หลวงพ่อเงิน ธัมมปัญโญ วัดโมลีโลกยาราม กทม.

หลวงพ่อเงิน

หลวงพ่อเงิน ธัมมปัญโญ วัดโมลีโลกยาราม กทม.

คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

หลวงพ่อเงิน – “หลวงพ่อเงิน ธัมมปัญโญ” หรือ พระสนิทสมณคุณ อดีตเจ้าอาวาส วัดโมลีโลกยาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ด้วยความมีศีลาจารวัตรงดงาม มีเมตตาธรรม และมีความสมถะ

ทรัพย์และปัจจัยใดๆ ที่ได้มานั้น ท่านจะนำไปทำนุบำรุงและบูรณะเสนาสนะต่างๆ ภายในวัดทุกครั้งไป

จนมีประวัติอยู่ในหนังสือ “คนดีที่ข้าพเจ้ารู้จัก เล่ม 2” พระนิพนธ์ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

แม้กระทั่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงนับเป็นสหชาติ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานทักษิณานุปทานในงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบในทุกคราว

ทั้งนี้ หลวงพ่อเงินได้สร้างวัตถุมงคลไว้และมีชื่อเสียงโด่งดัง รู้จักกันดีคือ “พระนาคปรกใบมะขาม”

สำหรับ “วัดโมลีโลกยาราม” เป็นวัดโบราณ มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เรียกกันว่า “วัดท้ายตลาด” เพราะอยู่ต่อจากตลาดเมืองธนบุรี สมัยกรุงธนบุรีเขตวัดนี้ถูกรวมเข้าไปในเขตพระราชวัง จึงเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์ตลอดสมัยกรุงธนบุรี

ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 1 จึงนิมนต์พระมาอยู่ ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรง ขนานนามใหม่ว่า “วัดพุทไธสวรรย์” ถึงสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอาราม ทรงเปลี่ยนนามใหม่อีกว่า “วัดโมลีโลกสุทธาราม” ต่อมาเรียกกันสั้นๆ ว่า “วัดโมลีโลก”

ภายหลังต้องการให้มีคำว่าอารามอยู่ท้ายจึงต่อว่า “โมลีโลกยาราม”

ในสมัยรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ขุน) เป็นพระราชาคณะวัด โมลีโลกฯ ที่ทรงคุณธรรม และสมัยนั้นสถานที่ศึกษาวิชาการอยู่ตามวัด พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อทรงพระเยาว์จึงเสด็จไปศึกษาอักษรสมัยเบื้องต้นในสำนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ขุน) ซึ่งยังดำรงสมณศักดิ์เป็นพระโฆษาจารย์หลายพระองค์ นับแต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นต้น

ครั้นถึงรัชกาลที่ 4 โปรดให้กระทำผาติกรรมย้ายพระตำหนักแดงไปสร้างเป็นกุฏิเจ้าอาวาสวัดเขมาภิรตา ราม ซึ่งเป็นวัดที่สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีทรงบูรณปฏิสังขรณ์ และทรงสร้างกุฏิตึกพระราชทานเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกฯ แทนพระตำหนักแดง

นอกจากนี้ ทรงปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุและปูชนียวัตถุตลอดทั้งพระอาราม

หลวงพ่อเงินเป็นพระภิกษุชาวเขมร เกิดที่เมืองพระตะบอง เมื่อปี พ.ศ.2396 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ของสยามประเทศ ได้ศึกษาเล่าเรียนอักขระสมัย ในสำนักพระธรรมโกษาวัดนรา เมืองพระตะบอง ตั้งแต่อายุได้ 8 ขวบ

ต่อมาบรรพชาและอุปสมบท จากนั้นเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมในกรุงเทพฯ ที่วัดอรุณราชวราราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จนได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นที่พระครูปัญญาคทาวุธ ตำแหน่งเจ้าคณะเมืองพระตะบอง แล้วเลื่อนเป็นพระราชาคณะที่พระปัญญา คทาวุธ และพระสนิทสมณคุณ ผู้ช่วยเจ้าคณะมณฑล ตามลำดับ

ครั้นเมื่อไทยคืนเมืองพระตะบองและเสียมราฐ ให้แก่กรุงกัมพูชา หลวงพ่อเงิน จึงพาเหล่าศิษยานุศิษย์อพยพเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นคราวเดียวกับหลวงพ่อคง สุวัณโณ พระเกจิผู้เรืองนามอีกรูปหนึ่ง มาจำพรรษาที่วัดซำป่างาม จ.ฉะเชิงเทรา

หลังจากหลวงพ่อเงินได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม ได้บูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานและศาสนวัตถุในวัดที่ชำรุดทรุดโทรม รวมทั้งสร้างเสนาสนะต่างๆ ภายในวัด จนวัดโมลีโลกยารามเจริญรุ่งเรืองเป็นที่เชิดหน้าชูตา เป็นที่เคารพศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนโดยถ้วนทั่ว

นอกจากเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาคมแล้ว ยังมีความรู้ด้านแพทย์แผนโบราณด้วย ท่านช่วยรักษาชาวบ้านจนมีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยนั้น

มรณภาพอย่างสงบ ในปี พ.ศ.2463 สิริอายุ 68 ปี

บทความก่อนหน้านี้พระพุทธไตรรัตนายก หลวงพ่อโต (ซำปอกง)
บทความถัดไปอดีตลูกพี่ขอเตือน! ‘นคร’ สอน ‘หมอวรงค์’ หยุดวนเวียนอยู่กับ ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่เลิกรา