พระธรรมปริยัติโมลี วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร

พระธรรมปริยัติโมลี วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร

คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

พระธรรมปริยัติโมลี วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร – พระธรรมปริยัติโมลี (อาทร อินทปัญโญ) พระเถระชั้นผู้ใหญ่อีกรูป ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา

ปัจจุบัน สิริอายุ 67 ปี พรรษา 47 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ และผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 3

มีนามเดิมว่า อาทร จีนอ่วม เกิดเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2495 ที่บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 5 ต.ไม้ดัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายเรืองและนางเกลื่อน จีนอ่วม

ในวัยเด็ก ได้ศึกษาที่โรงเรียนประชาบาล จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ใน จ.สิงห์บุรี

อายุ 15 ปี เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2510 ที่วัดน้อยนางหงษ์ ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี โดยมีพระเกศิวิกรม (สังวาล) วัดโพธิ์ชัย อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เป็นพระอุปัชฌาย์

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2513 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก สำนักเรียนคณะจังหวัดสิงห์บุรี

พระธรรมปริยัติโมลี วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร

กระทั่งอายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2515 ที่วัดแจ้งพรหมนคร อ.เมือง จ.สิงห์บุรี โดยมี พระครูวิจิตรธรรมศาสน์ (ระนาม) วัดแจ้งพรหมนคร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์จุน เป็นพระกรรม วาจาจารย์ และพระศรีวราภรณ์ (อำพา) เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังอุปสมบท ศึกษาหาความรู้ทางธรรมเพิ่มเติม ครั้นพอสำเร็จชั้นเปรียญธรรม 5 ประโยค ขอเดินทางมาศึกษาต่อในระดับสูงที่เมืองหลวง โดยไปอยู่จำพรรษาที่วัดรวกบางบำหรุ ฝั่งธนบุรี พ.ศ.2526 ได้รับปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.2529 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ในนามวัดรวกบางบำหรุ สำนักเรียนวัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ

ต่อมา พระเทพมุนี (ธีร์ มหาธีโร) เจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุข ในขณะนั้น นิมนต์ให้ย้ายมาอยู่ที่วัด เพื่อช่วยเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม

ลำดับงานการศึกษา พ.ศ.2529 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ประจำสำนักเรียนวัดบพิตรพิมุข พ.ศ.2530 เป็นอาจารย์ใหญ่สำนักเรียนวัดบพิตรพิมุข พ.ศ.2537 เป็นเจ้าสำนักเรียนวัดบพิตรพิมุข

ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2530 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร พ.ศ.2537 เป็นเจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร พ.ศ.2541 เป็นรองเจ้าคณะภาค 3 พ.ศ.2545 เป็นเจ้าคณะภาค 3

พ.ศ.2561 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 3

นอกจากนี้ ท่านยังเป็นกรรมการคณะกรรมการควบคุมการเดินทางไปต่างประเทศของพระภิกษุสามเณร (ศตภ.)

พระธรรมปริยัติโมลี ในฐานะเจ้าคณะภาค 3 ท่านรับผิดชอบงานการศึกษาในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 3 คือ จังหวัดลพบุรี สังห์บุรี ชัยนาท และอุทัยธานี ได้ออกตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำสำนักศาสนศึกษาแผนกธรรม-บาลี และปริยัติสามัญในเขตปกครองคณะสงฆ์เป็นประจำทุกเดือน

พ.ศ.2545 ท่านได้สนับสนุนให้มีการเปิดโรงเรียนบาลีศึกษา ประจำจังหวัดลพบุรีวัดเสาธงทอง อ.เมือง จ.ลพบุรี

งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา จัดให้มีการแสดงธรรมเทศนาในเทศกาลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และวันธรรมสวนะเป็นประจำ แสดงธรรมอบรมประชาชนทั่วไปตามโอกาสอันสมควร นอกจากนี้ ได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตบพิตรพิมุข จัดโครงการนักศึกษาใหม่ใฝ่ธรรมะ อบรมธรรมแก่นักศึกษา

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีสุทธิพงศ์ พ.ศ.2538 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชปริยัติดิลก พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปริยัติสุธี

พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมปริยัติโมลี

นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนการศึกษาสงเคราะห์ของวัดบพิตรพิมุข จัดตั้งทุนการศึกษาสงเคราะห์พระภิกษุสามเณร และนักเรียน นิสิต นักศึกษา ในสถาบันการศึกษาทั่วไปด้วย

ส่วนกิจกรรมเพื่อสังคม ได้จัดโครงการอบรมบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน กำหนดวันที่ 6-20 เมษายนของทุกปี

ถือว่าเป็นพระเถระรูปที่มีวัตรปฏิบัติงดงาม เป็นนักปราชญ์ ในเรื่องการบริหารการปกครอง เป็นที่เคารพนับถือของพระสงฆ์สามเณร และอุบาสกอุบาสิกา

ด้วยหลักใหญ่ใจความของพระธรรมปริยัติโมลีอยู่ที่การศึกษา ที่ท่านทุ่มเทเป็นชีวิตจิตใจและเป็นประธานรับผิดชอบมายาวนาน ส่งผลให้มีผู้สอบได้เปรียญธรรม เกือบทุกปี

สร้างศาสนทายาทให้พระพุทธศาสนามาโดยลำดับ

บทความก่อนหน้านี้เบร็กซิท : ความวุ่นวายในรัฐสภาจะพาให้อังกฤษจัดเลือกตั้งครั้งใหม่ในเร็ววันหรือไม่
บทความถัดไปชัยวัฒน์ โร่แจ้งความ พร้อมคลิปเสียง โอดลูกน้องถูกขู่ ให้ปรักปรำตนเองฆ่า บิลลี่