ร่องรอยการสร้างของพระเครื่อง

ร่องรอยการสร้างของพระเครื่อง : ชมรมพระเครื่อง

ร่องรอยการสร้างของพระเครื่อง

คอลัมน์ ชมรมพระเครื่อง

ร่องรอยการสร้างของพระเครื่อง – สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน หัวข้อเรื่องร่องรอยการสร้างพระเครื่อง ครับเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับการชี้ชัดว่าเป็น พระแท้หรือไม่อย่างไรข้อหนึ่งเลย ท่านอาจจะงงว่ามันคืออะไรและอย่างไรจึงสำคัญในการชี้วัดความแท้หรือไม่แท้ของพระเครื่อง

ครับการพิจารณาพระเครื่องว่าแท้หรือไม่นั้นก็มีสิ่งที่หลายๆ ท่านคงจะเคยได้ยินได้ฟังเสมอกับคำว่า “จุดตำหนิ” บางท่านอาจจะเข้าใจว่ามีเพียงแต่จุดรายละเอียดของแม่พิมพ์เท่านั้น ซึ่งความจริงแล้วนอกจากลักษณะรายละเอียดของแม่พิมพ์แล้ว ก็ยังมีรายละเอียดของธรรมชาติ การผลิตหรือการสร้าง พระเครื่องนั้นๆ ด้วย

ร่องรอยการสร้างของพระเครื่อง : ชมรมพระเครื่อง
พระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ วัดบางขุนพรหม

จุดตำหนิก็คือร่องรอยการผลิตอย่างหนึ่ง เช่น ลักษณะหน้าตาของแม่พิมพ์ มีจุดมีขีดใดๆ บ้างที่เกิดความผิดพลาดจากการแกะแม่พิมพ์ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเป็นอันดับแรก และก็คือร่องรอยการผลิตแบบหนึ่ง นอกจากนี้ก็ยังมีส่วนอื่นๆ อีก เช่น ตัวแม่พิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์พระมีลักษณะเป็นอย่างไร และเมื่อนำมาใช้พิมพ์พระจะเกิดร่องรอยอะไรบ้าง

กรรมวิธีการสร้างก็มีร่องรอยทิ้งไว้ให้เห็นอีก เช่น ขอบข้างธรรมชาติของด้านหลัง แม้แต่เนื้อหาของพระก็เป็นร่องรอยการผลิตทั้งสิ้น กรรมวิธีการสร้างพระในแต่ละยุค และที่สำคัญที่สุดก็คือกรรมวิธีการสร้างของพระรุ่นนั้นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นร่องรอยการผลิตเฉพาะรุ่นนั้นๆ แม้แต่ว่าจะเป็นพระที่สร้างของวัดเดียวกัน โรงงานเดียวกันแต่คนละรุ่นกันก็จะปรากฏร่องรอยไม่เหมือนกัน

เรื่องร่องรอยการผลิตนั้นไม่ว่าจะเป็น สินค้าใดๆ ก็ตาม ยี่ห้อเดียวกันโรงงานเดียวกัน แต่ต่างรุ่นกันก็ยังมีร่องรอยการผลิตที่ไม่เหมือนกัน พระเครื่องก็เช่นกันครับ ผมจะยกตัวอย่างเช่นเหรียญ เอาเหรียญหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติรุ่นแรกก็แล้วกัน ร่องรอยการผลิตนั้นทิ้งบางสิ่งบางอย่างให้เราเห็น

เช่น แม่พิมพ์ด้านหน้าเป็นคลื่นไม่เรียบ ด้านหลังตัวยันต์มีตำหนิเนื้อเกินที่ตัวยันต์เป็นรูปคล้ายตะขอที่ปลายยันต์ จึงเรียกว่าพิมพ์ขอเบ็ด ขอบด้านข้างเป็นแบบขอบกระบอก

ต่อมาเหรียญรุ่นนี้หมดไป ทางวัดก็ให้โรงงานทำขึ้นใหม่อีก โดยใช้แม่พิมพ์เดิม แต่แม่พิมพ์เดิมใช้ได้แต่แม่พิมพ์ด้านหน้า จึงต้องแกะแม่พิมพ์ด้านหลังใหม่ ทีนี้แม่พิมพ์ด้านหน้าเมื่อจะนำมาปั๊มใหม่ก็ต้องล้างสนิมบนแม่พิมพ์เสียก่อน ร่องรอยที่ปรากฏบนเนื้องานก็จะสังเกตเห็นได้เพียงด้านหน้า โดยไม่ต้องไปพลิกด้านหลังดูก็จะรู้ว่าเป็นเหรียญรุ่นหลังก็คือ เมื่อแม่พิมพ์ที่เป็นสนิมมาปั๊มใหม่ เมื่อล้างสนิมออกก็จะเป็นร่องรอยสนิมเป็นหลุมเป็นบ่อเล็กๆ

เมื่อนำมาปั๊มใหม่ก็จะเห็นว่ารอยที่เป็นหลุมเล็กๆ นั้นก็จะนูนขึ้นมา ลักษณะเป็นเม็ดผด ที่ในสังคมพระเครื่องมักจะเรียกว่า “พิมพ์ขี้กลาก” เนื่องจากลักษณะเม็ดผดมองคล้ายๆ กับเม็ดผดของขี้กลาก นอกนั้นด้านหลังก็จะไม่เหมือนเพราะแกะแม่พิมพ์ใหม่ ขอบข้างก็เป็นคนละแบบเพราะทำขอบข้างใหม่ นี่ก็เป็นตัวอย่างว่า แม้จะเป็นโรงงานเดียวกัน แม่พิมพ์ตัวเดิมก็จะไม่เหมือนกัน และจะทิ้งร่องรอยการผลิตไว้ให้เห็นได้

ตัวอย่างที่ 2 เอาเป็นพระสมเด็จที่ เจ้าประคุณสมเด็จฯ สร้างก็แล้วกันนะครับ พระสมเด็จทั้งของวัดระฆังฯ และวัดบางขุนพรหมก็เป็นพระสมเด็จที่เจ้าประคุณฯ สมเด็จสร้างทั้งสิ้น เวลาก็ใกล้เคียงกัน ห่างกันไม่กี่ปี พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมหลายๆ ท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าพระวัดบางขุนพรหมนั้นบรรจุกรุ แล้วพระบางส่วนที่ไม่บรรจุกรุมีไหม ก็ต้องตอบว่ามี

เนื่องจากแจกก่อนบรรจุกรุไปบางส่วนแต่ก็น้อยมาก และอีกส่วนก็คือพระที่เรียกว่าพระกรุเก่า ซึ่งจากบันทึกก็มีบอกไว้ว่า หลังจาก เจ้าประคุณสมเด็จฯ สิ้นได้หนึ่งปี ก็มีการแอบตกพระออกมาจากกรุแล้ว และก็แอบตกออกมาเรื่อยๆ ดังนั้นก็มีพระจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ปรากฏคราบกรุ หรือมีบ้างแต่น้อยมาก คราบกรุของบางขุนพรหมที่เห็นได้ชัดก็คือพระที่ขึ้นจากกรุหลังปี พ.ศ.2485 ทำไมและเหตุผลอะไรจึงทำให้มีคราบกรุหรือขี้กรุเยอะหลังปี พ.ศ.2485 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ วัดบางขุนพรหมก็ถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน และน้ำก็ท่วมกรุด้วย พระที่อยู่ในกรุก็ถูกแช่น้ำอยู่นาน เนื้อปูนขาวเมื่อถูกแช่น้ำเป็นเวลานานก็เกิดปฏิกิริยาเปื่อยยุ่ย และเกิดคราบกรุพอกพูนโดยเฉพาะพระที่ถูกแช่น้ำ ที่อยู่พ้นน้ำหน่อยก็ยังดี แต่ความชื้นก็ยังมีทำให้เกิดคราบกรุได้

เอาล่ะเรามาพูดกันต่อในพระกรุบางขุนพรหมที่มีพิมพ์เดียวกับของวัดระฆังฯ และเป็นพระกรุเก่าที่ไม่มีคราบกรุ เนื้อหาก็หนึกนุ่มแบบพระสมเด็จวัดระฆังฯ สำหรับพระพิมพ์ที่แตกต่างจากของพระวัดระฆังฯ หรือมีคราบกรุก็ไม่มีปัญหา แต่พระที่มีพิมพ์แบบของวัดระฆังฯ ล่ะ แถมไม่มีขี้กรุอีก ในสมัยก่อนก็มีคำว่า “พระสองคลอง” หมายความถึงพระที่สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่วัดระฆังฯ แต่นำมาบรรจุร่วมด้วย ครับก็อาจจะเป็นไปได้ในข้อสันนิษฐานนี้

แต่ก็มีพระบางองค์ชี้แยกออกได้เลยว่าเป็นพระที่สร้างในครั้งที่สร้างของวัดบางขุนพรหม เนื่องจากธรรมชาติการผลิตที่ทิ้งร่องรอยไว้นั้นมีเอกลักษณ์เหมือนๆ กัน ในแต่ละครั้งที่สร้าง เช่น พระสมเด็จฯ วัดบางขุนพรหมทุกพิมพ์ จะมีร่องรอยให้เห็นว่าด้านหน้าจะมีการเซาะร่องขอบแม่พิมพ์ยกขึ้นเห็นได้ชัด แม้ว่าองค์พระจะสึกหรอไปบ้างก็ยังทิ้งร่องรอยให้เห็นไม่ว่าด้านใดก็ด้านหนึ่ง ส่วนของวัดระฆังฯ นั้นไม่มี เป็นเพียงร่องรอยของขอบธรรมดา ทิ้งไว้เท่านั้น ไม่ขึ้นเป็นสันแบบของวัด บางขุนพรหม ในสมัยก่อนจึงมีการบอกว่า วัดระฆังฯ ตัดหลังไปหน้า บางขุนพรหมตัดหน้าไปหลังอะไรทำนองนี้ สิ่งเหล่านี้ก็คือร่องรอยการผลิตที่ใช้สังเกตแยกวัดได้

ต่อมาดูที่ด้านหลังของพระทั้งสองวัด ก็แตกต่างกันอย่างมีเอกลักษณ์ให้เห็น ในสมัยที่พี่ลิใหญ่ ผู้ใหญ่ของสังคมพระเครื่องตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้รับการยกย่องว่าเชี่ยวชาญในด้านพระเครื่อง โดยเฉพาะพระสมเด็จฯ ท่านดูแต่ด้านหลังอย่างเดียวก็บอกได้ว่าเป็นของวัดระฆังฯ หรือวัดบางขุนพรหม แท้หรือไม่ และบางครั้งท่านก็ยังบอกอีกว่าพิมพ์อะไร ที่เพียงเห็นแต่ด้านหลังของพระเท่านั้น และไม่เคยพลาดเลย ทำให้หลายๆ คนสงสัยกันมาก และมีการทดสอบกับท่านหลายครั้งก็ไม่เคยผิดพลาด

หลายๆ คนก็อยากจะรู้แต่ท่านก็สอนให้เป็นบางคนเท่านั้น ท่านสังเกตจากร่องรอยการผลิตที่ทิ้งไว้ในการสร้างพระแต่ละครั้ง ซึ่งก็เป็นข้อยุติชี้ขาดได้เลย เรื่องธรรมชาติด้านหลังของพระทั้งสองแบบ ผมก็ได้รับถ่ายทอดมาและพิสูจน์ดูก็เป็นจริงตามที่ท่านบอก แต่ขอยังไม่พูดถึงนะครับ เพราะที่พูดมานี้ก็เพื่อที่จะบอกว่าร่องรอยการผลิตนั้นสำคัญมากในการพิจารณาพระว่าแท้หรือไม่แท้อย่างไร

พระทุกชนิดทุกๆ แบบมีร่องรอยการผลิตทั้งสิ้นและพวกปลอมพระยังทำไม่ได้ และไม่มีทางทำได้ แม้พยายามทำอย่างไรก็ไม่ได้ ทำได้ก็เพียงใกล้เคียงเท่านั้น เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติของการผลิตในแต่ละครั้งเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิด แต่เกิดขึ้นเองครับ

สิ่งเหล่านี้ทำไมพวกเซียนเขาดูรู้ได้ ก็เพราะเขาศึกษาร่องรอยการผลิตมาครับว่าแต่ละรุ่น แต่ละพระนั้นมีร่องรอยการผลิตอย่างไร และศึกษาเป็นรุ่นๆ ไป แบบเรื่องขอบเหรียญนั่นแหละครับ คนไม่รู้ก็คือคนไม่รู้ บางครั้งก็เถียงไปแบบไม่รู้ข้างๆ คูๆ ไป ทุกอย่างย่อมมีเหตุผลอธิบายได้เป็นวิทยาศาสตร์ครับ

วันนี้เอาเท่านี้ก่อนนะครับ และวันนี้ ผมได้นำรูปพระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ทั้งของวัดระฆังฯ และของวัดบางขุนพรหม ด้านหน้าและด้านหลัง มาให้ชมครับ

ด้วยความจริงใจ

แทน ท่าพระจันทร์

บทความก่อนหน้านี้ปอศ. จับหนุ่มบริษัทมือถือ ฉกข้อมูลบัตรลูกค้า รูดปื๊ดออนไลน์ เสียหาย 10 ล้าน
บทความถัดไปด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญ “ไม่รับคำร้อง” บิ๊กตู่ ปมถวายสัตย์ฯ แจง ไม่มีอำนาจ