ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




แม่สู้ชีวิตเข็นรถลูกสาวเข้ากรุง ถึงกทม.แล้ว! พม.ช่วยพาตามหาญาติย่านปากเกร็ด-ยังไม่พบ
Font Size  

วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 12:49 น.
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 25 ก.ย. นางพรพิมล ฤาโอภาส อายุ 60 ปี แม่สู้ชีวิตที่นำลูกสาวพิการทางสมองอายุ 22 ปี ใส่รถเข็นเดินเท้าจาก จ.อุดรธานี เพื่อจะไปหาญาติที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพราะสามีตายและญาติพี่น้องสามีไม่ยอมให้อาศัยอยู่ด้วย ล่าสุดได้เดินทางจากจ.อุดรธานี ด้วยขบวนรถไฟสายหนองคาย- กรุงเทพฯ มาถึงสถานีรถไฟดอนเมืองแล้ว

 จากที่นางพรพิมล ตั้งใจจะขึ้นรถไฟฟรีและนำรถเข็นขึ้นรถไฟไปด้วย แต่เจ้าหน้าที่รถไฟบอกว่ารถเข็นมีความยาวมากไป รับขึ้นรถไฟไม่ได้ จึงตัดสินใจนำลูกใส่รถเข็นและเข็นไปตามถนน เส้นทางถนนมิตรภาพ อุดรธานี-ขอนแก่น มุ่งหน้าจากอุดรธานี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่รถไฟยอมให้ขึ้นและมีประชาชนระหว่างทางช่วยเหลือค่าใช้จ่าย

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนางพรพิมลพร้อมบุตรสาวมาถึงสถานีรถไฟดอนเมือง มีเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับไปดูแล พร้อมประสานญาติที่ อ.ปากเกร็ดให้ แต่ระหว่างนั้นมีสื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่ง พยายามพาตัวยายและบุตรสาวขึ้นรถไปออกรายการ โดยอ้างว่าได้เตรียมการเรื่องที่พักไว้ให้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ พม.ไม่ยินยอม เพราะไม่ได้มีการประสานไว้ก่อน เจ้าหน้าที่ พม. จึงได้ประสานตำรวจรถไฟช่วยดูแลและนำตัวนางพรพิมลกับบุตรสาวขึ้นรถไปอยู่ในความดูแลของ พม.ทันที

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมฯ มีคำสั่งด่วนให้เจ้าหน้าที่กระทรวงซึ่งมีหน้าที่ดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เข้าไปดูแลสองแม่ลูก เจ้าหน้าที่จึงมารอรับนางพรพิมลและลูกสาวเพื่อประสานความช่วยเหลือให้

 สำหรับนางพรพิมล ได้เข็นรถพาบุตรสาวพิการ เดินเท้าจากจ.อุดรธานี มาหาญาติที่ จ.นนทบุรี เป็นระยะทาง 572 กิโลเมตร เนื่องจากญาติๆ สามีไม่ยอมให้อาศัยอยู่ด้วย นางพรพิมล ระบุว่า ยังไม่รู้ว่าจะพบญาติหรือไม่เพราะไม่ได้ติดต่อกันมานานเกือบ 20 ปี แต่ถ้าไม่พบก็จะทำมาหากินเอง โดยนำเงินไปซื้อของเล่นแถวสำเพ็งไปขายตามหน้าโรงเรียน และไม่ต้องการให้ลูกสาวไปอยู่บ้านพักหรือสถานสงเคราะห์ เพราะไม่อยากแยกกันอยู่กับบุตรสาว

 ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายปรีชา สรวิสูตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เป็นประธานประชุมศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ศปก.พม.) ครั้งที่ 6/2557 เพื่อรับทราบปัญหาทางสังคมต่างๆ ในแต่ละวัน และร่วมหาแนวทางการแก้ไขและป้องกันปัญหา โดยกล่าวถึงกรณีนางพรพิมล ว่า เมื่อได้รับรายงานเรื่องนี้ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC ได้ประสานทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลช่วยเหลือโดย หญิงดังกล่าเดินทางโดยรถไฟมาที่สถานีดอนเมือง เพื่อไปหาญาติที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

 “ล่าสุดเจ้าหน้าที่รับตัวคุณยายและบุตรสาวมาดูแลในเบี้องต้น และดำเนินการตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ พร้อมประสานให้เจ้าหน้าที่เยี่ยมบ้านญาติของคุณยาย และสอบข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าวขอให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงฯ ปฏิบัติเป็นแนวทางการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอย่างเร่งด่วน และหากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ หรือพบเห็นปัญหาสังคมสามารถขอความช่วยเหลือมาที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC โทร.1300 ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ” นายปรีชากล่าว

 น.ส.แรมรุ้ง สุบรรณเสนีย์ ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือสังคม กล่าวว่า หลังจากหญิงชรา อายุ 60 ปี และลูกสาวเดินทางมาถึงสถานีรถไฟดอนเมือง ทาง พม.ได้ประสานเจ้าหน้าที่ของบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.นนทบุรี เพื่อให้ความดูแลพาไปพักผ่อน รวมทั้งเรื่องอาหารการกิน จากการพูดคุยเบื้องต้นหญิงชราอายุ 60 ปี ต้องการให้มีคนช่วยเหลือด้านครอบครัวและลูก ส่วนการติดต่อประสานกับญาติตามที่แจ้งไว้ว่าอยู่ที่ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นั้น หลังจากพาหญิงชราอายุ 60 ปี ลงพื้นที่เพื่อหาบ้านญาติแล้ว เบื้องต้นยังไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากหญิงชราอายุ 60 ปี ไม่ทราบที่อยู่แน่ชัดของญาติคนดังกล่าว

 “สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้น ทางพม.จะประสานกับพัฒนาสังคมฯ จ.อุดรธานี (พมจ.) เพื่อให้ความช่วยเหลือเรื่องสภาพความเป็นอยู่ที่บ้าน จ.อุดรธานี และอาชีพ เนื่องจากหญิงชราอายุ 60 ปี มีความลำบากและไม่ได้ประกอบอาชีพใด และจากนี้จะดูแลเรื่องสิทธิ สวัสดิการ โดยหญิงชราอายุ 60 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในเดือนพ.ย.นี้ เนื่องจากเพิ่งอายุครบ 60 ปี ส่วนลูกสาวจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพคนพิการ เนื่องจากได้ขึ้นทะเบียนคนพิการไว้ก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้จะประสานกับโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อดูแลรักษาพยาบาลลูกสาวต่อไป”น.ส.แรมรุ้งกล่าว

 น.ส.แรมรุ้ง กล่าวว่า ส่วนที่มีผู้ใจบุญประสงค์จะบริจาคทุนทรัพย์ช่วยเหลือ จะต้องพูดคุยกับหญิงชราอายุ 60 ปี ก่อนว่ามีความประสงค์จะเปิดบัญชีเพื่อรับเงินบริจาคหรือไม่ หรือต้องการให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ หากท่านใดรู้จักหญิงชราอายุ 60 ปีหรือเป็นญาติ สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

 นายนิติเวท มีสงฆ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่พาคุณยายและบุตรสาวไปตามหาบ้านญาติตามจุดต่างๆ ที่ระบุ เบื้องต้นยังไม่พบ มีเพียงเบอร์โทรศัพท์ติดต่อบ้านญาติที่ท่าน้ำนนท์ ซึ่งจะพยายามติดต่อเพื่อแจ้งให้รับทราบ หากพบว่าเป็นญาติที่แท้จริง คงต้องประเมินความพร้อมว่าจะนำคุณยายและบุตรสาวไปอุปการะได้หรือไม่ และพิจารณาความต้องการของคุณยายด้วยว่าประสงค์จะอาศัยอยู่กับญาติหรือไม่ โดยจะให้ทีมสหวิชาชีพมาร่วมประเมิน เบื้องต้นขณะนี้ต้องให้อยู่ในความดูแลที่บ้านพักฯ ไปก่อน ทั้งนี้เราไม่สามารถไปบังคับให้อยู่ที่ใดได้ เป็นเพียงคอยประสานและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่