ชาวนาบ่นลั่นทุ่ง ขายข้าวขาดทุน จะหมดฤดูเก็บเกี่ยว แต่ยังไร้รถเกี่ยว โอด ‘คิดถึงลุงตู่’ ที่เคยมีโครงการดี ๆ หลายโครงการอุ้มชาวนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี และเสียงสะท้อนหลังนำผลผลิตข้าวเปลือกไปขายให้กับแหล่งรับซื้อ ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยว โดยส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวกันเสร็จแล้ว แต่ยังพบว่ามีพื้นที่นาข้าวอีกหลายตำบลยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ทั้งในส่วนพื้นที่ราบลุ่มประสบภัยน้ำท่วม ที่ต้นข้าวฟื้นตัวใหม่และออกรวงช้า รวมทั้งพื้นที่สูงที่รวงข้าวแก่จัด ต้นข้าวและรวงข้าวหักเป็นบริเวณกว้าง ยังไม่ทันได้เก็บเกี่ยว เนื่องจากขาดแคลนแรงงาน และไม่มีรถเกี่ยวมาเกี่ยวข้าวให้

นายจำเนียร ภูดวงเดือน ชาวนา บ้านนาเชือก ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ค่าจ้างรถเกี่ยวข้าวปีนี้ เริ่มต้นที่ไร่ละ 600 บาท และมีการปรับราคาค่าจ้างสูงขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันราคาจ้างเกี่ยวข้าวตกที่ไร่ละ 1,200 บาท ซึ่งสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา

เนื่องจากปีนี้รถเกี่ยวข้าวไม่เพียงพอ รถเกี่ยวข้าวในพื้นที่มีไม่กี่คัน เพราะรถเกี่ยวข้าวที่เคยขึ้นมาจากหลายจังหวัดภาคกลางไม่ขึ้นมารับจ้าง จากการสอบถามนายหน้าระบุว่า เนื่องจากในฤดูฝนที่ผ่านมาพื้นที่นาข้าว จ.กาฬสินธุ์ ถูกน้ำท่วม ได้รับความเสียหายจำนวนมาก จึงไม่ขึ้นมารับจ้างที่กาฬสินธุ์เพราะกลัวรายได้น้อย ไม่คุ้มทุน

เมื่อรถเกี่ยวข้าวไม่เพียงพอ ก็ได้แต่รอเก้อ จะจ้างแรงงานคนโดยใช้เคียวเกี่ยวก็ปัญหาเยอะ ทั้งช้า ได้งานน้อย แถมเรียกร้องค่าแรงสูงวันละ 400-500 บาท นอกจากนี้ต้นข้าวยังล้ม รวงข้าวหัก ทำให้เกี่ยวยาก อากาศร้อน สิ้นเปลืองค่าอาหาร หรือหากเกี่ยวเสร็จก็ต้องจ้างแรงงานมัดฟ่อนข้าว ขนฟ่อนข้าว จ้างรถสีเมล็ดข้าว หลายขั้นตอน ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนการทำนาให้สูงขึ้น

การจ้างใช้รถเกี่ยวข้าวจึงสะดวกและประหยัดเงินมากกว่า แต่ปีนี้รถเกี่ยวข้าวกลับไม่เพียงพอ ติดต่อไว้แล้วหลายวัน เพิ่มค่าจ้างให้ไร่ละ 1,200 บาท ยังไม่มีรถเกี่ยวข้าวมาสักที สำหรับตนมีที่นา 20 ไร่ ยังไม่ได้เกี่ยวเลย

นายจำเนียร กล่าวต่อว่า ความเสียหายจาก “ข้าวคอยเคียว” หรือการรอคอยรถเกี่ยวข้าวจนจะหมดฤดูเก็บเกี่ยว นอกจากจะทำให้ต้นข้าวล้ม รวงหัก เมล็ดข้าวแห้งกรอบ ส่วนที่นำไปขายก็ยังจะถูกแหล่งรับซื้อหักราคา ตำหนิว่าเมล็ดข้าวแห้งเกินไป เมื่อนำไปสีเป็นข้าวสารก็จะทำให้เมล็ดข้าวแตกหัก เป็นเมล็ดข้าวคุณภาพต่ำ และถูกกดราคาลงอีก

อาชีพทำนายังประสบปัญหารอบด้าน เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ต่างกรรมต่างวาระ เริ่มจากต้นทุนการผลิตสูง ทั้งค่ารถไถ ค่าปุ๋ยเคมี ค่าขนส่ง ค่าแรง เฉลี่ยต้นทุนไร่ละ 4,000-5,000 บาท ผลผลิตไร่ละ 300-400 กก. ขาย กก.ละ 9-10 บาท ซึ่งส่วนใหญ่ได้ราคาต่ำกว่านี้ 7-8 บาท ได้เงินประมาณ 3,000-4,000 บาท ขาดทุน หลังจากขายข้าวเสร็จชาวนาจึงได้แต่ถามกันว่าขายข้าวขาดทุนกี่บาท จึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าของชาวนายุค 2023 ชาวนาหลายคนต่างบ่นคิดถึงรัฐบาลลุงตู่ ที่เคยมีโครงการดี ๆ หลายโครงการอุ้มชาวนา

เมื่อผลตอบแทนหยาดเหงื่อแรงงานที่ทำนามาทั้งปีคือขาดทุน จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลจัดโครงการช่วยเหลือชาวนา เหมือนรัฐบาลชุดก่อน ๆ และรัฐบาลลุงตู่ที่เคยทำไว้ เพราะจะได้บรรเทาความเดือดร้อน ลดค่าใช้จ่าย ขายข้าวแล้วยังจะพอมีกำไรและทุนสำหรับทำนาในปีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน