สาวซิ่ง ฟอร์จูนเนอร์ เสยท้ายปิกอัพ 5 ชีวิต นั่งท้ายกระบะ กระเด็น เจ็บเกลื่อน-ดับคาที่ สลด

สาวซิ่ง ฟอร์จูนเนอร์ เสยท้ายปิกอัพ 5 ชีวิต นั่งท้ายกระบะ กระเด็น เจ็บเกลื่อน-ดับคาที่ สลด

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 11 พ.ย. สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกัน มีผู้ด้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนสายอู่ทอง (กาญจนบุรี-สุพรรณบุรี) ช่วงก่อนถึงสำนักประชาสัมพันธ์ เขต 8 หลังรับแจ้งเหตุ จึงประสานมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์เข้าทำการตรวจสอบ

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฌฟ 9911 กรุงเทพมหานครฯ จอดอยู่กลางถนน สภาพด้านหน้ารถพุ่งชนอัดติดอยู่กับท้ายรถยนต์กระบะ โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บย 6140 กาญจนบุรี นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 ราย นอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอยู่เกลื่อนถนน

โดยหนึ่งในนั้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงรายหนึ่งอาการสาหัส มีเลือดไหลออกปากและจมูก ชีพจรหยุดเต้น เจ้าหน้าที่พยายามช่วยกันทำซีพีอาร์อยู่นาน แต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้หญิงสาวรายดังกล่าวเสียชีวิต ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บรายอื่น เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน

สอบถาม นางสุนทรีย์ นวกวงศ์ อายุ 37 ปี นั่งข้างคนขับรถกระบะคันที่ถูกชนท้าย ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและสามีซึ่งเป็นคนขับรถกระบะ พร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัวรวม 7 คน เดินทางไปขายปลาปล่อย อยู่ที่ถนนริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี เมื่อขายปลาเสร็จ จึงเดินทางกลับบ้าน โดยมีสามีเป็นคนขับ ตนนั่งเบาะหน้าข้างสามี ส่วนญาติๆอีก5คน นั่งอยู่ที่กระบะท้าย

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนจะถึงบ้านของตนประมาณ 800 เมตร จู่ๆก็มีรถยนต์คู่กรณี ขับมาจากด้านหลังด้วยความเร็วสูง ก่อนจะพุ่งชนรถของตนเข้าอย่างจัง จนผู้โดยสารที่นั่งในกระบะท้าย กระเด็นตกจากรถทั้ง5คน ส่วนรถของตนก็ถูกลากไปไกลเกือบ 50 เมตร จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ขณะที่ น.ส.นุชจิรา วีรเสนา อายุ 32 ปี คนขับรถยนต์คันที่พุ่งชนท้าย ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังขับรถมุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ทำให้ตนมองไม่เห็นรถกระบะคู่กรณีที่ขับอยู่ด้านหน้า ทำให้ขับรถพุ่งชนเข้าอย่างจัง จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัว นางสาวนุชจิรา ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้หวั่น โจ๋วิวาท ซัดกันในโรงพยาบาล ตร.เมืองเลย คุมเข้ม จัดกำลังเฝ้าถึงหน้าห้องฉุกเฉิน
บทความถัดไปอุทธิ บังคับมหากะทิงและศรีลดูพิธีฤกษ์สังหารครั้งสุดท้าย!!