สะเทือนใจ เด็กชายวัย12ถูกล่ามโซ่-ใส่ปลอกคอสุนัข ขาดอาหารจนตาย

เด็กชายถูกพ่อทารุณตาย ล่ามโซ่-ใส่ปลอกคอสุนัข หลักฐานโผล่มือถือแม่เลี้ยง

เด็กชายถูกพ่อทารุณตาย – เมื่อ 5 มิ.ย. ซีเอ็นเอ็น รายงานคดีความรุนแรงในครอบครัวสุดสะเทือนใจในสหรัฐอเมริกา กรณีด.ช.เอดูอาร์โด ปอสโซ จากรัฐฟลอริดา เสียชีวิตขณะอายุ 12 ปี ที่เมืองบลูมมิงตัน รัฐอินเดียนา เนื่องจากถูกพ่อแท้ๆ และแม่เลี้ยง ทารุณกรรม ถึงขั้นเอาปลอกคอชอร์ตไฟฟ้าของสุนัขมาใช้กับลูก

เจ้าหน้าที่สืบสวนพบหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือของแม่เลี้ยง เป็นนาทีที่เด็กถูกล่ามไว้กับอ่างอาบน้ำและถูกสวมปลอกคออยู่ในห้องน้ำของโรงแรมเล็กๆ ซึ่งเป็นที่พักของพ่อและแม่เลี้ยงระหว่างทำงานเป็นฝ่ายโฆษณาให้คณะละครสัตว์เร่ โดยแม่เลี้ยงและน้องๆ 3 คนเข้ามาดูในห้องน้ำด้วยท่าทีเมินเฉย

อัยการสั่งฟ้องนายหลุยส์ ปอสโซ อายุ 32 ปี พ่อแท้ๆ และนางดายานา เมดินา-ฟลอเรส อายุ 25 ปี แม่เลี้ยง ข้อหาฆาตกรรม ปล่อยปละละเลยเด็ก กักขังหน่วงเหนี่ยว รวมทั้งทำร้ายร่างกายและจิตใจผู้เยาว์ เจ้าหน้าที่ตั้งวงเงินประกันไว้สูงถึงคนละ 5 แสนดอลลาร์ หรือราว 1.6 ล้านล้านบาท

ผู้ต้องหาทั้งสอง นางดายานา เมดินา-ฟลอเรส – นายหลุยส์ ปอสโซ

ส่วนลูกๆ อีก 3 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ เด็กชายอายุ 5 ขวบ และเด็กชาย อายุ 2 ขวบ สภาพร่างกายแข็งแรงปกติ ได้รับการดูแลจากหน่วยบริการพิทักษ์เด็กแล้ว

แม่เลี้ยงของเหยื่อให้ปากคำอ้างว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค. เด็กชายป่วยหนักและอ่อนแอจนกินไม่ได้ จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น พบว่าเด็กชายตัวเย็นเฉียบ สามีจึงพาไปโรงพยาบาลในสภาพไร้สติ ก่อนแพทย์ประจำโรงพยาบาลแจ้งว่าเด็กเสียชีวิตวันที่ 24 พ.ค. ด้วยอาการอดอาหารจนตาย

เจ้าหน้าที่สอบสวนเปิดเผยว่า พบอุปกรณ์ทำร้ายเด็กในห้องพักโรงแรม มีทั้งโซ่ สายไฟ กุญแจมือ ปลอกคอชอร์ตไฟฟ้าสำหรับสุนัข และกุญแจสายยูใต้เตียง  อีกทั้ง ยังพบข้อความสั้นเป็นภาษาสเปนในโทรศัพท์ของนายหลุยส์ พ่อเด็ก ว่า “เอดูอาร์โดเกือบจะหลุดออกจากโซ่” และภาพเซลฟี่ของพ่อเด็ก ที่มีเด็กชายถูกขังในอ่างอาบน้ำ

เด็กชายถูกพ่อทารุณตาย

ต่อมา แม่เลี้ยงเด็กให้การซัดทอดสามี ว่า สามีเฆี่ยนเด็กชายด้วยเข็มขัด ฟาดด้วยรองเท้าและมือ แล้วยังล่ามเด็กชายด้วยสายไฟและโซ่มากกว่า 10 ครั้ง อีกทั้ง ใช้ปลอกคอไฟฟ้าสำหรับสุนัขสวมคอลูกด้วย เมื่อเธอและสามีต้องออกไปทำงานก็จะขังไว้ในห้องน้ำและดูพฤติกรรมผ่านวิดีโอ

ส่วนนายปอสโซให้การยอมรับว่าเฆี่ยนตีลูก แต่ไม่ได้อดอาหารลูก และไม่ยอมเปิดเผยว่าเหตุใดเอดูอาร์โดมีแผลบาดเจ็บอื่นๆ

ด้าน นางออเรีย การ์เซีย แม่แท้ๆ ของเอดูอาร์โด กล่าวว่า ไม่รู้มาก่อนเลยว่า ลูกชายคนโตและคนอื่นๆ ถูกพาออกจากรัฐฟลอริดา คิดว่าลูกชายคงได้ไปโรงเรียน กระทั่งเมื่อตำรวจมาที่บ้านตน

“ดิฉันยังคิดว่าตำรวจคงมาแจ้งให้ดิฉันพาลูกชายมาจากบ้านพ่อเขาซะ เพราะเขาเป็นอันตรายต่อลูก แต่ตำรวจกลับมาแจ้งว่า เอดูอาร์โดตายแล้ว ฉันช็อกและกรีดร้อง จนสามีเข้ามาประคองให้นั่งลง” นางการ์เซีย กล่าวถึงจังหวะที่ได้รับแจ้งข่าวร้าย

นางการ์เซียเปิดเเยว่าแยกกับอดีตสามี ปี 2558 และหย่ากันในปีถัดมา ฝ่ายสามีนำลูกไปเลี้ยงตั้งแต่นั้นมา ซึ่งเธอคิดว่าลูกๆ ยังอยู่ในรัฐฟลอริดาเพราะเห็นอดีตสามีไปขึ้นศาล 2 ครั้ง ตั้งแต่หย่ากันและจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกๆ

แต่ไม่คิดว่าเขาจะทำทารุณกับลูกตัวเอง ถึงกับให้อดอาหารจนตา เอดูอาร์โดเป็นเด็กนิสัยดี ตนพบลูกครั้งสุดท้ายในวันขอบคุณพระเจ้า เมื่อปี 2560 ซึ่งวันนั้น ลูกพูดน้อยมากเหมือนกลัวที่จะพูดออกมา และสังเกตว่าลูกผอมมาก แต่ลูกชายบอกว่าเขากินซีเรียลเป็นอาหารเย็น

หญิงสาวกล่าวว่า หวังให้กรณีของลูกเป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นๆ กล้าเปิดเผยเรื่องราวการทารุณกรรมเด็กเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ ถูกทำร้าย

บทความก่อนหน้านี้ขยะท่วมนิวเดลี กองเป็นภูเขาสูง ไม่เกินปีหน้าแซงทัชมาฮาล
บทความถัดไปปารีณา มาแล้ว! แจงไม่ได้หลับ ไม่ได้โดนสะกดจิต แอบงีบในสภาฯ (คลิป)