หลวงปู่นิล อิสสริโก วัดครบุรี จ.นครราชสีมา : อริยะโลกที่ 6

หลวงปู่นิล อิสสริโก

หลวงปู่นิล อิสสริโก วัดครบุรี จ.นครราชสีมา

คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

หลวงปู่นิล อิสสริโก วัดครบุรี จ.นครราชสีมา : อริยะโลกที่ 6 – “หลวงปู่นิล อิสสริโก” หรือ “พระครูนครธรรมโฆสิต” แห่งวัดครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา

เกิดในสกุล แหวนครบุรี เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2444 ตรงกับวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ปีขาล ตรงกับวันมาฆบูชา

ในวัยเด็กศึกษาเล่าเรียนโรงเรียนวัดครบุรี พออ่านออกเขียนได้ จากนั้นท่านก็ออกมาช่วยทางบ้านทำนา หาเลี้ยงชีพ

ครั้นพอโตเป็นหนุ่ม มีอุปนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยงานเพื่อนบ้าน จนเป็นที่รัก

อายุครบเกณฑ์ ได้รับหมายเรียกเกณฑ์ทหารจับได้ใบแดงต้องเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 2 ปี หลังปลดเกณฑ์เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2465 ที่พัทธสีมาวัดนกออก โดยมี หลวงปู่กลิ่น วัดนกออก เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการพรหม วัดป่าเลไลย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ หลวงพ่อแก้ว วัดนกออก เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลวงปู่นิล อิสสริโก

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมตรี จากนั้นได้หันมาศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐาน โดยไปร่ำเรียนวิชาจากพระอาจารย์หลายรูป อีกทั้งยังได้เรียนวิชาสมุนไพรต่างๆ สำหรับการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยสมัยก่อนนั้นแพทย์แผนปัจจุบันยังมีน้อยและยามีราคาแพงมาก

ได้ตำรายาสมุนไพร พร้อมศึกษาวิทยาคมจากพี่ชาย ก่อนไปศึกษาเพิ่มเติมจากหลวงปู่น้อย วัดบ้านไผ่ รักษาคนไข้ รวมทั้งได้ศึกษาวิทยาคมจากหลวงพ่อน้อย วัดบ้านไผ่ อ.ครบุรี และหลวงพ่อโต วัดปอแดง จนมีวิทยาคมเข้มขลัง

กิจวัตรประจำวันจะตื่นขึ้นมาตอนตี 2 ทุกวันไม่มีขาด ขึ้นมาทำน้ำมนต์ใส่โอ่งมังกรที่หน้ากุฏิ ก่อนนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐาน รุ่งเช้าท่านสวดมนต์ออกบิณฑบาต

ช่วงบ่าย รักษาผู้เจ็บป่วย ช่วงค่ำลงอุโบสถทำวัตรเย็น ตกดึกพักผ่อนจำวัด กลางดึกตื่นขึ้นมานั่งสมาธิวิปัสสนาเป็นเช่นนี้ตลอด รายได้จากการรักษาผู้ป่วย ท่านนำมาสร้างวัดทั้งหมด วัดครบุรีเจริญรุ่งเรืองเพราะหลวงปู่นิลโดยแท้

ได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อปี พ.ศ.2482 อีกทั้งได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูนครธรรมโฆสิต” ในเวลาต่อมา

สำหรับวัตถุมงคลที่คณะศิษย์ร่วมกันจัดทำออกมาครั้งแรก เป็นรูปถ่ายขาวดำขนาด 1 นิ้ว เนื่องในโอกาสฉลองพัดยศ พระครูนครธรรมโฆสิต

นอกจากนี้ ได้สร้างพระสมเด็จเนื้อผงพุทธคุณสี่เหลี่ยม ด้านหน้าเป็นพระปฏิมาประทับบนฐาน 7 ชั้น ด้านหลังเป็นยันต์

หลังจากนั้นก็จัดสร้างวัตถุมงคลออกมา ทั้งเหรียญรูปเหมือน พระกริ่ง รูปเหมือนลอยองค์ สีผึ้งเจ็ดอังคาร ตะกรุดมหาอำนาจหนังเสือ เป็นต้น

นอกจากนี้ ท่านยังจัดสร้างวัตถุมงคลไว้หลายประเภท ซึ่งล้วนได้รับความนิยมในแวดวงนักนิยมสะสมเหรียญคณาจารย์

แต่ที่ได้รับความนิยมสูง คือ เหรียญหลวงปู่นิล รุ่นฉลองอายุครบ 6 รอบ 72 ปี สร้างเมื่อปี พ.ศ.2516

กลายเป็นเหรียญที่มีค่านิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา

ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวเมืองโคราช ถึงกับขนานนามท่านว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งเมืองโคราชตอนใต้”

ทั้งนี้เมืองโคราช แบ่งออกเป็นสองฝั่ง แบ่งเขตจากอำเภอเมือง ฝั่งทิศเหนือเรียกว่า ฝั่งเหนือ ส่วนฝั่งทิศใต้จากอำเภอเมืองนครราชสีมาลงมา เรียกว่า ฝั่งใต้

พระเกจิดังฝั่งทิศเหนือ คือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แห่งวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับฉายาว่า “เทพเจ้าแห่งเมืองโคราชตอนเหนือ”

บรรดาเซียนพระต่างก็ให้ฉายาว่า สิงห์เหนือ กับ เสือใต้ ทั้งสองรูปมีวิทยาคมเข้มขลังมากบารมี โดยเฉพาะเรื่องวิทยาคมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หลวงพ่อคูณ โด่งดังในด้านฝังตะกรุดใต้ท้องแขนและวิชาอยู่ยงคงกระพันเป็นเลิศ ส่วนหลวงปู่นิลโด่งดังเรื่องอยู่ยงคงกระพัน

สมัยนั้นหลวงพ่อคูณเริ่มมีชื่อเสียงใหม่ๆ แต่หลวงปู่นิลนั้นมีชื่อเสียงมานานแล้ว

จนมาวันหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุรถที่นั่งไปเสียหลักตกข้างทาง ทำให้ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก ต้องนำส่งโรงพยาบาล

ท่านปรารภเหตุการณ์ครั้งนี้ ว่า “มันเป็นกฎแห่งกรรม เมื่อมีขึ้นก็ต้องมีลง และเรื่องอุบัติเหตุนั้นเป็นเคราะห์กรรมของอาตมา”

จากนั้น ก็อาพาธอยู่อีกไม่กี่ปีท่านก็ละสังขารจากไป เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2537 สิริรวมอายุ 92 ปี 6 เดือน พรรษา 72

ปิดตำนานเทพเจ้าแห่งโคราชตอนใต้

บทความก่อนหน้านี้ตะลอน‘บรัสเซลส์-ฮัมบูร์ก’ เที่ยวฟิน-กินอร่อย-เอ็นจอยช็อป (ตอน1)
บทความถัดไปกระดูกขากรรไกรไทเทเนียม ผลงานวิจัยแพทย์และวิศวกรไทย