หลวงปู่เสาร์ ธัมมวโร วัดเทพผดุงพร หนองคาย

หลวงปู่เสาร์ ธัมมวโร วัดเทพผดุงพร หนองคาย

คอลัมน์ มงคลข่าวสด

หลวงปู่เสาร์ ธัมมวโร วัดเทพผดุงพร หนองคาย – “หลวงปู่เสาร์ ธัมมวโร” วัดเทพผดุงพร อ.สระใคร จ.หนองคาย หนึ่งในพระเกจิดังแห่งดินแดนอีสานเหนือ เจ้าของคำพูด “ของดีไม่ต้องมาก ไม่พูดเยอะ มันดีเอง ดีกับคนใช้” ชาวบ้านนับถือต่างยกย่องให้เป็นพระทองคำสองฝั่งโขงไทย-ลาว

หลวงปู่เสาร์ ธัมมวโร วัดเทพผดุงพร หนองคาย

เป็นศิษย์สายกัมมัฏฐาน อาทิ พระครูวินัยวุฒิคุณ (ชุน) วัดวุฒิกาวาส, ญาท่านเภา วัดบ้านเวิน, ญาท่านป้อง วัดบ้านนากุ้ง, หลวงปู่เทศก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง, หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล, หลวงพ่อจวน วัดภูทอก ฯลฯ

พื้นเพเป็นชาวบ้านหนองสิม ต.หนองสิม อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ถือกำเนิดในสกุล พวงเพชร เมื่อวันที่

4 พ.ค.2476 บิดา-มารดา ชื่อ นายบุญและนางตา พวงเพชร ครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกร ต่อมาครอบครัวย้ายภูมิลำเนามาอยู่ที่ ต.บ้านผือ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

ในช่วงวัยเยาว์เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย สุภาพอ่อนโยน มีใจใฝ่พระพุทธศาสนา เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ขยันหมั่นเพียรช่วยเหลือบิดามารดา และชอบช่วยเหลือผู้อื่น จนเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป

อายุครบ 20 ปี เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ที่จังหวัดชัยภูมิ โดยพำนักและศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ฝึกฝนสวดมนต์ และท่องบทปาติโมกข์ ขึ้นกรรมฐานกสิณทั้ง 10 กองกับพระครูเจ้าอาวาสอยู่หลายปี ก่อนออกธุดงค์เดินเท้าไปหลายจังหวัด มีโอกาสเข้าไปกราบหลวงปู่เทสก์ วัดหินหมากเป้ง, หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล จ.อุดรธานี, หลวงพ่อจวน วัดภูทอก เข้าจำพรรษาที่จังหวัดหนองคาย ก่อนลาสิกขาออกมาใช้ชีวิตฆราวาส

ต่อมาเกิดความเบื่อหน่าย ตัดสินใจเข้าพิธีอุปสมบทอีกครั้ง เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2536 ที่ วัดวุฒิกาวาส ต.บ้านผือ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย โดยมี พระครูวินัยวุฒิคุณ (ชุน) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมงคล อิสสโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระบุญเพ็ง สัจจวโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ธัมมวโร แปลว่า ผู้มีธรรมอันประเสริฐ

จากนั้นได้ฝึกเรียนวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคมต่างๆ กับพระอุปัชฌาย์ ก่อนออกธุดงค์เข้าป่า ระหว่างธุดงค์ได้เรียนวิชากับพระเกจิอาจารย์และฆราวาสหลายท่าน อาทิ ญาท่านอินทร์, ญาท่านทอง, ญาท่านเภา วัดบ้านเวิน, ญาท่านป้อง วัดบ้านนากุ้ง

ออกธุดงค์จาริกต่อ โดยเดินเท้าเปล่าข้ามตะเข็บชายแดนไทยไปฝั่งลาว เข้าเขตภูเขาควาย พบพระสงฆ์ที่สืบทอดวิชาสายสำเร็จลุนหลายรูป

นอกจากนี้ ยังเดินธุดงค์เข้าไปในประเทศกัมพูชาและพม่า ก่อนกลับเข้าเมืองไทยล่องลงไปทางภาคใต้ กราบหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ด้วยความศรัทธาอย่างที่สุด จากนั้นธุดงค์ขึ้นภาคเหนือแล้วกลับมาภาคอีสาน ช่วยสร้างวัดวาอารามหลายสิบแห่ง

หลังกลับจากธุดงค์ สร้างวัดหลังสุดท้าย คือ วัดเทพผดุงพร (ป่าช้าเก่า) ต.คอกช้าง อ.สระใคร จ.หนองคาย ด้วยเหตุที่ชอบความสงบ จึงร้องขอบรรดาศิษย์ว่า ขอพักจำวัดแบบเงียบๆ ทำให้มีผู้ที่รู้ไม่มาก เพราะหากมีคนมารบกวนมาก เกรงท่านจะย้ายไปอยู่ที่อื่น

เป็นพระสงฆ์ผู้ดำรงตนแบบสมถะ เรียบง่าย ชอบความสงบวิเวก เน้นปฏิบัติสมาธิ ไม่หลงใหลในลาภยศบรรดาศักดิ์ ถือธุดงค์เป็นที่ตั้ง ไม่ชอบจำวัดแห่งหนตำบลใดนาน ตลอดเวลาที่ท่านปลีกวิเวกไปตามสถานที่ต่างๆ ได้ช่วยสร้างวัด สร้างศาลา สร้างไว้ทุกแห่งที่ท่านเข้าไปจำวัด เพื่อให้ชาวบ้านมีสถานปฏิบัติธรรม พร้อมกับสั่งสอนให้ลูกศิษย์ลูกหา รู้จักการให้ทาน รักษาศีล ทำให้มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย

ที่สำคัญ หลายครั้งหลายหนที่พูดอะไร มักเป็นไปตามนั้น จนชาวบ้านกล่าวขวัญว่าท่านมีวาจาสิทธิ์

วัตถุมงคลที่จัดสร้าง อาทิ พระสังกัจจายน์, ลูกแก้วหมื่นคนรัก, แมลงปอเรียกทรัพย์, สีผึ้ง, ตะกรุดปัญญาไว, พระผงเศรษฐีหมื่นล้าน เป็นต้น กล่าวขวัญว่าพุทธคุณดีทางเมตตา ค้าขาย แคล้วคลาดปลอดภัย

ทั้งนี้ ท่านได้ปรารภว่า “ของที่จะอยู่กับลูกหลานไปแสนนานก็คือ ของขลังที่สร้างเสกไว้ให้ จะขลังอยู่ไปชั่วลูกชั่วหลาน และคำสอนต่างๆ ที่บอกเล่าเอาไว้เป็นมรดกสมบัติพ่อให้ยึดถือปฏิบัติกันต่อไป”

บั้นปลายชีวิต แม้สังขารจะร่วงโรย แต่ยังคงออกบิณฑบาตโปรดญาติโยมอยู่เป็นนิจ กระทั่งวาระสุดท้าย

ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันศุกร์ที่ 1 พ.ย.2562 เวลา 15.09 น. สิริอายุ 87 ปี พรรษา 28

บทความก่อนหน้านี้ฮ่องกงคึกคัก “เลือกตั้ง” มากสุดเป็นประวัติการณ์ ลุ้นผลชี้ชะตาอนาคต (คลิป)
บทความถัดไปหลวงพ่อเขียน ขันธสโร วัดกะทิง จ.จันทบุรี