ขอสู้เพื่อลูก ถูกไฟดูดดับ ที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน 6 เดือนไร้เยียวยา ใส่ซองแค่พันเดียว

ไฟดูดดับ

ขอสู้เพื่อลูก ถูกไฟดูดดับ ที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน บอกรับปากจะดูแลเต็มที่ ผ่านมา 6 เดือนไร้เยียวยา ใส่ซองมาให้แค่พันเดียว สุดทรมานมีลูกชายเพียงคนเดียว ขอทวงความเป็นธรรมให้ลูก

ไฟดูดดับ วันที่ 12 ก.ย. นางกฤษฎาภรณ์ จันทร์แลง อายุ 49 ปี เจ้าของร้านขายอาหารแห่งหนึ่งย่านสามกษัตริย์ ในตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม หลัง นายศิรสิทธิ์ ฟูเต็มวงค์ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกชายเพียงคนเดียว ถูกไฟดูดเสียชีวิต ขณะไปเรียนทำอาหารที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ และถูกไฟดูดเสียชีวิต เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการเข้าไปเรียน

นางกฤษฎาภรณ์ เปิดเผยว่า ตนมีลูกชายเพียงคนเดียว และชื่นชอบการทำอาหารมาก หลังจากที่เรียนจบจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ก็ได้ไปสมัครเรียนทำอาหารที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานดังกล่าว เพื่อหวังจะนำมาประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวในอนาคต แต่ปรากฏว่าในวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการเรียน ลูกชายต้องเสียชีวิตจากการถูกไฟฟ้าดูดระหว่างช่วยทำความสะอาดอุปกรณ์ในช่วงเรียนทำอาหารที่ศูนย์ดังกล่าว สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัวอย่างมาก ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าระบบความปลอดภัยและการเดินสายไฟฟ้าที่ใช้อยู่มีปัญหาหรือไม่อย่างไร

โดยความรู้สึกของตัวเองนั้น แม้ว่าจะทราบดีว่าทำอย่างไรก็ไม่มีทางทำให้ลูกชายฟื้นกลับมามีชีวิตได้แล้วและจำเป็นต้องใช้ชีวิตต่อไป แต่ในฐานะที่เป็นแม่และมีลูกชายเพียงคนเดียว รู้สึกทุกข์ทนทรมานอยู่ตลอดเวลา และไม่มีวันใดที่ไม่คิดถึงลูกชายเลย อีกทั้งบางครั้งรู้สึกผิดเพราะเป็นคนสนับสนุนให้ลูกไปเรียนและเหมือนส่งให้ลูกไปตาย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานได้รับปากว่าจะดูแลรับผิดชอบความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างเต็มที่ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่ที่ลูกชายเสียชีวิตไป ทางศูนย์ทำเพียงใส่ซองทำบุญงานศพลูกชายครั้งเดียวจำนวน 1,000 บาทเท่านั้น จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว ไม่เคยมีการติดต่อพูดคุยแสดงความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนกับจะปล่อยให้เวลาผ่านไปและเรื่องราวทั้งหมดเงียบหายไปเอง

ทั้งนี้เคยสอบถามไปแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะอย่างน้อยควรจะมีเหตุผลที่ดีมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้ลูกชายของตัวเองต้องมาเสียชีวิตหรือการกระทำใดๆ ที่ช่วยเยียวยาจิตใจกันได้บ้าง ไม่ใช่นิ่งเฉยไปเลย จึงตัดสินใจลุกขึ้นเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับการเสียชีวิตของลูกชาย เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้กับคนอื่นๆ อีก

บทความก่อนหน้านี้จับได้แล้ว จระเข้ ยาวเกือบ 3 เมตร โผล่บึง ที่สิงห์บุรี ชาวบ้านโล่งอก
บทความถัดไปพาณิชย์ฟันธงเงินบาททั้งปียังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ฟุ้ง 7 เดือนไทยส่งออกติดลบน้อยกว่าประเทศอื่น