัญคือการยอมรับการตัดสินของศาล เพราะมีคำอธิบายที่ชัดเจน เรื่องนี้นายนพดลเองก็เป็นนักกฏหมาย น่าที่จะไปอ่านคำตัดสินของศาลอาญาแผนกคดีอาญานักการเมืองให้พ.ต.ท.ทักษิณฟัง ว่า ศาลใช้ดุลยพินิจอย่างไรในการไปยึดทรัพย์ ไม่ใช่ว่าไม่พอใจไม่เห็นด้วยแล้วก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และไปตั้งกฏระเบียบเองในการที่จะกำหนดว่า ทรัพย์อันไหนควรถูกยึด ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมรับการตัดสินของศาล


นอกจากนี้ สิ่งที่ทางคณะกรรมการอิสระตรวจสอบเพื่อค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่ง ชาติ (คอป.) ออกมาระบุว่า จุดเริ่มต้นความขัดแย้งของสังคม คือการหักดิบข้อกฏหมายในปี 2547 เรื่องคดีซุกหุ้นนั้น ทำไมพ.ต.ท.ทักษิณไม่พูดว่า ศาลตัดสินไม่ถูก ศาลตัดสินไม่ดี เวลาที่ศาลตัดสินเอียงเข้าข้างตัวเองทำไม่ไม่พูดถึง แต่เวลาที่ไม่เห็นด้วยกลับมาวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาล เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีมาตรฐานเหนือคนไทยและคนอื่นๆ

 

ข้อ 4 ประชาชนคนเสื้อแดงควรที่จะตาสว่างได้แล้วว่าการต่อสู้ทั้งหมดที่ผ่านมาของคน เสื้อแดงในช่วง 2 ปีนั้น ไม่ได้เป็นการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย เพราะ ในข้อเสนอ 6 ข้อนั้นไม่ได้ระบุถึงการแก้ปัญหาชนชั้น แก้ปัญหาอำมาตย์ หรือมีตรงไหนทำให้ไพร่รวยขึ้นมา แต่มีคนเดียวที่กลับมารวยขึ้นได้คือพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเป็นคนที่ได้ประโยชน์คนเดียวคือได้รับการนิรโทษกรรม ซึ่งทั้งหมดนี้มีขบวนการที่จะทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณคนเดียว ดังนั้นประชาชนควรจะตาสว่างได้แล้ว

 

ข้อ 5 คือ ในช่วงการหาเสียงพรรคเพื่อไทย มีคนไปถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค ว่านโยบายนิรโทษกรรมและการคืนเงินให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายเรื่องนิรโทษกรรม หรือ การคืนทรัพย์สินให้กับใคร ดังนั้นตนจึงอยากถามว่า วันนี้สิ่งที่เสนอมานั้น เสนอมาในนามอะไร เรื่องนี้เชื่อว่า สังคมต้องตั้งคำถามกลับไปที่ นายนพดล และพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ขณะนี้ได้พูดความจริงออกมาแล้วใช่หรือไม่ว่า สิ่งที่ต้องการทั้งหมดคืออะไร


ข้อ 6 ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดเองว่าไม่ทราบแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะข้อเสนอเหล่านี้กำลังจะเป็นชนวนความขัดแย้ง ในสังคมไทยอีกครั้งหนึ่งและครั้งนี้อาจจะรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายคาดเดา ดังนั้นนายกฯต้องมีหน้าที่ในการสร้างความชัดเจน ดับไฟตั้งแต่ต้นลม หรือถ้าเห็นด้วยก็พูดไปเลยว่าเห็นด้วย และจะเดินแนวทางนี้ จะได้ทราบว่าประเทศไทยจะเดินไปในทางไหนอย่าปิดหู ปิดตาประชาชนและตัวเอง แล้วปล่อยให้อะไรจะเกิดก็เกิด

 


ที่มา : มติชนออนไลน์








 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.