Khaosod
Online

วันศุกร์ ที่ 2 ต.ค. 2563

บุกจับวิลล่าหรู มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท บนเกาะสมุย ประกอบธุรกิจสุดแยบยล-ซับซ้อน

12 มิ.ย. 2562 - 16:06 น.

วันที่ 12 มิ.ย. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้ พล.อ.ต.วันชัย บุญภักดี ที่ปรึกษา ผอ.รมน.ภาค 4, พ.อ.ธวัชชัย ทับทิมสงวน กรรมการอำนวยการ รมน.ภาค 4, พ.อ.สนิท สีแสง ฝ่ายอำนวยการ รมน.ภาค 4 ร่วมกับทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 4 และมณฑลทหารบกที่ 45 พื้นที่เกาะสมุย, ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย, พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่บ้านเชิงมนต์ หมู่ 5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการโรงแรมบนเกาะสมุยที่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ว่าถูกสถานประกอบการโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตมาทำธุรกิจเอารัดเอาเปรียบ ด้วยการแย่งลูกค้าที่มาจองห้องพัก เพื่อมาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย ซึ่งเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว หลีกเลี่ยงการเสียภาษี ทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานประกอบการโรงแรมดังกล่าว พบว่าเปิดทำธุรกิจโรงแรมมาตั้งแต่ พ.ศ.2554 อยู่บนภูเขาเนื้อที่กว่า 70 ไร่ เป็นวิลล่าหรูระดับ 5 ดาว จำนวน 23 หลัง 89 ห้องนอน คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินกว่า 1,000 ล้านบาท วิลล่าแต่ละหลังจะมีห้องพักตั้งแต่ 3 ห้อง จนถึง 8 ห้อง ขายที่พักรายวันคิดเป็นเงินไทยตั้งแต่ 3 หมื่นบาท จนถึง 1.3 แสนบาท

ต่อมาผู้จัดการฝ่ายบัญชีเข้ามาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ จึงได้สอบถามทราบว่า วิลล่าแต่ละหลังจะมีเจ้าของบ้านที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลทั้งหมด และมีคนไทยมาทำสัญญาเช่าช่วงต่ออีกที ทางโรงแรมเป็นบริษัทบริหารจัดการในโครงการทั้งหมด ตั้งแต่รับจองห้องพักผ่านทางตัวแทนรับจองทางออนไลน์และทางโทรศัพท์ โดยรายได้จะโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทเต็มจำนวน โรงแรมจะแยกเป็นรายได้ให้เจ้าของวิลล่าแต่ละหลังแบ่งเปอร์เซนต์ต่างกัน

แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า โรงแรมดังกล่าวจดทะเบียนนิติบุคคลในชื่อบริษัทซามูจาน่า จำกัด มีกรรมการ 1 คน ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นบริษัทข้ามชาติ 3 ราย หลังจากนั้นได้มีกลุ่มคนไทยเข้ามาโดยไม่ปรากฏสัญญาเช่าบ้านกับบริษัทต่างชาติที่เป็นเจ้าของบ้าน 23 หลัง แต่อย่างใด โดยคนไทยทั้งหมดไปยื่นแบบหนังสือรับแจ้งสถานที่พักที่ได้รับการยกเว้นไม่เป็นโรงแรมตามข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2551 จำนวนห้องพัก 4 ห้อง และจำนวนผู้เข้าพักรวมกันทุกห้องไม่เกิน 20 คน และผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ลงชื่อในฐานะนายทะเบียน ต่อมาโรงแรมดังกล่าวได้ดำเนินการเป็นบริษัทบริหารจัดการในโครงการและรับจองห้องพักทั้งหมดแทนกลุ่มคนไทยอีกรอบหนึ่ง

เบื้องต้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า โรงแรมดังกล่าวได้เข้ามาประกอบกิจการลักษณะโรงแรม แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ซึ่งจะได้เรียกกรรมการผู้จัดการ มาพบภายในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนความผิดฐานดัดแปลงและใช้ประโยชน์ในอาคารผิดไปจากที่ได้รับอนุญาต จะประสานให้เทศบาลนครเกาะสมุยเข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงกลุ่มคนไทยที่เข้ามาเกี่ยวข้องขออนุญาตประกอบกิจการ เข้ามาสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร เข้ามาผูกพันในฐานะใด อาจรวมถึงเรื่องการดำเนินการว่าเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ อย่างไรด้วย

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ บุกจับวิลล่าหรู มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท บนเกาะสมุย ประกอบธุรกิจสุดแยบยล-ซับซ้อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง