หลวงปู่บุญ ปริปุณณสีโล วัดปอแดง จังหวัดนครราชสีมา

หลวงปู่บุญ ปริปุณณสีโล วัดปอแดง จังหวัดนครราชสีมา

หลวงปู่บุญ ปริปุณณสีโล วัดปอแดง จังหวัดนครราชสีมา

คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

หลวงปู่บุญ ปริปุณณสีโล วัดปอแดง จังหวัดนครราชสีมา – หลวงปู่บุญ ปริปุณณสีโล เจ้าอาวาส วัดศิรีอรัญรุกขาวาส (วัดปอแดง) หมู่ 4 บ้านปอแดง ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พระเถราจารย์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักใน จ.นครราชสีมา

ปัจจุบันสิริอายุ 84 ปี พรรษา 48

พื้นเพเดิมเป็นชาวบ้านปอแดง เกิดเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2478 บิดา-มารดา ชื่อ นายหลอด และนางคำ แรมกิ่ง ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

หลวงปู่บุญ ปริปุณณสีโล วัดปอแดง จังหวัดนครราชสีมา

ในช่วงวัยเยาว์เป็นคนที่มีใจใฝ่ในธรรมมาตั้งแต่เล็ก แต่ด้วยทางบ้านมีฐานะยากจน เมื่อจบชั้นประถมศึกษาภาคบังคับจึงไม่ได้เรียนต่อชั้นที่สูงขึ้นไปเหมือนเด็กคนอื่น

ช่วยทำงานให้ครอบครัวจวบจนแต่งงานออกเรือน จนกระทั่งเกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตทางโลก จึงได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2514 ที่พัทธสีมาวัดบ้านห้วยสะแกราช ต.สะแกราช อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีพระครูสาทรคณารักษ์ (หลวงปู่ก้อน จิตตาสาโท) วัดบ้านห้วย สะแกราช เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูพิศาลสุขวัฒน์ วัดสุขวัฒนาราม เป็นพระกรรม วาจาจารย์ พระครูสุทธิสีลคุณ วัดบ้านห้วยสะแกราช เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรมอย่างมุ่งมั่น ได้รับการถ่ายทอดวิชาต่างๆ จากหลวงปู่ก้อนโดยไม่มีปิดบัง

สำหรับหลวงปู่ก้อนนั้นเป็นที่รู้กันดี ท่านถือได้ว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งยุค หลวงปู่ก้อนเป็นศิษย์เอกของหลวงปู่โต คังคปัญโญ ผู้สืบสายวิทยาคมแห่งสำเร็จลุน พระสังฆราชแห่งประเทศลาว ผู้เป็นปรมาจารย์แห่งลุ่มน้ำโขง

ต่อมาเริ่มต้นออกธุดงค์โดยไปศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานเพิ่มเติมจากหลวงปู่ชา สุภัทโท แห่งวัดหนอง ป่าพง ก่อนธุดงค์ไปที่ภูเขาควาย ประเทศลาว จากนั้นธุดงค์ต่อเนื่องจนทั่วภาคอีสาน เหนือ กลาง ตะวันออกของประเทศไทย จนข้ามไปถึงประเทศพม่า

เพียรศึกษาและปฏิบัติกัมมัฏฐานและวิทยาคมจากบูรพาจารย์หลายท่าน อาทิ หลวงพ่ออาสภะมหาเถโร ต้นตำรับกัมมัฏฐานแบบยุบหนอ-พองหนอ, หลวงพ่อวิชัย นิรามโยช, พระมหาธนิต ปัญญาปสุโต ผู้ริเริ่มงานปริวาสกรรมที่วัดปอแดง, หลวงพ่อเต๋ คงทอง สุดยอดตะกรุดแห่งนครปฐม เป็นต้น

ตั้งแต่ปี 2518 จวบจนถึงปี 2538 ในระยะเวลาการเดินธุดงค์นั้น มีเรื่องราวพบเจอสิ่งแปลกๆ ในป่าใหญ่กลางหุบเขามากมาย เป็นประสบการณ์ที่ถ่ายทอดบอกเล่าแก่ลูกศิษย์ที่ติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นการภายใน

ครั้นได้ปฏิบัติธุดงควัตรอย่างยาวนานถึง 20 ปี จึงตั้งปณิธานจะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างถึงที่สุด โดยได้พัฒนาบูรณะสำนักฝึก จนกลายเป็นวัดที่สมบูรณ์

คือ วัดศิรีอรัญรุกขาวาส (วัดปอแดง) หมู่ 4 บ้านปอแดง ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

ต่อมาสร้างสวนนิพพานภายในวัด เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม

สวนนิพพานมีอาณาเขตประมาณ 300 ไร่ เป็นวิเวกสถานแหล่งปฏิบัติธรรม และเป็นสถานปฏิบัติกัมมัฏฐานวิปัสสนาแก่พระสงฆ์โดยทั่วไป

ทำนุบำรุงวัดปอแดง ให้การปฏิสังขรณ์และพัฒนาก่อสร้างอาคารเสนาสนะต่างๆ เรื่อยมา จวบจนปัจจุบันวัดมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

บรรยายธรรมอบรมสั่งสอนญาติโยม คือ ลดละไฟ 3 กอง คือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ “หากสามารถดับไฟ 3 กองนี้ หรือเพียงแค่ลดได้ ชีวิตนี้ก็จะเป็นสุขแล้ว”

มีปริศนาธรรมหลายอย่างที่สร้างขึ้นเพื่อเตือนสติเหล่าศิษยานุศิษย์ผู้ศรัทธาท่าน คือ “เชิงตะกอนสำหรับตัวท่านเอง” เพื่อเป็นการเตือนสติว่า ทุกอย่างล้วนมีสิ้นสุด เมื่อวันสุดท้ายมาถึงตัวเราไม่สามารถเอาอะไรไปได้

งานด้านสังคมสงเคราะห์นั้น ช่วยเหลือนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ด้วยการบริจาคปัจจัยที่ได้รับจากการถวายจากญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา นำไปจัดซื้อเครื่องเขียน หนังสือ เครื่องกีฬาต่างๆ ที่จำเป็น ไปมอบให้เด็กนักเรียนตามโรงเรียนที่ขาดแคลนด้วยความเมตตา

ทุกวันนี้ยังคงเดินหน้าพัฒนาวัดและจิตใจของชาวบ้านอย่าง ต่อเนื่อง

บทความก่อนหน้านี้“ระบบรวบรวมจัดเก็บข้อมูลหม้อแปลงไฟฟ้าแบบออนไลน์ และมอนิเตอร์ริ่ง” นวัตกรรมช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดไฟดับเป็นบริเวณกว้าง
บทความถัดไปเสี่ยโป้ ควักเงินล้านให้ บิณฑ์ ลั่นบุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป ขอคาสิโนร่วมทำบุญอีก100ล้าน