คนร้ายกราดยิงป้อมจุดตรวจสนั่นสุไหงปาดี ตร.ฮึดสู้ยิงเอ็ม 16 สวนขี่จยย.หนีกระเจิง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ต.ค. พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส พ.ต.ท.นิติ สุขสันต์ รักษาราชการแทน รอง ผกก.ปฎิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ร.ต.อ.สัณฐิติ ทองจันทร์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงปาดี และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้ปืนยิงจุดตรวจประชารัฐสามัคคี บ้านปะลุรู ม.3 ต.สุไหงปาดี ช่วงเวลา 20.00 น. คืนวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหาร

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่บนถนนหน้าฐาน 4 ปลอก และหัวกระสุนปืนพก ขนาด .38 ตกฝังดินอยู่ที่ทางเข้าจุดตรวจ 1 หัว รวมทั้งปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ของเจ้าหน้าที่ตกอยู่บริเวณทางเข้าจุดตรวจจำนวนหนึ่ง และห่างจากฐานไปประมาณ 200 เมตร ซึ่งเป็นป่าสวนยางพาราที่รกทึบ เจ้าหน้าที่พบร่องรอยล้อรถ จยย.ของคนร้ายที่ใช้เป็นเส้นทางหลบหนี จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวน ส.ต.อ.สหรัฐ ใต้กิ ผบ.หมู่ปฏิบัติการพิเศษ สภ.สากอ อ.สุไหงปาดี ทราบว่า จุดตรวจดังกล่าวเป็นจุดตรวจร่วมของเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 3 ฝ่าย คือ สภ.สากอ สภ.แว้ง และตำรวจจากกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษภูธร จ.นราธิวาส 20 นาย ถูกส่งตัวมาปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจประชารัฐสามัคคี ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนและ ส.ต.ท.เอกพันธ์ ขวัญนิมิต รอง ผบ.หมู่กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ขี่จยย.กลับจากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเลี้ยวรถ จยย.เข้าจุดตรวจ ทันใดนั้นได้มีคนร้าย 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. 2 คัน ผ่านบริเวณหน้าจุดตรวจคนร้ายชะลอความเร็ว ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ทั้ง 2 คัน ชักอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม.และ ขนาด .38 ออกมายิงใส่ ส.ต.อ.สหรัฐ และ ส.ต.ท.เอกพันธ์ 5-6 นัดซ้อน แต่กระสุนพลาดเป้า ส.ต.อ.สหรัฐ และ ส.ต.ท.เอกพันธ์ จึงนำรถ จยย.ล้มตะแคงบนถนนหน้าฐาน พร้อมใช้เป็นที่กำบังและใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ประจำกายยิงตอบโต้ใส่กลุ่มคนร้าย ที่กำลังเร่งเครื่องรถ จยย.หลบหนีไล่หลังไปหลายนัด แต่กระสุนพลาดเป้าและคนร้ายสามารถอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มสมาชิกแนวร่วมของผู้ไม่หวังดี ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ เพื่อลอบดักเจ้าหน้าที่