Khaosod
Online

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ส.ค. 2563

รายงานพิเศษ : ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง

1 ธ.ค. 2562 - 00:01 น.

รายงานพิเศษ : ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง

ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง : หลายปีที่ผ่านมาเราเองนำสังคมเกินไปก็โดนทุบกลับมาบ้าง เราจึงควรรู้ว่าควรนำให้พอเหมาะแค่ไหนดี ในจังหวะเวลาที่เราอยากจะไปเปลี่ยนกติกาสังคมแล้วกระแสเปลี่ยน หรือผู้คุมอำนาจในสังคมเขาคิดอีกอย่าง เราจะวางตัวอย่างไร เราไม่เคยหยุดนิ่ง แต่อาจจะซุ่ม สะสมพลัง รอจังหวะ รอโอกาสให้เปิดเป็นคำกล่าวตอนหนึ่ง ในการเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฯ ของ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่โรงแรมบัดดี้ โอเรียลทอล ริเวอร์ไซด์ เมื่อไม่นานมานี้

ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง

สุปรีดา อดุลยานนท์-อุดม หงส์ชาติกุล

งานนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การดำเนินงานภายใต้การนำของ ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้ก่อตั้ง โซเชี่ยลแล็บ ประเทศไทย ซึ่งได้เริ่มการขับเคลื่อนสุขภาวะที่ดีของเยาวชนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อบูรณาการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และลงมือทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายสำนัก 1 และสำนัก 10 โดยนำกระบวนการห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) มาใช้เป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้ ทดลองทำงานร่วมกัน และใช้ประเด็นการสร้างสุขภาวะที่ดีของเยาวชนไทยเป็นตัวตั้ง

การประชุมดังกล่าว ภาคีเครือข่ายได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานในแต่ละด้าน เพื่อให้เยาวชนไทยมีสุขภาวะที่ดี หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ใช้ยาเสพติด ท้องก่อนวัยอันสมควร การทำแท้ง ติดเกม การฆ่า ตัวตาย และอุบัติเหตุทางรถยนต์

ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง

บรรดาภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมประชุม

ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ เรื่องปัญหาการพนันในบ้านเรา ซึ่ง ..ศิริพร ยอดกมลศาสตร์ จากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน CGS เป็นผู้นำเสนอว่า โรคจากการพนันถือเป็นประเด็นค่อนข้างใหม่ในทางสากล ในต่างประเทศมีการวิจัยที่ชัดเจนว่าอาการติดพนันเป็นโรคชนิดหนึ่ง สิ่งที่น่ากลัวอย่างหนึ่งของการเสพติดการพนัน คือผู้เล่นจะเพลินจนไม่รู้เวลา สภาพแวดล้อมของกาสิโน จะทำให้ลืมทุกสิ่งรอบตัว แม้แต่อาหารการกิน

ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง

ศิริพร ยอดกมลศาสตร์

งานวิจัยในต่างประเทศพบว่ามีคนเสียชีวิตปีละ 2,000 รายจากการพนัน ที่รู้สึกสะเทือนใจมากที่สุดคือ เล่นตายคาเครื่องเล่นสล็อตแมชชีน เพราะระหว่างเล่นจะฟินกับสิ่งที่ได้เสพความเสี่ยง ไม่ลุกไปไหนเลย ไม่หิว ไม่ง่วง ไม่อะไร และตายคาสล็อตไปเลย

ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง

ช่วงระดมความคิดเห็นแต่ละกลุ่ม

..ศิริพรระบุว่า ในสังคมไทยจะเรียกผีพนันเข้าสิง แต่แท้จริงเรื่องนี้พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นการก้าวไปติดกับดักเส้นเสี่ยง โอกาสหลุดออกมาต้องมีกระบวนการที่เป็นกิจจะลักษณะ ซึ่งคุณหมอ บอกว่าทำให้เลิกการพนันยากกว่าเลิกเหล้า ยากกว่าเลิกบุหรี่ ยากกว่าเลิกยาเสพติด และถ้าอยากรู้ว่าตัวเองติดการพนันหรือเป็นโรคการพนันหรือไม่ ให้ดูความรับผิดชอบที่มีอยู่ หากเล่นการพนันจนสูญเสียการเรียนและความรับผิดชอบในการงาน แสดงว่าเป็นโรคติดพนันแล้ว

ความสำเร็จอย่างหนึ่งของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน CGS คือ การต่อต้านไฮโลในชุมชน ต่อต้านการพนันในงานศพ ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง หลายหมู่บ้านไม่มีไฮโล หลายหมู่บ้านไม่มีการพนันในงานศพ นอกจากนี้ยังทำงานเชิงรุกด้วยการเปลี่ยนเงินหวยให้เป็นเงินออม เพราะมองว่านิสัยรักการออมมีส่วนที่จะทำให้คนเสียดายเงินไม่อยากเล่นพนัน

คนที่ติดการพนันและสัญญาว่าจะเลิกแต่แล้วกลับไปเล่นอีก ไม่ได้หมายความว่าคนคน นั้นเป็นคนไม่ดี อย่าทำให้คนเหล่านี้รู้สึกว่า ตัวเองแย่ เพราะจริงๆ แล้วเป็นกลไกล สมอง เป็นอาการของโรค สิ่งเดียวที่จะทำให้คนติดพนันเลิกได้สำเร็จคือ ความรัก ต้องผูกหัวใจกับสมองแล้วจะก้าวข้ามไปด้วยกันได้..ศิริพรกล่าว

ด้าน..มาลัย มินศรี จากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า มาบอกเล่าให้ฟังว่า พื้นที่น่าน ได้ทำโครงการงานแข่งเรือปลอดเหล้า จากเดิมทุกงานต้องมีเหล้า แต่ว่าตอนนี้เลิกแล้ว เพราะเดิมในปี 2546 .น่านถือว่ามีสถิติเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เรื่องของการดื่ม ตอนนี้ลดลงมาเหลือแค่อันดับ 3 ในปี 2562 โดยมีเชียงรายเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือน่าน แต่ก็ยังติดท็อปเท็น นอกจากนี้มีโครงการปฐมวัยทำทั้งจังหวัดเพื่อปลุกจิตใต้สำนึกเด็ก สร้างพลังบวก สร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก

ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง

มาลัย มินศรี

ในการดำเนินงานที่จ.น่านนั้น มีการตั้ง ชุมชนคนสู้เหล้า โดยร่วมมือกันทั้งชุมชน กิจกรรมก็มีแกนนำทุกสายอาชีพที่เลิกเหล้าและแกนนำจะไปดำเนินการในสายอาชีพตัวเอง อย่างเช่นคุณครูก็ไปทำในสถานศึกษาก่อน เป็นสถานศึกษาปลอดเหล้าปลอดบุหรี่

..มาลัยระบุสิ่งที่ได้จากการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ว่า จากเดิมที่ทำตามหน้างาน และทำตามเป้าหมายขององค์กร คือทำแค่เรื่องลดเหล้าอย่างเดียว แต่ตอนนี้พอไปเจอเครือข่ายการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ก็ต้องนำเรื่องบุหรี่กับเหล้ามาบวกกัน มาแลกเปลี่ยนกัน ไปเจอเรื่องของสถานประกอบการปลอดบุหรี่ ก็มีคำถามว่าทำไมไม่ทำสถานประกอบการปลอดเหล้าไปด้วย ทำให้ได้ความคิดใหม่ แนวคิดใหม่ เพื่อนใหม่ที่มีองค์ความรู้ เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ขณะที่ ..วราภรณ์ หงษ์ดิลกกุล จากเครือข่ายครูนักรณรงค์ เพื่อการไม่สูบบุหรี่ พูดถึงความสำเร็จของโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ให้ฟังว่า ได้งบประมาณจากสสส. ทำมากว่า 10 ปีแล้ว ตอนนี้ขยายไปได้ 242 โรง โดยเป็นโรงเรียนปลอดบุหรี่อย่างเข้มแข็งยั่งยืน ใน 31 จังหวัด และมีโรงเรียนที่ผ่านการอบรมนับพันโรง

ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง

วราภรณ์ หงษ์ดิลกกุล

ในการเข้าสู่โครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ เริ่มตั้งแต่มีการตั้งคณะกรรมการที่รับผิดชอบในการทำงาน จากนั้นดำเนินการ 7 มาตรการดังนี้ คือ 1.การกำหนดนโยบาย 2.การบริหารจัดการ 3.การจัดสภาพแวดล้อม 4.การจัดการเรียนการสอน 5.การพัฒนานักเรียนแกนนำ 6.การดูแลช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้สูบบุหรี่ และ 7.การขยายสู่ชุมชน

สำหรับโรงเรียน 200 กว่าโรงนี้ แต่ละภาคมีโรงเรียนที่มีวิธีดำเนินงานแตกต่างกันไป และมีจุดเด่นของแต่ละโรง อย่างเช่น ภาคเหนือ ที่โรงเรียนหางดงรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ จ.เชียงใหม่ มีความดีเด่นในด้านการช่วยนักเรียนให้เลิกสูบบุหรี่ โดยใช้มะนาวเป็นตัวช่วยทำให้เด็กลดความอยากบุหรี่ลง เริ่มจากตอนเช้าทางโรงเรียนจะให้เด็กมารายงานตัว แล้วมารับมะนาวที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แบบเมี่ยงคำ เสร็จแล้วให้เด็กเคี้ยวทั้งเปลือก ตามด้วยน้ำเกลือ เพื่อทำให้เด็กเปรี้ยวปากและเกิดความอยากบุหรี่น้อยลง

ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง

เด็กๆที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่

เนื่องจากความเปรี้ยวของมะนาวจะไปเคลือบลิ้นทำให้เวลาสูบบุหรี่ไม่อร่อย และเกิดความอยากน้ำ ถ้าเด็กดื่มน้ำเยอะก็จะลดความอยากบุหรี่ลง และจะละลายสารนิโคตินที่อยู่ในกระแสเลือดออกมากับปัสสาวะ ทำให้ปริมาณนิโคตินน้อยลง โดยเด็กต้องมาพบครู 21 วันติดต่อกัน และพูดคุยให้กำลังใจ อันนี้ช่วยให้เด็กเลิกบุหรี่ได้

ส่วน โรงเรียนวังโป่งศึกษา จ.เพชรบูรณ์ มีผลงานเด่นในด้านการขยายผลสู่ชุมชน ใช้วิธีเลือกเด็กแกนนำมาอบรมจนกระทั่งเด็กมีความสามารถเป็นวิทยากร ขยายผลให้ความรู้ในเรื่องของบุหรี่กับน้องๆ ในโรงเรียน และไปขยายผลให้กับน้องที่อยู่ต่างโรงเรียน พร้อมไปขยายผลในชุมชน ทำให้เกิดเครือข่ายของผู้ที่มีความรู้เรื่องบุหรี่กระจายไปทั่วทั้งในโรงเรียนที่อยู่รอบๆ และในชุมชน เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สังคมปลอดบุหรี่

นี่เป็นเพียงตัวอย่างความสำเร็จบางส่วนของภาคีเครือข่ายสสส. ซึ่งกว่าจะเดินมาถึงเป้าหมายก็ต้องผ่านอุปสรรคต่างๆ นานา แต่ผลที่ได้รับทำให้พวกเขามีกำลังใจในการทำงานเพื่อเยาวชนต่อไป

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ รายงานพิเศษ : ภารกิจปั้นเยาวชนสานพลังก้าวข้ามผ่านเส้นเสี่ยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง