ชาวไร่ยาสูบ จี้รัฐเลื่อนขึ้นภาษีบุหรี่ก่อนเลือกตั้ง

ชาวไร่ยาสูบ

ชาวไร่ยาสูบ จี้รัฐเลื่อนขึ้นภาษีบุหรี่ก่อนเลือกตั้ง

ชาวไร่ยาสูบ – ชาวไร่ยาสูบทนอดอยากไม่ไหวแล้ว จี้รัฐบาล พรรคการเมือง เลื่อนขึ้นภาษีบุหรี่ก่อนเลือกตั้ง แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ลงรับเรื่องพร้อมเตรียมเสนอข้อมูลรัฐบาลบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้นก่อน ยอมรับหลังเลือกตั้งจะทำงานร่วมกับภาคีชาวไร่ใกล้ชิดเรื่องนโยบายภาษี
ภาคีชาวไร่ยาสูบส่งตัวแทนครึ่งร้อย บุกยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและพรรคพลังประชารัฐ จี้แก้ปัญหาปากท้องจริงจัง พร้อมเทคะแนนเสียงให้หากพรรคการเมืองใดยกเป็นนโยบายแก้ปัญหาปากท้องสำเร็จ ตอนนี้ชาวไร่ยาสูบกว่า 200,000 คนกำลังอดอยาก หนี้สินพอกพูน เพราะขาดรายได้จากอาชีพทำกินแบบไม่ทันตั้งตัวตั้งแต่ปีก่อนจากการโดนลดโควตารับซื้อใบยาสูบจากการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ถ้าปีนี้รัฐบาลจะขึ้นภาษี 40% ตุลาคมนี้ ยสท.จะไม่รับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่อีกแล้ว เกษตรกรคงมีแต่จะอดตาย ซึ่งสวนทางกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นย้ำการแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และดูแลเกษตรกร
นายสุธี ชวชาติ นายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบ จ.ลำปาง และตัวแทนภาคียาสูบแห่งประเทศไทย นำตัวแทนชาวไร่ยาสูบกว่า 50 คน เดินทางจากภาคเหนือและอีสาน ประกอบด้วยสมาคมชาวไร่ยาสูบ 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ น่าน พะเยา และลำปาง สมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ สุโขทัย – เพชรบูรณ์ และเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ 5 จังหวัดภาคอีสาน ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม หนองคาย และนครพนม
โดยนายสุธี กล่าวว่า กลุ่มภาคียาสูบฯ ได้ประเมินแล้วว่า ถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าขึ้นภาษีตามแผนงานของกระทรวงการคลัง จะทำให้อุตสาหกรรมต้นน้ำคือกลุ่มเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ และผู้บ่มใบยาสูบ สูญเสียรายได้รวมกันแล้วราว 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา ยสท.ตัดโควตารับซื้อใบยาสูบปี 2561/2562 ลงร้อยละ 50  คิดเป็นมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลจ่ายค่าชดเชยกลับมาให้ชาวไร่เพียงแค่ 159 ล้านบาท ชาวไร่ยาสูบถูกตัดโควตากระทันหัน ทำให้หลายครอบครัวสูญเสียรายได้แบบฉับพลัน จนต้องกู้เงินทั้งในและนอกระบบมาแก้ปัญหาปากท้องไปพลาง ระหว่างรอการแก้ปัญหาจากรัฐบาล และดูเหมือนเหตุการณ์จะเกิดซ้ำเดิมอีกในปีนี้
เพราะยสท.เปิดเผยแล้วว่า ไม่สามารถรับซื้อใบยาสูบในฤดูกาลที่จะมาถึงคือ 2562/2563 เนื่องจากมีใบยาล้นสต๊อก และเพื่อให้สอดคล้องกับอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ที่รัฐบาลจะขึ้นจาก 20% เป็น 40% ในวันที่ 1 ต.ค.2562 นี้อีก ยสท.จึงต้องขึ้นราคาบุหรี่อย่างน้อยซองละ 33 บาท จากบุหรี่ที่ราคา 60 บาท เป็นราคาขายซองละ 93 บาท ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของ ยสท.ลดลงจากเดิมที่ลดลงต่อเนื่องอยู่แล้วกว่า 20 เท่าตัว
“อยากให้ท่านนายกฯ ทบทวนนโยบายการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ อยากให้มีประกาศการเลื่อนการขึ้นภาษีออกไปก่อนจะมีการเลือกตั้ง เชื่อว่าครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญทั้งกับรัฐบาลและพรรคการเมืองที่จะแสดงความจริงใจออกมาต่อปัญหาปากท้องประชาชน เพราะเป็นโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งที่จะแสดงให้ชาวไร่ยาสูบซึ่งเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเกือบ 200,000 คนได้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องรายได้อย่างจริงใจ  ส่วนการยื่นหนังสือให้กับพรรคการเมืองก็เพื่อขอให้กำหนดนโยบายพรรคในการดูแลเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและผลักดันให้เลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ในเดือนตุลาคมนี้ออกไปก่อนเช่นกันเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ยาสูบที่มีรายได้น้อย” นายสุธี กล่าว
นายสมศักดิ์ ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล  โฆษกพรรค ได้รับหนังสือชี้แจงความเดือดร้อนรุนแรงจากกลุ่มภาคีชาวไร่ยาสูบ กล่าวว่า ตนเองและกลุ่มสามมิตรรับรู้ปัญหาของเกษตรกรชาวไร่ยาสูบมาตั้งแต่ที่ยังไม่ได้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ และได้พยายามสนับสนุนให้รัฐบาลมีการช่วยเหลือปัญหาปากท้องของกลุ่มชาวไร่ยาสูบมาโดยตลอด จากผลกระทบที่เกษตรกรได้รับจากการขึ้นภาษีบุหรี่ของรัฐบาล ซึ่งปัญหานี้เราจะยังเดินหน้าร่วมหาทางแก้ไขต่อไปแน่นอน ตอนนี้เราทำงานในพรรคพลังประชารัฐ ต้องให้ความใส่ใจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอยู่แล้ว เราพร้อมดูแลเต็มที่ สำหรับนโยบายภาษีเป็นเรื่องที่ต้องหารือในรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน” นายสมศักดิ์กล่าว
นายกอบศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากรับเรื่องราวร้องทุกข์แล้วจะได้มีการหารือในรายละเอียดกับแกนนำภาคีชาวไร่ยาสูบเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว โดยพรรคจะส่งข้อมูลผลกระทบจากการขึ้นภาษีบุหรี่ที่มีต่อเกษตรกรชาวไร่ และต่ออุตสาหกรรมยาสูบทั้งหมดให้รัฐบาลได้พิจารณาเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาในช่วงนี้ก่อน
ส่วนการจะเลื่อนการขึ้นภาษีที่จะรัฐบาลมีอยู่ในแผนว่าจะขึ้นภาษีบุหรี่ 40 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนตุลาคมนี้ คงต้องหารือในรายละเอียดอย่างจริงจัง   เพราะโดยทั่วไปแล้วการในนโยบายภาษีเป็นเรื่องที่ดีแต่ไม่ควรสร้างผลกระทบรุนแรงต่ออาชีพเกษตรยาสูบอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้ วันนี้ได้รับทราบข้อมูลจริงและเห็นผลกระทบชัดเจนจากเกษตรกรยาสูบที่รายได้ลดลงกว่าครึ่ง แสดงว่านโยบายภาษีได้สร้างเป็นปัญหาปากท้อง สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรไทย 

ตอนนี้ในช่วงเลือกตั้ง เราจะนำเสนอข้อมูลให้รัฐบาลช่วยพิจาณณาปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบ และหลังเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ จะได้ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายชาวไร่อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง เพื่อกำหนดแนวทางหรือนโยบายภาษีที่จะไม่ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

บทความก่อนหน้านี้‘สมคิด’ บี้คมนาคมสปีดลงทุน กระตุ้นศก.ก่อนเลือกตั้ง ‘อาคม’ เด้งรับชง 21 โปรเจ็กต์
บทความถัดไปรู้สึกโง่มาก! สั่งกากหมูมากิน แกะออกดูถึงช็อก ราคาถุงละ 50 บาท