ผบ.ทหารพัฒนา สร้างความเชื่อมั่น-ให้กำลังใจ หน่วยปฏิบัติงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.อ.ธงชัย สาระสุข ผู้บัญชาการหน่วยประชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) เดินทางตรวจเยี่ยมและพบปะกำลังพล ของ สนภ.4 นทพ.พร้อมหน่วยขึ้นตรง และหน่วยในพื้นที่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ โดยให้ความสำคัญและมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งจากผู้บังคับบัญชาในทุกระดับ เนื่องจากต้องปฏิบัติภารกิจที่กดดันภายใต้สถานการณ์จากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยให้เพิ่มความระมัดระวัง ไม่ตั้งอยู่บนความประมาทในการปฏิบัติงาน ทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ปฏิบัติงานและในที่ตั้ง สร้างความเข้าใจแก่กลุ่มมวลชนและขยายเครือข่ายชี้แจงถึงข้อมูลที่แท้จริงของทางรัฐบาลเพื่อไม่ให้ราษฎรเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน อาจส่งผลให้เยาวชนเข้าร่วมกลุ่มของผู้ก่อความไม่สงบ

นอกจากนี้ทางผู้บัญชาการทหารสูงสุด ( ผบ.ทสส.) มีความห่วงใยสำหรับกำลังพลและครอบครัวที่สูญเสียหรือบาดเจ็บจากเหตุผู้ก่อความไม่สงบ จะดูแลด้านสิทธิสวัสดิการอย่างเหมาะสม และได้ชี้แจงถึงความก้าวหน้าจากผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาจนเป็นผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายของ ผู้บังคับบัญชา และของทางรัฐบาล ให้กำลังพลได้รับทราบ

โดยได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกภาคส่วนที่มีความตั้งใจในการปฏิบัติงานจนประสบผลสำเร็จ จนเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั่วไปให้ทราบถึงภารกิจในภาพรวมทุกมิติของ นทพ.ทั้งในการเทิดทูนสถาบัน,การเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง และการพัฒนาประเทศ เพื่อการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึง ภารกิจและผลงานในด้านอื่นๆที่กำลังพลควรทราบนอกเหนือจากภารกิจที่ได้รับมอบ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ นทพ. ตามนโยบายเพิ่มเติม

อาทิเช่น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)ที่ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล ต่อพันธุกรรมพืชในท้องถิ่นที่หายาก และมีสรรพคุณทางการค้นคว้าให้เป็นยารักษาโรค

ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ต่างชาตินำไปจดสิทธิบัตรคุ้มครอง,การรับมอบดูแลและรับผิดชอบดำเนินการแปลงสาธิต 905 โดยการจัดกำลังพลสนับสนุน อพ.สธ. และมีแผนที่จะนำพลังงานทดแทน ( Solarcell) มาใช้ประโยชน์ ซึ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ฯสร้างความภาคภูมิใจให้กับ ชาวนักรบสีน้ำเงิน เป็นอย่างยิ่ง,การสนับสนุนกำลังพลในการรักษาสันติภาพ ของ UN ที่ประเทศ ซูดาน ,การร่วมบูรณาการ สามเหลี่ยมเพื่อความมั่นคงในภูมิภาค ระหว่าง ประเทศไทย ,ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น ,การพัฒนาการฝึกด้านบรรเทาสาธารณภัยเพื่อความเป็นเลิศในอาเซียน

รัฐบาลได้เห็นความสำคัญ จึงอนุมัติงบเพิ่มเติมในการจัดซื้อ รถสะพานเครื่องหนุนมั่นให้กับหน่วยทั้งสนภ.เพื่อเสริมสร้างพัฒนาขีดความสามารถด้านการบรรเทาสาธารณภัย ให้มีความทันสมัย และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้ทันท่วงที,การเปิดอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารระดับสูง ด้านการจัดการภัยพิบัติ รุ่นที่ 1

การถอดแผนบทเรียนจากการช่วยชีวิตทีมนักฟุตบอลเยาวชนในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนนำมาศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการอย่างถูกวิธี ควบคู่กับการจัดการฝึกอบรมด้านบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับส่วนราชการอื่นและภาคเอกชน ,การพัฒนาเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เป็นมรดกโลก และเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ต่อไป,การสร้างโรงงานต้นแบบ ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาด้วยนวัตกรรมใหม่ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบประชารัฐ,การลงนามบันทึกว่าด้วยความเข้าใจ (MOU.) ในโครงการ ” 1 ภูมิภาค 1 ประชารัฐ ”


เพื่อพัฒนาเครือข่ายกลุ่มอาชีพให้มีความยั่งยืนเพิ่มรายได้ให้กับราษฎรอย่างยั่งยืน ,การจัดทำหนังสือรวมศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 37 หน่วยที่รับผิดชอบเพื่อเป็นองค์ความรู้แจกจ่ายให้กับผู้ที่สนใจเพื่อเป็นข้อมูลในการค้นคว้าศึกษาหาความรู้ต่อไปในอนาคต ,การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานให้กับ รร.ตชด.ซึ่งในปี 61 ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 30 แห่ง ซึ่งในปี 62 มีแผนดำเนินการเพิ่มเติมอีกจำนวน 34 แห่ง

และจะดำเนินการให้ครบทั่วทุกภูมิภาค, การจัด จนท.สนับสนุนเพื่อให้คำแนะนำจากการเผาไหม้ขยะตามที่รัฐบาลประเทศเมียนมาร์ร้องขอให้เข้าไปเพื่อแก้ไขสถานการณ์ลุกไหม้จากกองขยะขนาดใหญ่ในประเทศเมียนมาร์ ,และจากการที่ นทพ.เคยจัดส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยเข้าปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนที่ประเทศเนปาลเมื่อปี 2558 จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวจนทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด

ทางรัฐบาลประเทศเนปาลได้มอบเหรียญเชิดชูเกียรติให้กับทหารไทย โดย นทพ.จำนวน 17 นาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการขอพระบรมราชานุญาต เพื่อประดับเหรียญตราต่างประเทศบนเครื่องแบบทหาร ,การพัฒนาองค์กรด้วยการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และกล้องถ่ายทอดสัญญาณ สนับสนุนภารกิจหน่วยจนถึงระดับ นพค.,

การสนองนโยบายรัฐบาลเพื่อการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาพาราที่มีราคาตกต่ำด้วยการนำน้ำยาพารามาใช้ประโยชน์ในโครงการที่หน่วยรับผิดชอบ ,การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ,การเตรียมแผนพัฒนาโคเนื้อ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นกิ่งหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ,นทพ.ได้รับรางวัลระดับดีเด่นจำนวน 2 รางวัลจาก กพร. สาขาบริการภาครัฐ และสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม สร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นจึงทำให้ บก.ทท.ได้รับรางวัล เลิศรัฐ จากรัฐบาล เป็นต้น

ทั้งนี้เพื่อให้กำลังพลให้เกิดความภาคภูมิใจ และเข้าใจในความหลากหลายภารกิจของ” นักรบสีน้ำเงิน” ว่าทุกกลไกมีความสำคัญในการปฏิบัติต่องานที่ได้รับมอบทุกมิติ จากทางรัฐบาล ปลูกฝังสร้างจิตสำนึกให้กำลังพลเตรียมปรับสภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจให้มีความพร้อมและพึงระลึกเสมอว่าต้องมีการปรับบทบาทในการปฏิบัติงานยุคใหม่ ซึ่งไม่สามารปฏิบัติงานได้แบบโดดเดี่ยว

ต้องปรับทัศนคติในการก้าวสู่ยุค ไทยแลนด์ 4.0 ในการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ด้วยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”เพื่อที่จะปฏิบัติงานและสืบสานงานต่อเนื่องทั้งที่แล้วเสร็จ หรืองานต่อเนื่องตามห้วงระยะเวลาเพื่อให้บรรลุสู่ความสำเร็จ บังเกิดเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด อย่างเป็นมาตรฐาน และมีคุณภาพ นำพาองคาพยพ สร้างความเชื่อมั่นในความเป็นองค์กรที่เป็นเครื่องมือ ให้ผู้บังคับบัญชา,รัฐบาล และประชาชน

โดยก้าวตามคติพจน์ของนักรบสีน้ำเงิน “เทิดทูนสถาบัน มุ่งมั่นพัฒนา ประชารัฐมั่นคง” และได้มอบของขวัญเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ชุดผสมเทียมของหน่วยซึ่งถือได้ว่าเป็น “ผู้ปิดทองหลังพระ”ในบทบาทอีกมิติหนึ่งของ นทพ. โดยมี พล.ต.อนุสรรค์ คุ้มอักษร ผอ.สนภ.4 นทพ. ให้การต้อนรับ ณ บก.สนภ.4 นทพ. อ.ป่าบอน จ.พัทลุง