รวบ ไอ้อาก้า-เมีย ยกเค้าบ้านหรู วิศกรฝรั่ง ฉกเครื่องเพชรนับล้าน อ้างหาค่านมลูก

รวบ ไอ้อาก้า-เมีย ยกเค้าบ้านหรู วิศกรฝรั่ง ฉกเครื่องเพชรนับล้าน อ้างหาค่านมลูก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ก.พ. ที่สภ.เมืองอุดรธานี พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รองผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รองผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สมโภชน์ ประจิตร รอง ผกก.หน.สภ.ห้วยหลวง พ.ต.ต.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส. ชุดสืบสวน สภ.ห้วยหลวง ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวอุดรธานี ชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอุดรธานี

ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ชาวต่างชติรายสำคัญ จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ประกอบด้วย 1.นายอาก้า แพงสา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 440 ม.9 ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี 2.น.ส.ประไพ ไชยชาติ อายุ 33 ปี ภรรยาของนายอาก้า

 ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

พร้อมตรวจยึดของกลางกว่า 100 รายการ ประกอบด้วย 1.รถสามล้อเครื่อง หรือรถสามล้อสกายแล๊ป 1 คัน 2.รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว 1 คัน 3.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง 4.แท็ปเล็ต 2 เครื่อง 5.นาฬิกาข้อมือ 1 เรือน 6.แหวนเพชร 3 วง ราคาวงละ 2-3 แสนบาท 7.แหวนประดับ 10 วง 8.เครื่องประดับประเภทสร้อย ต่างหู ล็อกเก็ต จำนวน 44 ชิ้น 9.กระเป๋าแบรนด์เนม 5 ใบ 10.เราท์เตอร์สัญญาณไวไฟ 1 ชุด

11.หมวกแก๊ป 1 ใบ 12.เสื้อยืด 2 ตัว 13.กางเกงขายาว 2 ตัว 14.อุปกรณ์งัดแงะ ไขควง คีม จำนวน 1 กล่อง 15.เงินสกุลยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5 หมื่นบาท 16.เงินสกุลฟรังค์สวิส คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2 หมื่นบาท รวมของกลางมูลค่าทรัพย์สินเกือบ 1 ล้านบาท

พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ เปิดเผยว่า ในห้วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุลักทรัพย์ในหลายตำบลในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วนใหญ่เป็นเหตุงัดบ้านพักของชาวต่างชาติ โดยล่าสุดเมื่อช่วงกลางวันของวันที่ 1 ก.พ. เกิดเหตุคนร้ายงัดบ้านพักชาวต่างชาติ เลขที่ 131 ม.6 บ้านนาคลอง ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี ของมิสเตอร์มัลเฟรด ไรเซอร อายุ 68 ปี วิศวกรชาวสวิสเซอร์แลนด์ และนางมณธิชา ไรเซอร์ อายุ 58 ปี ภรรยาชาวไทย

โดยคนร้าย ได้งัดห้องหลังบ้านเข้าไปในตัวบ้านแล้วรื้อค้นเอาทรัพย์สินไป ทั้งโน้ตบุ๊ก แท็ปเล็ต แหวนเพชร เครื่องประดับ กระเป๋า รวมหลายรายการมูลค่าเกือบล้านบาท ซึ่งเป็นเหตุลักทรัพย์ของชาวต่างชาติ และคนร้ายอุกอาจก่อเหตุกลางวันแสกๆ อาศัยตอนเจ้าของบ้านออกไปทำธุระนอกบ้าน ทำให้ชาวต่างชาติหวาดกลัวภัยจากคนร้ายงัดบ้าน จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งสืบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยด่วน

พ.ต.อ.วิบูลย์ กล่าวต่อว่า ชุดสืบสวนได้แกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิด จนพบว่าคนร้ายเป็นชายและหญิงใช้รถสามล้อเครื่อง ขับวนเวียนหลายรอบที่บ้านผู้เสียหาย ก่อนจะจอดไว้บริเวณใกล้เคียงแล้วปีนรั้วเข้าไปงัดขนเอาทรัพย์สินก่อนหลบหนีไป นอกจากนี้ยังมีพยานพบเห็นว่าคนร้ายได้ไปซื้อบุหรี่ที่ร้านค้าทำทีเป็นสอบถามว่า บ้านไหนมีใครอยู่บ้านบ้าง เพื่อหาจังหวะเข้าไปลักทรัพย์ จนกระทั่งการแกะรอยไปจนพบว่าคนที่ใช้รถสามล้อคือ นางประไพ ไชยชาติ พักอยู่บ้านเช่าใน ต.เชียงพิณ จึงได้เข้าตรวจค้น และพบผู้ต้องหาทั้งสองกำลังนั่งแล่นแท็ปเล็ตที่ขโมยมาอยู่ในบ้านและเตรียมนำทรัพย์สินออกขาย จึงจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางเต็มบ้าน

ขณะที่ นางมณธิชา ไรเซอร์ อายุ 58 ปี ภรรยาชาวไทย กล่าวว่า แหวนเพชร ที่ถูกคนร้ายขโมยไปนั้น มีค่าทางจิตใจกับตนเองเป็นอย่างมาก หาสิ่งของมีค่าอื่นมาทดแทยไม่ได้ เนื่องจากเป็นของขวัญที่ได้มาในวันแต่งงาน วันวาเลนไทน์ และวันคริสมาสต์ หากไม่ได้คืนคงเสียใจไปตลอด ต้องขอบคุณตำรวจที่ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนและชาวต่างชาติได้

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกจับคดีลักทรัพย์มาแล้ว ติดคุกที่เรือนจำกลางอุดรธานี 2 รอบ และถูกจับในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ติดคุกที่นั่นอีก 1 รอบ รวมแล้วกว่า 6 ปี กระทั่งพ้นโทษมาเมื่อประมาณเดือน ก.ค.61 ที่ผ่านมา แล้วมาพักอยู่กับภรรยา แต่ก็มีปัญหาเรื่องงานไม่มี เงินไม่มี แม้จะซื้อนมให้ลูกน้อยวัยปีเศษ จึงชักชวนกันออกงัดบ้านลักทรัพย์โดยเลือกเอาบ้านพักฝรั่ง

เพราะคิดว่ามีทรัพย์สินมากกว่าบ้านของคนไทย เพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย กระทั่งถูกจับได้ คราวนี้ต้องกลับเข้าเรือนจำอีกเป็นรอบที่ 4  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะ” ก่อนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้‘ตลาดมอกล้วยไข่’กำแพงเพชร เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวภาคเหนือ 
บทความถัดไปซีพี ออลล์ เปิดร้านเซเว่นฯ แลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองพัทยา