ประจวบคีรีขันธ์ กลับมาคึกคักอีกครั้ง เปิดตลาดชุมชนชายแดนด่านสิงขร กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ รองรับนักท่องเที่ยว คาดเงินสะพัดหลายล้านบาท

25 พ.ย. 66 – ที่บริเวณอาคารโดม ศูนย์ประสานงานภาครัฐไทย-เมียนมาร์ หมู่ 6 คุ้มไร่เครา บ้านด่านสิงขร ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีการเปิด ตลาดชุมชนชายแดนด่านสิงขร อย่างเป็นทางการ

โดยมี นางสุคนธ์ สุขอนุเคราะห์ ประธานเครือข่าย OTOP อำเภอเมืองประจวบฯ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ของการเปิดตลาด มีหัวหน้าส่วนราชการ พัฒนาการอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) นายก อบต.คลองวาฬ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วม

ทั้งนี้ตลาดชุมชนชายแดนด่านสิงขร จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันเสาร์และอาทิตย์เป็นเวลา 2 วัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึง 18.00 น. โดยมีสินค้า OTOP ของกินของใช้ ของฝาก สินค้าเกษตร สินค้าอาหารทะเลตากแห้ง รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ กล้วยไม้นาๆ ชนิด สินค้า และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากฝั่งประเทศเมียนมาร์ สินค้าวัตถุมงคลของเก่าโบราณ เสื้อผ้าอาภรณ์ลวดลายพื้นเมืองต่างๆ ที่ชาวบ้านทั้งไทย และเมียนมาร์ นำมาวางจำหน่าย เป็นต้น

นายวิทยา กล่าวว่า การเปิดตลาดในครั้งนี้เป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมด้านการค้าการท่องเที่ยวชายแดนกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งเพื่อเป็นการรองนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลต่างๆ รวมไปถึงผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แวะเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าของฝาก

หลังจากที่ตลาดการค้าชายแดนด่านสิงขรแห่งนี้ถูกปิดลงในช่วงเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และปัจจุบันฝั่งไทยเปิดด่านชายแดน แต่ฟังประเทศเพื่อนบ้านเมียนมาร์ยังไม่ได้มีการเปิดด่านให้บุคคลสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนของประเทศเมียนมาร์ยังไม่สงบ

จึงทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจำหน่ายสินค้าบริเวณตลาดแห่งนี้เป็นคนไทยส่วนใหญ่ และมีชาวเมียนมาร์ที่เข้ามาอยู่ฝั่งไทยอย่างถูกต้อง และไม่ได้กลับประเทศหลังจากมีการปิดด่านชายแดนนำสินค้ามาจำหน่ายด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้สภาพการค้าชายแดนบริเวณจุดนี้น่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในพื้นที่หลายล้านบาท

นางมิมิ ชาวเมียนมาร์ อายุ 38 ปี แม่ค้าจำหน่ายสินค้าเมียนมาร์ เปิดเผยว่า ตนเองมีสามีเป็นคนไทยมีครอบครัวอยู่ฝั่งไทย มีพาสปอร์ตอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย ซึ่งเข้ามาจำหน่ายสินค้าที่บริเวณจุดนี้ตั้งแต่เริ่มเปิดตลาดใหม่ช่วงแรกๆ และต่อมาเกิดสถานการณ์โควิด 19 ตนเองก็ยังเปิดร้านขายเหมือนเดิม เพราะต้องนอนพักอยู่ฝั่งไทยเนื่องจากไม่สามารถเดินทางกลับไปยังประเทศเมียนมาร์ได้เพราะด่านชายแดนปิด

ส่วนสินค้าต่างๆที่นำมาขาย นำมาจาก จ.ระนอง ด่านเจดีย์สามองค์ และ จ.ราชบุรี เป็นต้น โดยหลังจากมีการเปิดตลาดในวันนี้ก็จะมีเพื่อนชาวเมียนมาร์จากมหาชัย ก็จะนำสินค้ามาร่วมจำหน่าย โดยจะนำสินค้าที่รับมาจาก จ.ระนอง จ.ราชบุรี และด่านเจดีย์สามองค์ มาร่วมขายที่ตลาดแห่งนี้ สวนพืชผลทางการเกษตรของทางฝั่งเมียนมาร์ ไม่สามารถนำข้ามฝั่งมาขายได้ เนื่องจากด่านสิงขรยังปิดอยู่ แต่จะมีพืชผลทางการเกษตรที่ชาวเมียนมาร์ปลูกเองอยู่ฝั่งไทยนำมาวางขายแทน

นายวีนัส อายุ 60 ปี ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ เปิดเผยว่า ตนเองเปิดร้านอยู่บริเวณจุดนี้มา 10 กว่าปี โดยก่อนหน้านี้ที่ด่านชายแดนเปิดให้คนพม่าข้ามฝั่งมาซื้อสินค้าฝั่งนี้ได้และนำสินค้าจากฝั่งเมียนมาร์มาขายฝั่งไทยได้ ทำให้ตลาดแห่งนี้คึกคัก และมียอดขายดีมาก ต่อมาช่วงเปลี่ยนรัฐบาลและเกิดสถานการณ์โควิด 19 ยอดขายของร้านตนเองทรงตัว

เมื่อเปิดตลาดนัดชุมชนครั้งนี้มีเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าและสินค้าฝั่งไทยเท่านั้น เกรงว่าพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดที่มาขายจะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีชาวเมียนมาร์ข้ามลงมาจับจ่ายซื้อของ จึงอยากให้พ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดอดทนไปก่อนสักระยะ แต่ถ้ามีการเปิดด่านชายแดนสิงขรให้พม่าสามารถนำสินค้าพืชผลการเกษตรลงมาขายร่วมกับฝั่งไทยได้ ก็จะดีมาก

คาดว่าเศรษฐกิจการค้าขายจะดีกว่านี้ และอาจกลับไปคึกคักฟื้นตัวเหมือนเช่นครั้งก่อน เพราะสีสันของตลาดด่านสิงขรจุดนี้ต้องมีพม่าลงมาเดินจับจ่ายซื้อของเต็มไปหมด นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเขาก็อยากมาดูบรรยากาศวิถีชีวิตการค้าขายของชาวพม่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน