หนุ่มวางข่ายดักปลา พลาดพันขาตัวเอง ร่างจมก้นบ่อดับอนาถ

หนุ่มวางข่ายดักปลา พลาดพันขาตัวเอง ร่างจมก้นบ่อดับอนาถ

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. พ.ต.ต.สุภาพ จันทร์แดง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ รับแจ้งเหตุจากทีมนักประดาน้ำ สมาคมกู้ภัยอำนาจเจริญ ว่า มีคนจมน้ำเสียชีวิต ที่บ่อน้ำกลางทุ่งนา บ้านโนนใจดี ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสานแพทย์เวร ร.พ.อำนาจเจริญ รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำกลางทุ่งนา ลึกกว่า 4 เมตร อยู่บริเวณหลังบ้านของนายไพบูลย์ ขันทอง อายุ 52 ปี ชุมชนโนนใจดี หมู่ 17 ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ โดยมีเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอำนาจเจริญกำลังนำศพผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากบ่อน้ำ ทราบชื่อภายหลัง คือ นายสมศักดิ์ ทองเสริม อายุ 37 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืดสีครีม สวมกางเกงวอร์ม ขายาวสีแดง บริเวณขาซ้ายมีตาข่ายดักปลาพันอยู่ปลายเท้า คาดว่าตาข่ายน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้จมน้ำเสียชีวิต

เบื้องต้นจากการสอบถามนายไพบูลย์ เจ้าของบ่อน้ำ ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรก กล่าวว่า ผู้ตายเป็นผู้ช่วยลูกชายตนขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด เมื่อช่วงสายมาขอวางตาข่ายดักปลา เพื่อนำไปประกอบอาหาร ตนรู้จักสนิทสนมกันอยู่พอประมาณ จึงอนุญาตให้ผู้ตายไปวางตาข่ายดักปลาที่บ่อปลายนา เพราะบ่อน้ำตื้นและมีปลาเยอะกว่าบ่อนี้ แต่ผู้ตายยืนยันกับตนว่าจะขอวางตาข่ายดักปลาที่บ่อนี้ ตนจึงไม่ได้สนใจและทำงานอยู่ภายในสวนของตนต่อ

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า กระทั่งเวลาประมาณเที่ยง ตนกำลังจะกลับเข้าบ้านเพื่อไปกินข้าว จึงเดินมาที่บ่อเพื่อสอบถามผู้ตายว่าได้ปลาเยอะหรือไม่ แต่กลับพบเพียงถุงปุ๋ยที่ผู้ตายใส่ตาข่ายมา และรองเท้าของผู้ตายถอดอยู่ข้างบ่อน้ำ ทีแรกตนคิดว่าผู้ตายนำปลาที่ดักได้จากบ่อกลับบ้านไปทำอาหารกินแล้ว ช่วงบ่ายตนจึงแวะไปดูที่บ้านของผู้ตาย ทางบ้านของผู้ตายบอกว่าผู้ตายยังไม่ได้กลับมาตั้งแต่ช่วงกลางวัน สอบถามเพื่อนบ้านก็ไม่มีใครพบเห็นผู้ตาย

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ตนกลับมาที่บ่อน้ำดังกล่าวอีกครั้ง แล้วตัดสินใจลงไปงมดูในบ่อ นานกว่า 1 ชั่วโมง แต่ไม่พบ กระทั่งลูกชายคนเล็กกลับมา จึงมาช่วยงมหา แต่ก็ไม่พบ ลูกชายจึงโทรศัพท์ไปแจ้งสมาคมกู้ภัยอำนาจเจริญ ให้มาช่วยตาหา เพราะคาดว่าจะจมน้ำอยู่ภายในบ่อน้ำแห่งนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลาในการค้นหาศพอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง จึงพบร่างจมอยู่ในจุดที่ลึกสุดของบ่อ

เบื้องต้น น.พ.อินทณัฐ ผู้สันติ แพทย์เวร ร.พ.อำนาจเจริญ ได้ตรวจสอบคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ชั่วโมง ตามร่างกายไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยจากการถูกทำร้าย ทางญาติผู้ตายไม่ติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวัน ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ทิ้งหมัดเข้ามุม : ทางเลือกทางรอด
บทความถัดไปข่าวข้นคนเข้ม : ประวิตรสั่งมหาวิทยาลัยแก้ปัญหาฝุ่น