รับบุตรบุญธรรม : คู่สมรสที่อยากมีลูกหลายรายในสหรัฐฯ กลายเป็นเหยื่อหญิงนักตุ๋นทางอินสตาแกรม

ลมหนาวยังคงพัดพาความเย็นยะเยือกเข้าปกคลุมรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 ท้องฟ้าของวันอาทิตย์นี้เป็นสีเทาส่อเค้าว่าหิมะใกล้จะตกเต็มที

ซาแมนธา สจวร์ต หญิงสาวอายุ 33 ปี กำลังทำงานบ้านทั้งชุดนอนอย่างสบายอารมณ์ เธอมีผ้ากองเต็มตะกร้ารอให้นำไปซัก บ้านทั้งหลังที่รอให้ปัดกวาดเช็ดถู และสุนัขที่รอให้พาไปเดินเล่น สุดสัปดาห์นี้ดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งเธอได้รับข้อความทางอินสตาแกรมส่วนตัวจาก @ashleymamabear2019

ซาแมนธาไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม เธอตัดสินใจเปิดคำทักทายจากคนแปลกหน้าคนนี้ขึ้นมาอ่านดู

ยังอยากรับบุตรบุญธรรมอยู่รึเปล่าคะ คือ น้ำผึ้งอาบยาพิษที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันน่าปวดหัว

กว่าหกปีแล้วที่ซาแมนธาเข้ารับการผ่าตัดมดลูกออกเมื่อตอนอายุ 27 ปี เพราะต้องเผชิญกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ (Endometriosis) ตั้งแต่อายุล่วงเข้า 20 ทั้งที่ความฝันของเธอคือการมีลูกเป็นของตัวเอง

หลังช่วงเวลาแห่งความเสียใจผ่านพ้นไป ในช่วงปลายปี 2018 ซาแมนธา และ เดฟ สามีของเธอ จึงลองติดต่อศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการดำเนินการที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน เช่น ตรวจสอบสภาพที่อยู่อาศัย ความสามารถในการเป็นผู้ปกครอง รวมถึงต้องเข้าคอร์สฝึกอบรมด้านต่าง ๆ อีกด้วย

แน่นอนว่าซาแมนธาและเดฟผ่านด่านเหล่านี้มาได้ พวกเขาจึงตั้งบัญชีอินสตาแกรมในชื่อ @findingbabystewart เพื่อประกาศตามหาบุตรบุญธรรม โดยใช้แฮชแท็ก เช่น #waitingtoadopt #hopingtoadopt และ #ouradoptionstory เป็นต้น

สำหรับหลายประเทศแล้ว การหาบุตรบุญธรรมตามสื่อสังคมออนไลน์อาจไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก แต่หลายมลรัฐในสหรัฐอเมริกาอนุญาตวิธีการดังกล่าว โดยเปิดทางให้คู่รักและแม่อุ้มบุญจับคู่กันเองได้ แล้วจึงค่อยให้ทนายความหรือศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรมรับรองให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ การประกาศหาบุตรบุญธรรมนั้นไม่ง่ายเลย ซาแมนธาและเดฟถูกทางศูนย์ฯ จัดให้อยู่ลำดับที่ 21 ต่อท้ายคู่รักอื่นอีก 20 คู่ ที่ต่างก็ต้องการมีเจ้าตัวน้อยเช่นกัน และยิ่งในช่วง 10 – 15 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซีย จีน หรือ กัวเตมาลา กลับลำมาตรการที่อนุญาตให้ต่างชาติสามารถรับบุตรบุญธรรมจากชาติตัวเองได้ สถานการณ์ก็ยิ่งยากลำบากมากขึ้น

นอกจากนี้ อัตราการตั้งท้องโดยไม่พร้อมในสหรัฐฯ ยังต่ำลงอีกด้วย บวกกับการตีตราบาปให้แม่เลี้ยงเดี่ยวลดลง ก็ยิ่งทำให้ผู้คนเลือกจะเก็บทารกไว้เลี้ยงดูเองมากขึ้น จนสุดท้าย สำนักงานรับบุตรบุญธรรมแห่งชาติเผยตัวเลขว่า เหลือเด็กเพียง 0.5% เท่านั้นที่ตกหล่นมาถึงครอบครัวอย่างซาแมนธาและเดฟที่ท้ายที่สุดแล้วอาจต้องทนรอนานหลายปีเลยทีเดียว

ซาแมนธาลองสำรวจอินสตาแกรมแปลกหน้าที่เข้ามามอบความหวังให้เธอดู เด็กสาวเจ้าของบัญชีมีชื่อว่า แอชลีย์ อายุ 16 ปี อาศัยอยู่ภายในเมืองเล็ก ๆ ของแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย รูปภาพที่เธอโพสต์ช่างดูเหมือนเด็กสาวทั่วไป เช่น ภาพเซลฟี่หน้ากระจก และ ภาพข้อความบอกรัก คริส แฟนหนุ่มของเธอ แต่มีรูปเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่อาจจะแปลกประหลาดออกไปจากวัยรุ่นส่วนใหญ่ นั่นคือภาพที่แอชลีย์กำลังยิ้มอย่างสดใสขณะที่คริสจับท้องกลมป่องของเธอ

ทำไมสองคนนี้ดูมีความสุขจัง ทั้งที่เด็กในท้องเกิดจากความไม่พร้อม ซาแมนธานึกสงสัย แต่ไม่นานนักเธอก็ปัดความคิดนี้ทิ้งไป ก่อนจะมองว่าอาจเป็นเพราะพวกเขายังเป็นวัยรุ่นอยู่นั่นเอง

“พวกเธอได้ติดต่อกับครอบครัวอื่นที่ต้องการบุตรบุญธรรมบ้างรึเปล่า” ซาแมนธาถาม “พี่แค่กลัวว่าจะต้องผิดหวัง พี่อยากเป็นคุณแม่มาก ๆ เลย”

“ไม่อะ” แอชลีย์ตอบ

นาทีต่อมา แซมจึงพิมพ์ตอบไปว่า “ดีใจจนน้ำตาจะไหลแล้ว”

หลังจากได้พูดคุยกันมากขึ้น ซาแมนธาได้รู้ว่าแอชลีย์ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก่อน โดยเด็กสาวถูกครอบครัวบังคับข่มเหง นอกจากแม่ของเธอฆ่าตัวตาย เมื่อตอนเธออายุ 14 ปี แอชลีย์ยังถูกพี่ชายข่มขืนจนตั้งท้องทารกเพศหญิง เมื่อเด็กลืมตาดูโลกก็ถูกรับเลี้ยงโดยครอบครัวหนึ่งซึ่งกีดกันไม่ให้แอชลีย์พบหน้าลูกของตัวเอง

ซาแมนธาคุยกับแอชลีย์เรื่องการรับบุตรบุญธรรมจนถึงเย็น เธอตั้งใจจะผละจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพื่อไปทานมื้อเย็นนอกบ้าน จึงจัดการส่งเบอร์ติดต่อของศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรมให้แอชลีย์ ทว่าทันใดนั้น เด็กสาวกลับมีท่าทีก้าวร้าวโดยบอกว่า ซาแมนธาคงจะต้องกลายเป็นแม่ที่แย่ ๆ แน่นอน

แต่ซาแมนธาเหนื่อยเกินกว่าจะตอบโต้กลับไป ความรู้สึกประหลาดใจและเจ็บช้ำปะปนกันภายในจิตใจจนเธอทำได้แค่เพียงทิ้งตัวลงบนโซฟาเท่านั้น ซาแมนธาคิดว่าแอชลีย์คงจะไม่ติดต่อกลับมาอีกแล้ว เธอกับเดฟลบโพสต์ประกาศตามหาบุตรบุญธรรมในอินสตาแกรมทิ้งไป แล้วจำใจยอมรับความเป็นจริงว่าคงต้องรออีกนานกว่าเวลานั้นจะมาถึง

หนึ่งเดือนผ่านไป แอชลีย์ส่งข้อความมาหาเธออีกครั้ง โดยแจ้งว่าลูกสาวของเธอคลอดก่อนกำหนดที่อายุครรภ์ 31 สัปดาห์

“ขอให้มีชีวิตที่ดีนะ แล้วก็ไม่ต้องทักมาอีก” ซาแมนธาที่หงุดหงิดจากเรื่องครั้งก่อนตอบ เธอไล่ให้แอชลีย์ติดต่อไปหาศูนย์อำนวยการรับบุตรบุญธรรม ไม่อย่างนั้นก็เลิกยุ่งกับครอบครัวเธอเสียที

ทว่าสุดท้ายแล้ว ซาแมนธาก็พ่ายแพ้แอชลีย์ภายใน 14 ข้อความ หลังเด็กสาวพยายามโน้มน้าวให้เชื่อว่ามีทารกน้อยเพศหญิงรอคอยให้ถูกรับเลี้ยงอยู่จริง ๆ เมื่อแอชลีย์บอกชื่อโรงพยาบาล ซาแมนธาและเดฟก็พร้อมที่จะนั่งเครื่องบินไปพบทันที เด็กสาวยังส่งรูปภาพตัวเองกำลังอุ้มทารกน้อยในผ้าเช็ดตัวสีขาวไว้พร้อมข้อความประกอบว่า “สาวน้อยเป็นของคุณแล้ว”

ทั้งสองคนคุยกันไม่หยุดถึงสามวันสามคืน แต่จู่ ๆ แอชลีย์กลับบล็อกอินสตาแกรมของซาแมนธา พอเธอลองต่อสายโทรศัพท์หาเด็กสาวดู ก็ไม่มีใครรับสาย เป็นความเงียบงันที่ปราศจากคำอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น

ซาแมนธาที่แม้จะตกอยู่ท่ามกลางความสิ้นหวังเริ่มจับทางได้ว่าแท้จริงแล้ว แอชลีย์แค่ต้องการปั่นหัวเธอเล่นเท่านั้น

“คนพวกนี้ไม่ได้เรียกร้องขอเงินทอง หรือขอสิ่งของอะไรเหมือนพวกนักต้มตุ๋นส่วนใหญ่ สิ่งที่คนพวกนี้ต้องการคือเวลาของคุณ ความรู้สึกที่คุณทุ่มเทให้ และคนสักคนให้พร่ำคำสัญญาว่าจะมอบสิ่งที่คุณจะยอมกรีดเลือดเพื่อให้ได้มา นั่นคือ ลูกน้อยสักคนหนึ่ง” ซาแมนธาเขียนข้อความเหล่านี้ประกอบภาพหัวใจที่แตกสลายบนอินสตาแกรมของเธอ

คอมเมนต์มากมายเริ่มหลั่งไหลเข้ามา นาทีนั้นเอง ความจริงจึงเริ่มคลี่คลายว่าเธอไม่ใช่เหยื่อเพียงคนเดียวที่ถูกแอชลีย์หลอกลวง

คริสเตน และ ไมเคิล จอห์นสัน จากมลรัฐยูทาห์ สหรัฐฯ ก็ตกเป็นเหยื่อเช่นกัน เพียงแต่คราวนี้แอชลีย์ใช้บัญชีอินสตาแกรมอื่นติดต่อไปหาทั้งสองคน นอกจากนี้ ไบรอัน และ แอชลีย์ มิดเดิลตัน จากรัฐเคนทักกี ก็ถูกบัญชีของแอชลีย์อันที่สองนี้ทักเข้ามา เหยื่ออีกรายเป็นหญิงสาวที่เผยว่าถูกติดต่อจากบัญชีทั้งสองอันของแอชลีย์ โดยนักต้มตุ๋นใช้รูปหญิงตั้งครรภ์คนเดิมในการหลอกลวงเหยื่อทุก ๆ คน

รูปการณ์ปรากฏว่า แท้จริงแล้วแอชลีย์มีชื่อปลอมและบัญชีผู้ใช้จำนวนมาก แต่มักจะหลอกเหยื่อด้วยเรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน เช่น มีครอบครัวที่ชอบบังคับข่มขู่ แม่ฆ่าตัวตายไปแล้ว หรือ อาศัยในรัฐจอร์เจีย นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมเดิม ๆ เช่น กระหน่ำส่งข้อความติดต่อกัน โทรศัพท์มาหาในเวลาแปลก ๆ คุยยาวนานเป็นชั่วโมง และมักจบลงด้วยคราบน้ำตา

อย่างไรก็ตาม ซาแมนธาคิดว่าชื่อจริงของแอชลีย์ คือ เมลิสซา เพราะบัญชีอินสตาแกรมปลอมจำนวนหนึ่งได้แท็กผู้หญิงที่ใช้ชื่อนี้ โดยเมลิสซาใส่แว่นตากรอบสี่เหลี่ยม ผมสีแดงหยักศก และดูเหมือนจะมีอายุประมาณ 30 ปี

นอกจากนี้ จูลี วิซอตสกี ทนายความด้านการรับบุตรบุญธรรมจากรัฐจอร์เจียที่มีประสบการณ์ถึง 23 ปี ยังเผยว่า ถูกนักต้มตุ๋นรายนี้หลอกเช่นกัน โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เธอได้รับการไหว้วานให้คุยกับเด็กสาวอายุ 15 ปี ที่ท้องไม่พร้อมรายหนึ่ง บทสนทนาดำเนินข้ามคืนยาวนานเกือบ 24 ชั่วโมง กว่าที่จูลีจะรู้ตัวว่า โดนปั่นหัวเล่นเข้าซะแล้ว

จูลียังบอกอีกว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลูกความจำนวนมากจากทั่วทั้งสหรัฐฯ แจ้งเข้ามายังเธอและเพื่อนร่วมงานว่า ถูกเด็กสาวจากรัฐจอร์เจียรายหนึ่งติดต่อมาผ่านทางอินสตาแกรม

การหลอกหลวงลักษณะนี้ยากที่จะเอาผิดหรือลงโทษคนก่อเหตุ คู่รักหรือครอบครัวที่ตกเป็นเหยื่อมักจะไปแจ้งความไว้ แต่ทางเอฟบีไอบอกกับบีบีซีว่า คดีดังกล่าวยังเป็นเรื่องใหม่ที่พบไม่บ่อยนัก ทั้งนี้ ไม่มีครอบครัวไหนได้รับแจ้งข่าวความคืบหน้าของคดีแต่อย่างใด

ยังมีบุคคลอื่นอีกที่ต้องเจ็บปวดจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ เพราะแอชลีย์นั้นเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง โดยหญิงสาวคนนี้มีอายุ 22 ปี และอาศัยอยู่ที่รัฐจอร์เจียเช่นกัน เพียงแต่ชื่อสกุลของเธอ คือ แอชลีย์ คิงส์ ตัวตนของเธอถูกขโมยไปเสียแล้ว

ซาแมนธารับบทนักสืบได้อย่างประสบความสำเร็จ เธอค้นหาโปรไฟล์ของแอชลีย์ตัวจริงจนเจอ และเห็นว่ารูปภาพทั้งหมดของหญิงสาวคนนี้ถูกตั้งค่าให้เป็น “สาธารณะ” ซึ่งหมายความว่าทุกคนสามารถเข้าถึงได้นั่นเอง

ซาแมนธาเตือนแอชลีย์ทันทีว่า รูปภาพเหล่านั้นได้ถูกมือดีนำไปหลอกลวงคนอื่น และนักต้มตุ๋นรายนี้ยังรู้ข้อมูลส่วนตัวของแอชลีย์เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต สามี หรือแม้กระทั่งลูกน้อยของเธอ

“ยัยผู้หญิงคนนี้หลอกให้คนอื่นเชื่อว่าจะรับลูกสาวของฉันไปเป็นบุตรบุญธรรมได้” แอชลีย์ตัวจริงกล่าว “เป็นความคิดที่น่ากลัวมาก ๆ เลยค่ะ ทำไมคนเราถึงต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย”

สิ่งที่นักต้มตุ๋นเล่าเกี่ยวกับชีวิตวัยเด็กของแอชลีย์นั้นเป็นเรื่องโกหกทั้งหมด แต่รายละเอียดเกี่ยวกับลูกสาวตัวน้อยของเธอนั้นกลับถูกต้องทุกอย่าง รวมถึงโรงพยาบาลที่เธอไปใช้บริการ จะมีผิดพลาดเล็กน้อยแค่เพียงตัวเลขน้ำหนักแรกคลอดจาก 1.24 กิโลกรัม เป็น 1.13 กิโลกรัม เท่านั้น

ซาแมนธาคิดว่า นักต้มตุ๋นน่าจะเป็นคนรู้จักของแอชลีย์ แต่หญิงสาวผู้ตกเป็นเหยื่อนึกไม่ออกเลยว่าใครจะทำแบบนี้กับเธอ ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ยิ่งทำให้เธอเป็นกังวลมากขึ้นกว่าเก่า

“ตอนนี้กลายเป็นว่าฉันต้องคอยระวังหลังของตัวเองตลอดเลยค่ะ ว่าไม่มีผู้หญิงไหนกำลังจ้องจะงาบลูกสาวของฉันอยู่ เพราะคนร้ายรู้จักที่อยู่ของฉันด้วย” แอชลีย์กล่าว “มันน่ากลัวมากจริง ๆ นะคะ”

สไลม์สีฟ้า

BBC
เว็บไซต์ของ “แกบบี้” ที่ประกาศขายสไลม์

อย่างไรก็ตาม คนร้ายรายนี้ปล่อยไก่จนสามารถติดตามจนถึงตัวตนที่แท้จริงได้เช่นกัน โดยเธอเผลอพลาดใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเองติดต่อหา จูลี และ คริสเตน ซึ่งเบอร์ดังกล่าวอยู่ในรัฐจอร์เจีย และถูกลงทะเบียนไว้ในนาม แฮร์รี่

เมื่อนำเบอร์นี้ไปค้นหาในกูเกิล ก็จะพบเว็บไซต์สีชมพูจัดจ้าน ประกาศขายสไลม์ ของเล่นที่มีลักษณะยืดหยุ่นเหมือนน้ำลาย ที่เธอผลิตขึ้นเอง นอกจากนี้ ยังขายคัปเค้กอีกด้วย แต่ข้อมูลสำคัญที่บีบีซีพบ คือ อีเมลระบุชื่อหญิงสาวนาม แกบบี้

บีบีซีลองโทรศัพท์หาแกบบี้ดู แต่หลังจากถามคำถามไปเพียงครั้ง เธอก็เงียบ แล้วจึงวางสายไป

เจสซิกา ซิมมอนส์ แม่ผู้รับเลี้ยงบุตรบุญธรรมสองคน รู้จักแกบบี้ดี เนื่องจากเธอเคยถูกนักต้มตุ๋นรายนี้ติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อดือนเมษายน ปี 2016 ทว่าหลังจากพูดคุยกันเรื่องตกลงรับบุตรบุญธรรมจากแกบบี้อยู่นานกว่าหนึ่งเดือน เจสซิกาก็เอะใจ เธอลองติดต่อครอบครัวของแกบบี้ผ่านทางข้อความส่วนตัว

“ไม่มีใครหยุดเธอได้เลย” สมาชิกในครอบครัวของแกบบี้บอก เขาเล่าว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หญิงสาวคนนี้แกล้งทำทีว่าตัวเองตั้งครรภ์ พร้อมย้ำว่า อย่าหลงเชื่อแกบบี้เด็ดขาด

แกบบี้ยังมีบัญชีอินสตาแกรมของตัวเองด้วย โดยเธอเป็นผู้หญิงสวมแว่นกรอบเหลี่ยม ผมแดงหยักศก กำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ วิดีโอสอนทำสไลม์ เสียงของเธอถูกบันทึกอยู่ในวิดีโอนี้ด้วย ซึ่งบีบีซีพบว่าเป็นเสียงเดียวกันกับที่ได้ยินผ่านทางโทรศัพท์นั่นเอง นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ คือ แกบบี้กดติดตาม แอชลีย์ คิงส์

บีบีซีได้คุยกับแอชลีย์เป็นครั้งที่สอง เธอจำได้แล้วว่าแกบบี้ เพื่อนสมัยเด็กที่สามีของเธอเคยรู้จักห่าง ๆ ได้เข้ามาตีสนิทเธอผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยแสร้งแสดงความยินดีที่เธอได้ลูกสาว จากนั้นจึงพยายามขอดูรูปของเด็ก ถามถึงสุขภาพของเด็กทุก ๆ เดือน หรือแม้กระทั่งขอให้แอชลีย์ถ่ายวิดีโอของตัวเองแล้วพูดว่า “หวัดดี” หรือ “หวัดดี ฉันชื่อแอชลีย์” มิเช่นนั้นจะไม่เลิกตามตอแยเธอ

แน่นอนว่าแอชลีย์ไม่ยอมทำตาม แต่เธอก็ตอบกลับสั้น ๆ อย่างสุภาพบ้างเช่นกัน และยังเคยส่งรูปภาพตัวเองตอนตั้งท้องไปให้แกบบี้ด้วย ซึ่งก็เป็นภาพที่ท้ายที่สุดแล้ว ไปลงเอยอยู่บนอินสตาแกรมปลอมของแกบบี้นั่นเอง

วันอาทิตย์ที่ฝนตกชุ่มฉ่ำในเดือนพฤษภาคม ซาแมนธาได้รับข้อความผ่านทางอินสตาแกรมอีกครั้ง

“เอาอีกละ” เธอคิด “ฉันไม่ไว้ใจสุด ๆ เลยค่ะ แต่พอคุยโทรศัพท์กับเธอแล้วมันต่างไปมาก”

ซาแมนธากล่าวว่า ผู้หญิงคนนี้ถามคำถามที่ฟังดูเข้าท่าทั้งหมด “เธออยากรู้เกี่ยวกับฉันและสามีของฉัน รวมถึงบ้านของเรา”

วันต่อมา ซาแมนธา เดฟ และเจ้าหน้าที่จากศูนย์อำนวยการรับบุตรบุตรธรรม ก็ขับรถไปพบกับเด็กสาวคนดังกล่าว

12 วันต่อมา ปาร์กเกอร์ เด็กชายตัวน้อย ได้กลายมาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวของทั้งคู่

“นาทีที่เด็กคนนี้หายใจ ทุกอย่างก็มลายหายไปในพริบตาเลยค่ะ” ซาแมนธากล่าว “ฉันไม่อยากให้การหลอกลวงลักษณะนี้บั่นทอนกำลังใจของใครนะคะ เพราะถึงแม้มันจะเจ็บปวด แต่คุณจะไม่กลับมาเสียใจทีหลังค่ะ เมื่อคุณได้เจ้าตัวน้อยมาเป็นครอบครัวแล้ว อะไรก็ไม่สำคัญอีกต่อไป”

ซาแมนธาเปลี่ยนชื่อบัญชีอินสตาแกรมของเธอเป็น @wefoundbabystewart [เราเจอหนูน้อยสจวร์ตแล้ว] เรียบร้อย

บทความก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์เคาะจ่ายเงินประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
บทความถัดไปเทนนิสไทย ปรับแผน ส่ง “ลักษิกา” เสริมแกร่งคู่ – สายแข่งใสมีลุ้นเข้ารอบลึก