เตือน 14 จว.ใต้-ประจวบฯ รับมือน้ำท่วมฉับพลัน-โคลนถล่ม สั่งจนท.เตรียมพร้อมอพยพ

แฟ้มภาพ

วันที่ 12 ต.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เผยว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าช่วง ต.ค.-ธ.ค. มีโอกาสสูงที่พายุหมุนเขตร้อนจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ หรือผ่านบริเวณภาคใต้ทางปลายแหลมญวนและเข้าสู่อ่าวไทย ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก รวมถึงจ.ประจวบคีรีขันธ์ มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก รัฐบาลห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัย ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 14 จังหวัดภาคใต้ และจ.ประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมือป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มเชิงรุกไว้ล่วงหน้าตามแนวทาง ดังนี้

1.มุ่งเน้นการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ทั้งจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความถี่ในการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประสานให้หน่วยปฏิบัติเตรียมพร้อมรับมือและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอพยพหนีภัยได้ทันท่วงที

2.เตรียมพร้อมการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมสรรพกำลัง วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยในพื้นที่ ทั้งพื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่วิกฤต รวมถึงแบ่งมอบภารกิจและหน่วยงานรับผิดชอบในการประสานการปฏิบัติระดับพื้นที่อย่างชัดเจน


3.เร่งแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบสำรวจพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดอ่อนน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากที่มีสาเหตุจากสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบที่อาจซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

4.ดูแลผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกพื้นที่ เน้นการดูแลชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชน กรณีสถานการณ์รุนแรงให้พิจารณาอพยพประชาชนไปพักอาศัยยังศูนย์พักพิงหรือจุดอพยพที่ปลอดภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนย้ายสิ่งของ ตลอดจนแจกจ่ายถุงยังชีพตามวงรอบแก่ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดและต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ ฝากเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ ปริมาณฝน สถานการณ์น้ำในพื้นที่ พร้อมปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด