หวิดย่างสด! พ่วง 22 ล้อยูเทิร์น ด้านท้ายโผล่กินเลน รถทัวร์ขับตามเสย ก๊าซรั่ว 27 ชีวิตสุดช็อก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 3 ก.ค.65 ร.ต.ท.วิมล แก้วชู รอง สว.ป. หัวหน้าป้อมตำรวจทางหลวงท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุรถทัวร์โดยสารปรับอากาศ ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง ไม่ทราบผู้ได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายเพชรเกษม บริเวณจุดกลับรถ กม.ที่ 476 ม.8 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงได้ประสาน ร.ต.อ.ธีรพร คงนวล รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าแซะ และหน่วยกู้ชีพกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุห่างจากป้อมตำรวจทางหลวงท่าแซะ เพียง 500 เมตร พบรถทัวร์โดยสารปรับอากาศ สีเหลือง ยี่ห้อแดวู หมายเลขทะเบียน 10-4508 ชลบุรี หมายเลขข้างรถ 393-6 วิ่งระหว่าง ระยอง-ดอนสัก จอดอยู่ในเลนขวา ขาขึ้น กทม.สภาพรถด้านขวาตั้งแต่มุมกันชนหน้าคนขับยาวไปถึงล้อหลัง ตัวถังพังยับฉีกขาดเป็นทางยาว จนเห็นถังก๊าซ NGV จำนวน 4 ถัง ช่วงหน้าโผล่ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปิดวาล์ว

ส่วนอีก 8 ถัง ซึ่งอยู่ช่วงล้อหลัง บริเวณแป๊บข้อต่อวาล์วแตก มีก๊าซรั่วออกมา ไม่สามารถเข้าไปปิดวาล์วแต่ละถังได้ เนื่องจากชิ้นส่วนที่ฉีกขาดไปปิด เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งขนย้ายผู้โดยสารทั้งหมด ซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บลงมาจากรถ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลวังไผ่มาฉีดน้ำเลี้ยง โดยใช้เวลากว่า 40 นาที จึงสามารถปิดระบบวาล์วทุกถังได้อย่างปลอดภัย

ส่วนรถคู่กรณี เป็นรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ตัวหัวลาก หมายเลขทะเบียน 70-2807 ชุมพร ส่วนตัวหางเป็นแบบกระบะเปลือย หมายเลขทะเบียน 70-3812 ชุมพร จอดอยู่ไหล่ทาง ขาล่องใต้ สภาพมุมกระบะด้านซ้าย มีร่องรอยการชน ไฟท้ายและบังโคลน พังเสียหายเล็กน้อย

จากการสอบถาม นายบุญญาติ พริ้มพราย อายุ 50 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง ทราบว่า ตนกำลังจะกลับรถบริเวณจุดยูเทิร์นดังกล่าว เพื่อไปส่งสินค้าที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ด้วยรถมีความยาว จึงต้องตีวงให้กว้าง โดยใช้ช่องเลนที่สอง ขณะที่ส่วนหัวเลี้ยวผ่านอยู่ในช่องขวาขาล่องใต้แล้ว ได้มีรถวิ่งมา จึงต้องจอดรอ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวที่รถทัวร์โดยสารปรับอากาศ ขับตามมา คาดจะหลบส่วนหางไม่ทันจึงพุ่งชนท้ายดังกล่าว

ด้าน นายศิริศักดิ์ บุญยบูรณ์ อายุ 39 ปี คนขับรถทัวร์ กล่าวว่า ตนได้ขับออกมาดอนสัก โดยมีผู้โดยสารทั้งหมด 27 คน พนักงาน คนรถและตนอีก 3 คน มุ่งหน้าเพื่อจะไปส่งผู้โดยสารปลายทางที่ จ.ระยอง โดยใช้ความเร็ว 80 กม./ชม. ซึ่งก่อนเกิดเหตุ เป็นโค้งขวา ได้มีรถบรรทุกพ่วงวิ่งช้าอยู่เลนซ้าย ตนจึงขับขวาออกมาเพื่อจะแซงรถพ่วง แต่พอหลุดโค้งมาก็เจอส่วนหางของรถบรรทุกพ่วงจอดโผล่กินเลนอยู่ช่องขวาซึ่งเป็นช่องสำหรับเดินรถทางตรง ตนไม่สามารถหยุดรถได้ทัน ทำได้เพียงพยายามหักหลบให้มากที่สุด เพราะมีรถพ่วงด้านซ้าย จึงพุ่งชนด้านข้างฉีกขาด แต่ยังโชคดีที่ไม่ชนจนถึงถังก๊าซ มิเช่นนั้นอาจเกิดโศกนาฏกรรมก๊าซระเบิดได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยให้รถบรรทุกพ่วง เดินทางไปส่งสินค้าก่อน ส่วนผู้โดยสาร 27 คน ทางบริษัทได้จัดรถทัวร์ปรับอากาศมารับเพื่อเดินทางต่อไปยังปลายทาง แล้วจะเรียกตัวคนขับทั้งสองมาให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปคดีในครั้งนี้ต่อไป

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน