พ้นคุกยังทำซ้ำ! หนุ่มใหญ่ ตระเวนจำนำทองปลอมสุดเนียน ตร.เตือนร้านค้าตรวจให้ดี

พ้นคุกยังทำซ้ำ! หนุ่มใหญ่ ตระเวนจำนำทองปลอมสุดเนียน ตร.เตือนร้านค้าตรวจให้ดี

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 10 ก.ย. พ.ต.อ.พายัพ สมบูรณ์ ผกก.สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี พ.ต.ท.ชินโชติ โชตสิริ สวป. พ.ต.ต.ชุมพล สุขภัคดี สว.สืบสวน สภ.จอมบึง นำตัวนายชวลิต จิตต์เย็น อายุ 51 ปี ชาว จ.เพชรบุรี พร้อมของกลางทองคำรูปพรรณปลอม หนัก 3 บาท จำนวน 2 เส้น มาทำการสอบสวนขยายผล หลังจากนำทองคำรูปพรรณปลอมมาจำนำ โดยพนักงานแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่เฝ้าร้านทองเยาวราช สาขาจอมบึง จับกุมขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังประชุมร่วมกับผู้ประกอบการร้านทองใน อ.จอมบึง เพื่อให้ร่วมกันสังเกตและป้องกันคนร้ายที่จะมาก่อเหตุในรูปแบบต่างๆ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

สอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้นำทองคำรูปพรรณปลอมไปจำนำตามร้านทองจริง ตนมีอาชีพทำงานก่อสร้าง แต่ป่วยเป็นวัณโรค การนำทองคำปลอมไปจำนำทุกครั้ง เพื่อนจะเป็นผู้ทำทองคำปลอมให้ โดยทำเป็นทองรูปพรรณ ลายห่วงคู่ น้ำหนัก 3 บาท ในส่วนตะขอและช่วงที่เป็นลายต่อจากตะขอขึ้นมาข้างละประมาณ 10-15 ข้อ จะเป็นทองคำแท้ ส่วนที่เหลือทั้งเส้นจะเป็นเงิน หรือสแตนเลส ที่นำมาชุบทองให้หนา และให้น้ำหนักเท่ากับทองจริง ร้านทองจะได้ไม่สงสัย ผู้ต้องหารให้การอีกว่า ตนจะนั่งรถตู้ไปตามจังหวัดต่างๆ พร้อมทั้งดูทำเลที่ร้านทองไม่ใหญ่มีคนอยู่น้อยและไม่มีตำรวจ ก่อนถูกจับกุมได้ที่ร้านทองเยาวราช อ.จอมบึง จ.ราชบุรี  ตนนำทองคำปลอมที่เตรียมมายื่นให้กับพนักงาน แล้วบอกว่าเอาทองมาจำนำ 3 บาท ต้องการเงิน 50,000 บาท พนักงานได้นำทองคำมาทำการตรวจสอบและป้ายน้ำยา พบว่าบริเวณกลางเส้นมีสีผิดปกติจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุม ตนทำลักษณะนี้มาหลายครั้ง มีที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และราชบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกจับกุมและถูกจำคุกมาแล้วต่อมานางทัษมาลี สวัสดิหิรัญกิจ อายุ 47 ปี เจ้าของร้านทองดีจอมบึง นางสมมาศ สารากาญ อายุ 63 ปี เจ้าของร้านทองแม่สมมาศ ได้เดินทางมาดูผู้ต้องหาและยืนยันว่าเป็นคนที่นำทองคำรูปพรรณปลอมมาจำนำที่ร้าน พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ทราบจากไลน์กลุ่มร้านทองว่า ถ้าเป็นลายห่วงคู่ให้ระวัง จึงมาเช็คทองที่ได้รับจำนำไว้พบว่าเป็นทองปลอม พฤติกรรมของคนร้ายรายนี้จะนำทองคำรูปพรรณปลอมมายื่นจำนำ โดยผู้ต้องหาใช้บัตรประชาชนจริง ซึ่งการเช็คเบื้องต้นมีน้ำหนักตรง และตรวจสอบทองคำดังกล่าว นำมาขูดแล้วป้ายน้ำยาพบว่าเป็นทองคำจริง แต่ไม่ได้ตรวจสอบทั้งเส้น จึงไม่ได้สงสัยก็ได้รับจำนำไว้เจ้าของร้านทอง กล่าวอีกว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอมบึง ได้เรียกร้านทองมาร่วมประชุมเพื่อป้องกันระวังคนร้าย และมีร้านทองที่เคยโดน ส่งไลน์กลุ่มมาให้ดูซึ่งในกลุ่มเจ้าของร้านห้างทองเยาวราช สาขาจอมบึง แจ้งว่า มีคนชื่อเชาวลิต ใจเย็น นำทองปลอมมาขายลายห่วงคู่ หนัก 3 บาท และกำลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ตนจึงกลับไปที่ร้านค้นประวัติดูพบว่า เป็นคนร้ายรายเดียวกัน จึงเดินทางมาดูที่ สภ.จอมบึง เพื่อยืนยันว่าเป็นคนที่นำทองปลอมมาจำนำ

เจ้าของร้านทอง ทิ้งท้ายว่า พฤติกรรมของคนร้ายเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่มีการหวาดกลัวหรือท่าทีหวาดระแวงใดๆ เดินเข้ามายื่นจำนำทองคำที่คนร้ายทำได้แนบเนียนมากเหมือนทุกอย่าง น้ำหนักก็ตรง เช็กเบื้องต้นพบว่าเป็นของจริง แต่ถ้าขูดลึกๆ แล้วจะพบผิดปกติ ถ้าจะให้ชัดเจนต้องตัดและเผาไฟ จึงขอฝากเตือนถึงร้านทองว่าถ้าเป็นทองห่วงคู่ 3 บาท ต้องเช็คให้แน่ๆ ต้องตรวจสอบทั้งเส้น อย่าตรวจเฉพาะตะขอ คาดว่าคนที่ทำน่าจะมีความรู้กับเรื่องการทำทองรูปพรรณเป็นอย่างดี

ด้าน พ.ต.อ.พายัพ สมบูรณ์ ผกก.สภ.จอมบึง เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาน่าจะมีมากกว่า 1 คน เนื่องจากดูพฤติกรรมแล้วไม่น่าจะสามารถทำได้เพียงคนเดียว โดยมีคนทำให้และให้ผู้ต้องหาเดินจำนำ เนื่องจากทองที่เอามาก่อเหตุนั้น น้ำหนักและลายเป็นแบบเดียวกันหมด อย่างที่จับกุมได้วันนี้ในพื้นที่ของ สภ.จอมบึง มีร้านทองโดนก่อเหตุลักษณะแบบนี้ 2 ราย ซึ่งมีลักษณะการก่อเหตุแบบเดียวกัน ทำสำเร็จแล้ว 1 ราย เมื่อวันที่ 6 ก.ย.

สำหรับทองปลอมที่นำมาก่อเหตุถือว่าทำได้มีฝีมือมาก เนื่องจากมีการนำทองชุบบริเวณตะขอ และมีการตีตราร้านทอง เลยจากตะขอมาเล็กน้อยจะเป็นทองแท้ ส่วนที่เหลือจะชุบทองให้หนา เมื่อร้านทองมานำตะขอมาฝนก็จะเห็นว่าเป็นทอง เบื้องต้นจากการพิสูจน์ในการนำมาฝนกับหินแล้วนำน้ำยามาหยอดก็ดูว่าเป็นทองแท้ ต้องตัดข้อสร้อยดูถึงจะรู้ว่าไม่ใช่ทอง ผู้ก่อเหตุย่ามใจในการก่อเหตุมาหลายครั้ง ทั้งที่เคยต้องคดีมาแล้ว เบื้องต้นให้ฝ่ายสืบสวนของ สภ.จอมบึง สอบปากคำอยู่ เบื้องต้นผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพว่าทำมาแล้ว 3 พื้น ในเขต สภ.จอมบึง 2 ที่ และในเขตของ สภ.โพธาราม 1 ที่ และผู้ก่อเหตุยังได้รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุมาแล้วหลายจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และราชบุรี แสดงว่าตระเวนก่อเหตุมาทั่ว

ผกก.สภ.จอมบึง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเบื้องต้นจะถูกตั้งข้อหาพยายามฉ้อโกง เพราะวันนี้เจตนาเขายังไม่สำเร็จ คือทางเจ้าของร้านทองยังไม่ได้จ่ายเงินให้ผู้ก่อเหตุ ส่วนคดีอื่นนั้นทางพนักงานสอบสวนต้องไล่สอบสวน เพื่อตั้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ก่อเหตุอย่างเช่นที่ทำสำเร็จไปแล้ว 2 ราย คือที่ อ.โพธาราม และที่ อ.จอมบึง อยากฝากเตือนร้านทองให้ตรวจสอบดูให้ดี

บทความก่อนหน้านี้ส้มตำขายไม่ดี! สาวเครียดผูกคอกู้หนี้มาลงทุนดอกเบี้ยพอกพูน แม่ใจสลายขาดเสาหลัก
บทความถัดไปမြန်မာပြည်ကို ဂျပန်လက်ကကယ်တင်သူ မောင့်ဘက်တန်