แม่ค้าออนไลน์มือใหม่ ห้ามพลาด กับ 5 เทคนิคนี้

        ยุคนี้ การเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยาก ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย อยู่ส่วนไหนของโลกก็ซื้อง่าย-ขายสะดวก ซึ่งนอกจากสินค้าที่ดีจะสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าแล้ว ในเรื่องของการจัดส่ง ก็เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เพราะถ้าสินค้าชำรุดเมื่อถึงปลายทาง ย่อมไม่เป็นผลดีแน่ แต่สำหรับบางคนที่ไม่ได้ยึดอาชีพขายของออนไลน์เป็นหลัก เป็นแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ก็จะยังไม่คุ้นเคยกับการส่งของผ่านทางไปรษณีย์ อาจจะมีความกังวลอยู่บ้าง แต่จริงๆ แล้วการส่งของไม่ได้น่ากังวลอย่างที่คิด หากเรารู้เทคนิคสั้นๆ เพียง 5 ข้อ “ก่อนส่ง” ไม่ว่าปลายทางจะอยู่ที่ไหน สินค้าของเราก็จะปลอดภัยจนกว่าจะถึงมือลูกค้าได้อย่างแน่นอน

1.“เช็ค” บริการที่ใช่ ตรงใจที่สุด

 

 

        จะส่งของให้ประหยัด รวดเร็ว และปลอดภัย ต้องเลือกบริการที่ใช่จากผู้ให้บริการที่ตรงใจที่สุด อย่างบริการส่งของจากไปรษณีย์ไทย มีบริการมากมายเพื่อความต้องการหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งแบบธรรมดา ค่าส่งถูกกว่า ถึงปลายทางไม่เกิน 7 วัน ส่งลงทะเบียน จ่ายเพิ่มอีกนิด เพื่อให้เช็คสถานะได้ ส่งด่วนพิเศษ EMS ส่งเร็วทันใจ เช็คสถานะได้ 24 ชม. พร้อมส่งถึงทุกพื้นที่ในเวลา 3 วัน หรือจะเลือกเป็นส่งแบบเก็บเงินปลายทาง COD ก็ถูกใจแม่ค้าออนไลน์ไม่ใช่น้อย

 

2.“เช็ค” การห่อให้แข็งแรง

 

        บางครั้งเราก็จำเป็นต้องส่งสินค้าที่มีความเสี่ยงที่จะแตกหรือหักได้ง่าย ถ้าต้องการให้สิ่งของอยู่รอดปลอดภัย ก็ควรหุ้มห่อให้แน่นหนา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล่องพัสดุ แต่ถ้าไม่เคยทำมาก่อนหรือไม่แน่ใจ อย่าฝืนทำด้วยตัวเอง เพราะอาจส่งผลเสียกว่าที่คิด ให้เลือกใช้บริการหุ้มห่อที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ไทยได้เลย จะมีพี่ๆเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด ให้เราอุ่นใจได้มากกว่า

3.“เช็ค” ปลายทาง ใกล้ไกลต้องไปถึง

 

 

        เมื่อเลือกบริการที่ใช่ และห่อสิ่งของให้แข็งแรงแล้ว อย่าลืมเช็คที่อยู่ของผู้รับด้วยว่า “จ่าหน้า” ครบถ้วนหรือไม่ และถ้าลูกค้าของเราอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เข้าถึงได้ยาก ก็ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าผู้ให้บริการเจ้าไหนบ้างที่จะสามารถเข้าไปส่งของยังพื้นที่นั้นๆ ได้ ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าคงไม่มีใครที่จะชำนาญพื้นที่เกินไปรษณีย์ไทย ด้วยจำนวนเครือข่ายให้บริการกว่า 5,000 แห่งทั่วไทย บวกกับประสบการณ์สุดเก๋าของเจ้าหน้าที่นำจ่าย ชนิดที่ว่าแค่เห็นชื่อผู้รับก็บอกได้ทันทีว่าอยู่บ้านหลังไหน แม้บ้านจะลึกลับซับซ้อนเพียงใด ไปรษณีย์ไทยก็ไปถึง

 

4.“เช็ค” การขนส่งอุ่นใจ ปลอดภัยกว่า

 

        เมื่อ “เช็ค” ครบทั้งสามข้อแล้ว เราอาจดูเผื่อไปถึงการป้องกันขณะจัดส่งด้วย เพื่อความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่าและเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจขั้นต่อไป เช่น ดูว่าขณะขนส่งมีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่จะช่วยป้องกันสินค้าของเราไม่ให้เสียหายก่อนถึงปลายทางได้ ยกตัวอย่างไปรษณีย์ไทยที่ใช้รถจักรยานยนต์ติดตั้ง “กล่องไฟเบอร์กลาส” ในหลายพื้นที่ สำหรับช่วยกันกระแทกและกันความชื้นในหน้าฝน หรือการนัดหมายลูกค้าของเราล่วงหน้าสำหรับบริการเก็บเงินปลายทาง ในขณะที่สินค้าขนาดใหญ่ก็จะใช้รถยนต์นำจ่าย รวมถึงมีระบบตรวจสอบสถานะพัสดุ ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ทำให้ผู้ใช้บริการ EMS สามารถติดตามสถานะการส่งพัสดุผ่านแอปพลิเคชัน Thailand Post Track & Trace ได้ทุกที่ ทุกเวลา

 

5.“เช็ค” การจ่ายชดเชย

 

        “ประกันความเสียหาย” มักจะเป็นสิ่งที่หลายคนละเลย หรือตั้งใจไม่ซื้อเพิ่มเพื่อลดค่าใช้จ่าย เพราะมั่นใจว่าห่อหุ้มอย่างดีแล้ว ของก็จะปลอดภัยถึงปลายทางแน่นอน แต่ในความเป็นจริงเราต้องนึกเสมอว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้จะป้องกันอย่างดีแล้วก็ตาม

ถ้าต้องการมั่นใจว่าการส่งสินค้าครั้งนี้ของเราจะไม่เป็นการสูญเปล่า ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าผู้ให้บริการเจ้าไหนมีหลักประกันคุ้มครองสิ่งของได้อย่างคุ้มค่าที่สุด เช่น การซื้อประกันเพิ่มเติมของไปรษณีย์ไทย กรณีที่เราต้องการส่งของราคาสูงผ่านบริการ EMS ในประเทศ หากพัสดุเสียหายหรือสูญหายในเส้นทางไปรษณีย์ ผู้ส่งจะได้รับการชดใช้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

หากพบปัญหาระหว่างการขนส่งก็สามารถติดต่อสอบถามผ่านช่องทางต่างๆได้ เช่น

  • ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางหรือปลายทาง
  • Contact Center เบอร์ 1545
  • Facebook: @thailandpost.co.th
  • Twitter: @thailand_post หรือ
  • เว็บไซต์: http://www.thailandpost.co.th
บทความก่อนหน้านี้ดังรั้งไม่อยู่ บท พิไล ทำ แพร์ พิชชาภา สุดปัง – สะพัด นางเอกอีกคน ถูกวางตัวบทนี้มาก่อน
บทความถัดไปไมโครซอฟท์อัพเดทสเป็คขั้นต่ำวินโดวส์10ใหม่ ใครสนใจใช้ต้องมีพื้นที่32GBขึ้นไป