logo

วันเสาร์ ที่ 6 มิ.ย. 2563

หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ ยานยนต์ ไอที-สมาร์ทโฟน
รอบโลก หนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง นิวส์มอนิเตอร์ BBC Thai BBC Burmese ข่าวในพระราชสำนัก
ข่าวโควิด-19 เด่นออนไลน์ บันเทิง
กีฬาต่างประเทศ ไทยซอคเกอร์ เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
หวย ดวง
ข่าวทะลุคน วงล้อเศรษฐกิจ สดจากสนามข่าว ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม ข่าวข้น คนเข้ม บ.ก. ตอบจดหมาย วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ ยานยนต์
คลิปฮอต
บิวตี้ อิ่มอร่อย ท่องเที่ยว
เคล็ดลับการเงิน ลงทุนเรื่องง่าย รีวิวผลิตภัณฑ์

พระสาสนโสภณ วัดมกุฏกษัตริยาราม : อริยะโลกที่ 6

18 พ.ค. 2563 - 00:01 น.

พระสาสนโสภณ วัดมกุฏกษัตริยาราม

คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

พระสาสนโสภณ วัดมกุฏกษัตริยาราม - วันจันทร์ที่ 18 พ.ค.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 145 ปี ชาตกาล “พระสาสนโสภณ” (แจ่ม จัตตสัลโล) พระคณาจารย์เอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ เจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม รองประธานสังฆสภา และแม่กองธรรมสนามหลวงรูปแรก

เกิดเมื่อวันอังคารที่ 18 พ.ค.2418 เวลา 07.30 น. ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 ปีกุน เป็นบุตรนายพ่วงกับนางเอี่ยม บิดาเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านตำหนัก อ.เมือง จ.เพชรบุรี

สมัยเป็นเด็กมักเป็นจ่าฝูงในหมู่เพื่อน จึงมีนามเดิมว่าจ่า ภายหลังชื่อแปลก เพราะมักเล่นอะไรแปลก เมื่อโตขึ้นได้เรียนหนังสือที่วัดสนามพราหมณ์ ท่านมีน้องชายคนหนึ่งชื่อจอน ซึ่งได้รับราชการจนมีบรรดาศักดิ์เป็นรองอำมาตย์เอก ขุนประสารพันธุกิจ ผู้ช่วยเกษตรมณฑลพิษณุโลก ต่อมาได้รับพระราชทานนามสกุลว่า ถาวรบุตต์

พ.ศ.2435 ย้ายมาศึกษากับพระครูวินัยธรแสง ฐานานุกรมของพระพรหมมุนี (แฟง กิตติสาโร) ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม แล้วบรรพชาเป็นสามเณรในวันข้างขึ้นเดือน 7 ปีนั้นขณะเป็นสามเณรเปลี่ยนชื่อเป็นแจ่ม

ต่อมาเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันพุธที่ 19 มิ.ย.2438 มี พระพรหมมุนี (แฟง กิตติสาโร) ขณะยังเป็นพระธรรมปาโมกข์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระราชกวี (ถม วราสโย) และ พระมหานุนายก (ดี มนาปจารี) ขณะยังเป็นพระครูปลัด เป็นคู่กรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า จัตตสัลโล

ขณะอยู่วัดมกุฏกษัตริยาราม ศึกษาพระปริยัติธรรมจากพระมหาทองอยู่ (ป.ธ.7)

พรรษาที่ 2 จึงย้ายไปอยู่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เพื่อศึกษากับพระยาวิจิตรธรรมปริวัตร (ดำ) ขณะยังเป็นพระศาสนดิลก เข้าสอบในหลักสูตรของมหามกุฏราชวิทยาลัยในปีพ.ศ.2440 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค พ.ศ.2441 สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค

พ.ศ.2442 สอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค

ก่อนกลับไปอยู่วัดมกุฏกษัตริยารามดังเดิม วันที่ 9 พฤศจิกายน ร.ศ.118 ได้รับพระราชทานพัดพื้นโหมดสำหรับวุฒิบาเรียนเอก

นับแต่ย้ายกลับมาอยู่วัดมกุฏกษัตริยาราม ทำหน้าที่ครูสอนพระปริยัติธรรม ต่อมาเป็นกรรมการในการสอบบาลีสนามหลวง กรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย และกรรมการมหาเถรสมาคม เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ท่านได้รับเลือกเป็นสมาชิกสังฆสภา และสุดท้ายเป็นรองประธานสังฆสภา

พ.ศ.2471 คณะสงฆ์จัดให้มีการสอบธรรมสนามหลวงทั่วราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก โดยมีแม่กองธรรมสนามหลวงเป็นผู้ดำเนินการจัดการสอบตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา และมีพระเถระที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่กองธรรมสนามหลวงสืบมาตามลำดับ

ได้รับแต่งตั้งเป็นแม่กองธรรมสนามหลวงเป็น ครั้งแรก ดำรงตำแหน่งถึงพ.ศ.2484

ลำดับสมณศักดิ์ วันที่ 6 ก.ค.2451 ตั้งเป็นพระราชาคณะที่ พระอริยมุนี วันที่ 10 พ.ย.2457 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชกวี วันที่ 24 ก.ย.2464 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพกวี

วันที่ 9 พ.ย.2466 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมปาโมกข์

วันที่ 6 พ.ย.2471 ได้รับสถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองคณะธรรมยุต ที่ พระสาสนโศภน

ช่วงบั้นปลายชีวิต อาพาธด้วยโรคลำไส้ ต่อมามีโรคไตและโรคหัวใจพิการด้วย

กระทั่งท่านมรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2488 เวลา 02.30 น. ที่กุฏิเจ้าอาวาส

สิริอายุ 70 ปี พรรษา 50


เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

พระสาสนโสภณ วัดมกุฏกษัตริยาราม : อริยะโลกที่ 6