ขวดโซดาระเบิด นร.หญิงวัย 14 ลูกตาแตก กลางโรงเรียน จ่อตาบอด ผอ.โต้ครูดื่มเหล้าใน ร.ร.

ขวดโซดาระเบิด

ขวดโซดาระเบิด นร.หญิงวัย 14 ลูกตาแตก กลางโรงเรียน จ่อตาบอดถาวร ยายถามหาความรับผิดชอบ สงสัยครูดื่มเหล้าในโรงเรียน ผอ.โต้ แค่เอามาหมักเนื้อ

ขวดโซดาระเบิด จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Jeepsy Richard” ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บที่ตาข้างซ้าย จากขวดโซดาที่กระเด็นเข้าตา โดยผู้โพสต์ระบุว่าผู้ได้รับบาดเจ็บคือลูกสาวของเธอ พร้อมข้อความว่า “มีกลุ่มครู อาจารย์บางกลุ่มได้นำเหล้าเบียร์โซดา เข้าไปดื่มภายในเขตบริเวณโรงเรียน กินแล้วไม่เก็บ และเพื่อนนักเรียนบางคนได้เห็นขวดโซดาจึงนำมาเปิดเพื่อที่จะดื่ม โดยใช้มีดที่วางอยู่กับขวดทำการเปิด ผลคือ ปากขวดกระเด็นเข้าที่ตาของลูกฉัน! ตอนนี้ตายังมองไม่เห็น 80-90% คือบอด ผอ. และครูในรายวิชานั้นปัดความรับผิดชอบ และมีการพูดว่ามีข้อยกเว้นให้ดื่มเหล้าภายในโรงเรียนได้ ชอบดื่มเหล้ามากก็ลาออกจากครูไปนั่งดื่มแต่เหล้าเลยดีมั้ย ถ้าจะเป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ ทำตัวแบบนี้ลาออกไปเถอะค่ะ เปลืองภาษีประชาชน!! ฝากเพื่อนๆ แชร์ด้วยนะคะ”

จากนั้นวันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อกับเจ้าของโพสต์ทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม ซึ่งผู้เป็นแม่ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ ส่วนลูกสาวอาศัยอยู่กับยาย ขณะนี้แพทย์ได้อนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว

นางชไมพร ปินะกะเส อายุ 54 ปี ยายของ ด.ญ.เอ กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยตนได้รับโทรศัพท์จากครูว่าหลานว่าได้รับอุบัติเหตุอยู่ที่ ร.พ.ยางสีสุราช และทาง ร.พ.ยางสีสุราช ได้ทำเรื่องส่งตัวมารักษาที่ ร.พ.มหาสารคาม จากการสอบถามหลานเล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุทางโรงเรียนมีกิจกรรม โดยมีการใช้ลิปสติกมาวาดตามตัว และบางส่วนได้เลอะที่หน้าของนักเรียน ซึ่งเด็กๆ ก็ได้มาล้างหน้าที่ด้านข้างหอประชุมที่ใกล้บ้านพักครู เพื่อนของหลานเห็นขวดโซดาวางอยู่บนโต๊ะ จึงได้ใช้มีดปลายแหลมที่วางอยู่ข้างขวดโซดาแทงฝา ปรากฏว่าขวดโซดาระเบิด เศษแก้วกระเด็นเข้ามาบาดที่ตาซ้ายของหลานที่อยู่ใกล้ๆ ไม่นานครูก็ได้มาพบและพาส่งโรงพยาบาล มาทราบภายหลังว่าขวดโซดาวางตากแดดอยู่ประมาณ 2 วันมาแล้ว

ต่อมาตนได้เดินทางไปที่โรงเรียนเพื่อถามหาคนรับผิดชอบทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าดูแลร่างกายต่างๆ โดยทาง ผอ.โรงเรียนบอกว่าไม่สามารถดูแลได้เนื่องจากทางโรงเรียนไม่มีงบประมาณให้ ต้องไปเรียกร้องกับครอบครัวของคู่กรณี คือเพื่อนคนที่เปิดขวดกระเด็นใส่ตา ทางโรงเรียนมีแต่งบประมาณในการจัดซื้อหนังสือ และทัศนศึกษา โดยหลานสาวมีประกันอุบัติเหตุอยู่ ก็จะเป็นเรื่องของค่ารักษาพยาบาล และเงินชดเชยนอนโรงพยาบาลเท่านั้น

ซึ่งสิ่งที่ครอบครัวต้องการคืออยากให้ทางโรงเรียนออกมารับผิดชอบว่า เพราะเหตุใดขวดโซดาถึงไปวางอยู่ตรงนั้น มีการดื่มสุราในโรงเรียนจริงหรือไม่ ทั้งๆ ที่ในสถานศึกษาห้ามไม่ให้มีการดื่มแอลกอฮอล์ และอยากให้ทางโรงเรียนออกมารับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวของหลานด้วย

ด้าน ด.ญ.เอ กล่าวว่า ขณะนี้ตาข้างซ้ายยังมองไม่ชัด มองเห็นแต่เลือด ซึ่งกลัวว่าตาจะบอด โดยคุณหมอเปรียบเทียบให้ฟังว่า เหมือนลูกแตงโมแตก ซึ่งโอกาสที่จะกลับมามองเห็นแทบเป็นไปไม่ได้ ในใบรับรองแพทย์ระบุว่า ลูกตาแตก กล้ามเนื้อตาฉีกขาด เปลือกตาฉีกขาด ทางครอบครัวจะพาไปเข้ารับการรักษาที่ ร.พ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพราะมีแพทย์เฉพาะทาง และหวังว่าจะยังคงมีโอกาสกลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่งถึงแม้ว่าจะไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

ขณะที่ นายศักดา สวัสดิ์สละ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันเกิดเหตุคือวันที่ 18 ก.ค. ได้รับการรายงานจากครูว่า เกิดเหตุนักเรียนเข้าไปในฟาร์มของโรงเรียน ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ของบ้านพักครู โดยปกติเด็กทั่วไปจะทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่หวงห้าม จะเข้าได้เฉพาะสมาชิกของฟาร์ม ซึ่งขวดโซดาที่อยู่บนโต๊ะใกล้บ้านพักครู จากรายงานที่ได้รับทราบว่า ครูได้มีการหมักเนื้อโดยใช้โซดาเป็นส่วนประกอบ ทำให้มีขวดโซดาตั้งวางอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยขวดโซดาได้วางตากแดดไว้ 2 วัน เมื่อเด็กนักเรียนมาพบ และอยากดื่มน้ำโซดา เพื่อนจึงเปิดให้ โดยใช้มีดงัดแบบเฉียง ทำให้เกิดแรงอัด และเกิดระเบิด ปากขวดแตกและกระเด็นเข้าใส่ตาของ ด.ญ.เอ

ส่วนกรณีที่ว่ามีการดื่มเหล้าในโรงเรียน ขอชี้แจงว่า ในวันเกิดเหตุไม่มีครูคนไหนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงเรียน แต่ตาม พรบ.แอลกอฮอร์ ก็มีข้อยกเว้นเรื่องการดื่มเครื่องดื่มในสถานศึกษา เช่น บริเวณบ้านพัก สโมรสร หรืองานประเพณี ก็มีข้อยกเว้น

อย่างไรก็ตามเพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตอนนี้ทางโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเขต 26 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด่วนที่สุด หากผลสอบออกมาแล้ว ครูผิดจริงก็ต้องว่ากันไปตามผิด ส่วนการเยียวยานั้น เบื้องต้นทางโรงเรียนมีประกันอุบัติเหตุให้กับเด็กนั้นเรียน เพื่อเป็นการรักษาพยาบาล และมีการเยี่ยมเยือนรวมถึงถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้ว ก็จะทำพิธีบายสีสูขวัญตามประเพณีอีสาน ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 2 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
บทความถัดไป“จิรายุ” ท้า “อุตตม” โชว์หลักฐานยับยั้ง ปล่อยกู้กรุงไทย เจ้าตัวแจงทักท้วงแล้วแต่ไม่มีบันทึก