รัฐประหารเมียนมา : มาตรการคว่ำบาตรจะจัดการกับกองทัพเมียนมาได้แค่ไหน

11 เม.ย. 2564 - 11:58 น.

รัฐประหารเมียนมา : มาตรการคว่ำบาตรจะจัดการกับกองทัพเมียนมาได้แค่ไหน – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

  • โดย ทิม แมคโดนัลด์
  • บีบีซีนิวส์

การปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงยังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ในเมียนมาโดยล่าสุดข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (Assistance Association for Political Prisoners – AAPP) ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากการออกมาต่อต้านการยึดอำนาจอย่างน้อย 618 รายแล้ว

ประเทศมหาอำนาจในตะวันตกพยายามที่จะกดดันกองทัพเมียนมาโดยจัดการกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของพวกเขา อาทิ สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ที่คว่ำบาตร 2 กลุ่มบริษัทใหญ่ที่เชื่อมโยงกับกองทัพเมียนมาอย่าง เมียนมาร์ อีโคโนมิค คอร์ปอเรชั่น (MEC) และ เมียนมา อีโคโนมิค โฮลดิงส์ จำกัด (MEHL)

Protestors behind shields on burning street in Myanmar.
Getty Images

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังได้ระงับการดำเนินการกับบริษัทค้าอัญมณีซึ่งดำเนินการโดยรัฐเมียนมา และเป็นแหล่งรายได้สำคัญของทหารเมียนมาอีกด้วย ขณะที่สหภาพยุโรปได้ดำเนินการคว่ำบาตรหลายบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพ

อย่างไรก็ดี คู่ค้ารายใหญ่ของเมียนมาในเอเชียไม่ได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกับชาติตะวันตก และหลายฝ่ายกำลังวิตกกังวลว่าแรงกดดันที่ไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี้จะไม่มีแรงพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไร

“อำนาจต่อรองที่มีอยู่ไม่เพียงพอเลย” ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมาจากกลุ่มวิกฤตการณ์นานาชาติ (International Crisis Group) กล่าว

การคว่ำบาตรจะได้ผลหรือไม่

Myanmar's Chief Senior General Min Aung Hlaing
Getty Images

มีหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าที่ผ่านมา มาตรการคว่ำบาตรยังได้ผลน้อยอยู่

“กองทัพเมียนมาจะไม่ล้มลงกับพื้น ร้องไห้ และบอกว่า ‘โอ้พระเจ้า ฉันไม่มีวีซ่าเข้าสหรัฐฯ แล้ว จบกันชีวิตฉัน’…พวกเขาคงจะหัวเราะด้วยซ้ำ” คิชอร์ มาห์บูบานี อดีตนักการทูตสิงคโปร์และอาจารย์ประจำสถาบันวิจัยเอเชีย มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าว

ว่ากันโดยรวมแล้ว การคว่ำบาตรไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ได้ผลเสมอไป

นักวิจัยจากสถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์นานาชาติ (PIIE) ได้ประเมินกรณีการคว่ำบาตรกว่า 200 กรณีด้วยกัน และพบว่ามีเพียง 1 ใน 3 ที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดหรือประสบความสำเร็จบางส่วน ขณะที่นักวิจัยที่อื่นมาวิเคราะห์ชุดข้อมูลเดียวกันบอกว่าอัตราความสำเร็จอยู่ที่แค่ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยบอกว่านักวิจัยสถาบันปีเตอร์สันฯ ใจกว้างเกินไปเมื่อพูดถึงนิยามของความสำเร็จ

ลองดูสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตดู บางคนบอกว่าการคว่ำบาตรเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เมื่อทศวรรษที่แล้วกองทัพเมียนมาตัดสินใจปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี และกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี อีกฝ่ายมองว่าการคว่ำบาตรไม่ได้สำคัญ หรือไม่ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงเพราะกองทัพคิดจะเปลี่ยนใจอยู่แล้ว


แกรี ฮัฟเบาเออร์ ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยของสถาบันปีเตอร์สันฯ บอกว่า การคว่ำบาตรมักจะสำเร็จกับประเทศที่ยากจนอย่างเช่นเมียนมา แต่โอกาสสำเร็จจะมีมากสุดเวลาที่เป้าหมายไม่ได้ทะเยอทะยานจนเกินไป และประเทศเหล่านั้นไม่ได้ถูกปกครองโดยเผด็จการ

ผลเสียมากกว่าผลดี

Riot police in Yangon
Getty Images

การคว่ำบาตรเมียนมาในอดีตทำให้เกิดผลกระทบทางมนุษยธรรม อาทิ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประเมินว่าการระงับการนำเข้าสินค้าสิ่งทอของเมียนมาเมื่อปี 2003 ทำให้คนในประเทศตกงานถึง 50-60,000 ราย (แม้ว่าการสั่งซื้อสินค้าจากสหภาพยุโรปจะช่วยลดผลกระทบนั้นไปได้)

ผู้เชี่ยวชาญอย่างริชาร์ด ฮอร์ซีย์ กังวลว่า หากการคว่ำบาตรบานปลายกลายเป็นการทำให้รัฐถึงขั้นล้มละลาย ประชาชนคนธรรมดาจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ดี กลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนบอกว่ามาตรการในปัจจุบันมีลักษณะการมุ่งเป้าไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องกับทหารมากกว่าในอดีต

อย่างไรก็ดี หากการคว่ำบาตรทำให้บริษัทต่าง ๆ อาทิ ด้านน้ำมันและก๊าซของตะวันตกถอนตัว ฮอร์ซีย์คาดว่าก็จะมีบริษัทจากจีนหรือไทยเข้ามาแทนที่อยู่ดี

อาเซียน vs ตะวันตก

Protestors in Yangon
Getty Images

ปริมาณการค้าของเมียนมากับจีนและไทยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าทั้งหมด ส่วนสิงคโปร์เป็นผู้ลงทุนต่างประเทศรายใหญ่ที่สุด โดยสร้างเงินกว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากตัวเลขโดยรัฐบาลเมียนมา

อาเซียนได้ออกมาเรียกร้องให้คลี่คลายสถานการณ์โดยสันติ แต่ปฏิเสธที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรกับเมียนมา

มาห์บูบานี มองว่ากระบวนการทางการทูตในเบื้องหลังอาจสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ได้มากกว่านี้

“มันเป็นวิธีหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และว่ากันจริง ๆ คุณต้องยอมรับว่ามันทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้สงบมา 30-40 ปีแล้ว หาวิธีทางการทูต พูดคุยกัน เปลี่ยนใจกันและกัน”

อย่างไรก็ดี ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย บอกว่า ความไม่เต็มใจจะลงมือนี้เป็นเพราะเห็นประโยชน์ส่วนตัว

“จะไม่เกิดอะไรขึ้นเลย หากปล่อยให้เรื่องอยู่ในมือของอาเซียน”

“และมันน่าตลกมากที่มีความคิดว่าพวกเขา[อาเซียน]จะเป็นส่วนหนึ่งของทางออก”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ รัฐประหารเมียนมา : มาตรการคว่ำบาตรจะจัดการกับกองทัพเมียนมาได้แค่ไหน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง