ผอ.ใหม่ยูเนสโกเป็นผู้หญิงอีก อดีตรมต.ฝรั่งเศสเฉือนชนะเพราะมหาอำนาจอาหรับตีกัน

Audrey Azoulay /AFP PHOTO / Thomas Samson

เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ต.ค. องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก สมาชิก 195 ประเทศ เลือกตั้งผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ ได้แก่ น.ส.ออดรีย์ อาซูเลย์ อดีตรัฐมนตรีวัฒนธรรมของฝรั่งเศส อายุ 46 ปี ด้วยคะแนนเฉือนชนะอย่างหวุดหวิด ท่ามกลางการแข่งขันที่มีการเมืองระหว่างประเทศเข้าแทรกอย่างดุเดือดทั้งก่อนหน้าและระหว่างการโหวต

น.ส.อาซูเลย์ได้คะแนนโหวค 30 คะแนน ชนะนายอับดุลอาซิซ อัล-คาวารี จากกาตาร์ที่ได้ 28 คะแนน หลังจากซาอุดีอาระเบีย ชาติที่ตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ ไม่ยอมลงคะแนนให้กาตาร์แม้เป็นชาติอาหรับด้วยกัน

อดีตรัฐมนตรีสาวฝรั่งเศสได้รับเลือกเป็นผอ.ใหญ่ยูเนสโก/ AFP PHOTO / Thomas SAMSON

น.ส.อาซูเลย์เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำยูเนสโก แทนนางอิรินา โบโกวา ชาวบัลแกเรียซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2552 เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลอิสราเอลถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของยูเนสโก เพื่อจะทำหน้าที่ฟื้นฟูองค์กรให้รอดพ้นสภาวะถูกประเทศคู่อริใช้เป็นเวทีวิวาทกัน และภาวะขาดแคลนงบประมาณ

AFP PHOTO / Miguel MEDINA

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐของนายโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงลาออกจากยูเนสโกด้วยข้ออ้างว่าองค์กรมีอคติต่ออิสราเอล ประเทศมหามิตรของอเมริกา ต่อเนื่องจากกรณีที่รัฐบาลสหรัฐยุคนายบารัก โอบามา หยุดให้เงินทุนแก่ยูเนสโก จากการที่ยูเนสโกโหวตให้ปาเลสไตน์เข้าเป็นสมาชิกเต็มขั้น ถือเป็นการรับรองปาเลสไตน์เป็นประเทศ จนทำให้อิสราเอล ชาติคู่พิพาทไม่พอใจมาก

นางอิรินา โบโกวา / AFP PHOTO / LIONEL BONAVENTURE

นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า เสียใจอย่างยิ่งต่อการถอนตัวของสหรัฐและอิสราเอลในครั้งนี้ เช่นเดียวกับนางโบโกวาที่กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่สังคมในโลกแบ่งแยกกัน น่าเสียใจอย่างยิ่งที่สหรัฐมาถอนตัวจากองค์กรที่ส่งเสริมการศึกษาเพื่อสันติภาพและปกป้องวัฒนธรรม

ธงชาติสหรัฐโบกสะบัดหน้าสำนักงานยูเนสโก ในกรุงปารีส / AFP PHOTO / JACQUES DEMARTHON

สหรัฐเคยถอนตัวจากยูเนสโก ในสมัยนายโรนัลด์ เรแกน เป็นประธานาธิบดี เมื่อปี 2527 ด้วยข้อกล่าวหาว่า ยูเนสโกจัดการทางการเงินผิดพลาด มีนโยบายเป็นอคติต่อสหรัฐ จนในสมัยนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประกาศให้อเมริกากลับมาเป็นสมาชิกยูเนสโกในปี 2545 แต่ในปี 2554 สัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายกลับไม่สู้ดีอีกครั้ง

ขณะที่สหรัฐมีหนี้ค้างชำระยูเนสโกอยู่ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 18,000 ล้านบาท กฎหมายสหรัฐระบุห้ามรัฐบาลสหรัฐจ่ายค่าสมาชิกต่อองค์กรระหว่างประเทศใดๆ ที่รับรองรัฐบาลปาเลสไตน์