ทลายสำนักสงฆ์เถื่อน จับพระวันๆ นั่งซดเหล้า-เสพยา ยกวัด ทำซองผ้าป่าปลอมเรี่ยไรไปเรื่อย!!

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 9 มี.ค. พล.ต.อภิชาติ สุขแจ่ม ผบ.กกล.รส.มทบ.17 พ.อ.กุญภัสร์ หาญสมบูรณ์ เสธ.กกล.รส.มทบ.17 พ.ท.อภินันท์ แสงคุ้มภัย พ.ต.รัชเดช น้าประเสริฐ ร.ท.ชูชาติ กลิ่นพุฒตาล เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการพิเศษ กล.รส.มทบ. ที่ 17 ร่วมกับ มว.รส.ม.พัน.19 และ ฝ่ายปกครอง จ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อู่ทอง รวมกว่า 20 นาย เข้าตรวจสอบที่สำนักสงฆ์วังซับใหญ่ ม.13 ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่าเป็นสำนักสงฆ์เถื่อน และยังมีพระสงฆ์และสามเณรในผ้าเหลือง มั่วสุมดื่มเหล้าเมาสุราและเสพยาบ้ากันอย่างโจ้งครึมภายในสำนักสงฆ์ดังกล่าว จึงวอนขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ และพบว่ายังมีพฤติกรรมออกเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านตามสถานที่ต่างๆ อีกด้วย


วันนี้เจ้าหน้าที่ทหารจึงนำกำลังลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบพระสงฆ์และสามเณรกำลังนั่งจับกลุ่มสนทนากัน เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้ขอตรวจสอบค้นภายในสำนักสงฆ์ และขอตรวจปัสสาวะพระ สามเณรทุกรูป พร้อมทำการตรวจค้นตัวทั้งหมด ประกอบด้วยจำนวน พระสงฆ์จำนวน 7 รูป สามเณร 5 รูป รวม 12 รูป เบื้องต้นหลังจากการตรวจสอบ พบพระสงฆ์และสามเณร ไม่มีปัสสาวะเป็นสีม่วง แต่ให้การรับสารภาพว่ามีการดื่มสุราและเบียร์กันจริง โดยพบของกลางเป็นขวดสุรา และขวดเบียร์ จำนวน 4 ขวด และยังพบ อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก บริเวณข้างกุฏิสามเณร พร้อมกระสุนปืน 1 นัด และมีดดาบ อีก 2 เล่ม นอกจากนี้ยังพบซีดีลามกอนาจารจำนวนหนึ่ง และ ไพ่อีก 1 สำรับ และระหว่างการค้นตัวสามเณรรูปหนึ่ง พบว่ามียาบ้า อยู่ในจีวรผ้าเหลือง คาหนังคาเขาอีก จำนวน 7 เม็ด โดยสามเณรให้การรับสารภาพว่า ไปซื้อยาบ้าเอามาเสพ

จากนั้นได้เข้าตรวจค้นภายในกุฏิสามเณร ยังพบยาบ้าอีก 2 เม็ด รวมพบ ยาบ้าทั้งหมด 9 เม็ด และ อุปกรณ์เสพยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง


ด้าน พ.อ.กุญภัสร์ หาญสมบูรณ์ เสธ.กกล.รส.มทบ.17 เปิดเผยว่า หลังจากการตรวจสอบแล้ว พบว่า สำนักสงฆ์ของที่นี่ไม่ได้มีใบการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง เป็นสำนักสงฆ์เถื่อน และเจ้าอาวาส พระสงฆ์ สามเณร ในสำนักสงฆ์ทุกรูป ก็ประพฤติปฏิบัติตนไม่เหมาะสม มีการมั่วสุมเสพอบายมุขจริงตามที่ชาวบ้านร้องเรียนมา เพราะขณะเจ้าหน้าที่เข้าไปยังพบการดื่มเบียร์สุรา และยังพบว่ามีการทำซองผ้าป่าเพื่อไปแอบอ้างไปเรี่ยไรเงินตามพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑล ทำให้เสื่อมเสียพระพุทธศาสนา จึงได้นำตัวทั้งหมดไปทำการสึก พร้อมเก็บป้ายชื่อสำนักสงฆ์และปิดสำนักสงฆ์ทันที และได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้โสมใต้ฮือปะทะกันดับ หลังศาลรธน.ให้ถอดถอนปาร์กกึนเฮ
บทความถัดไปร้องสนช. ชะลอ E-Sports เป็นกีฬา หวั่นซ้ำเติมปัญหาเด็กติดเกม เสพติดอินเทอร์เน็ต