พลัดพรากจากครอบครัว 40 ปีในสงครามอัปยศ สาวอาร์เจนพบญาติสายเลือดเดียวกันในที่สุด

A woman named Adriana / REUTERS/Bernardino Avila

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. บีบีซีรายงานเรื่องราวของหญิงสาวในอาร์เจนตินาที่ต้องแยกทางจากครอบครัวเมื่อ 40 ปีที่แล้วได้รับโอกาสกลับมาพบญาติอีกครั้ง หลังจากกลุ่มคุณยายแห่งพลาซา เดอ มาโย จัดแคมเปญค้นหาญาติที่หายไปจากสงครามกวาดล้างฝ่ายซ้าย

หญิงสาวขอเปิดเผยชื่อเพียงชื่อต้นว่า เอเดรียนา วัย 40 ปี เป็นบุคคลสูญหายระหว่างช่วงปี 2519-2526 ขณะกองทัพอาร์เจนตินกวาดล้างกลุ่มนิยมซ้าย ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ปัญญาชน หรือสหภาพแรงงาน ในประเทศ หรือที่รู้จักกันว่า เดอร์ตี้ วอร์ หรือ สงครามอัปยศ ส่งผลให้มีผู้คนมากมายต้องเสียชีวิตและพลัดพรากจากครอบครัว

ขอบคุณประธานองค์กรสิทธิมนุษยชน REUTERS/Bernardino Avila

เอเดรียนากล่าวว่าตนได้ไปหากลุ่มคุณยาย แห่งพลาซ่า เดอ มาโย เพื่อสืบค้นว่าตนเป็นลูกของคนที่หายตัวไประหว่างการกวาดล้างหรือไม่ หลังจากคนที่เลี้ยงดูเธอตายจากไป ก็มีคนมาบอกกับว่าตนนั้นไม่ใช่ลูกทางสายเลือดของคู่สามี ภรรยาผู้ล่วงลับที่เลี้ยงดูเธอมา

ในงานแถลงข่าวที่น่าตื้นตันของอะเดรียนา  /ภาพ Reuters

ทางกลุ่มคุณยายให้เอเดรียนาตรวจดีเอ็นเอ และใช้เวลาถึง 4 เดือนกว่าจะพบว่า ดีเอ็นเอตรงกับญาติ หรือครอบครัวที่สูญหายหรือถูกฆ่าโดยกองทัพอาร์เจนตินา

เอเดรียนาเป็นลูกของน.ส.วิโอเลตา ออร์โตลานี และนายเอ็ดการ์โด การ์นิแอร์ พบรักกันระหว่างเรียนระดับมหาวิทยาลัยที่เมืองลา ปลาตา และเป็นนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายที่ถูกกทหารจับตัวไป ในปี 2519  ฝ่ายหญิงถูกทหารควบคุมตัวไว้ระหว่างที่กำลังตั้งท้องได้ 8 เดือน ส่วนฝ่ายชายถูกทหารจับไปในอีกหนึ่งปีให้หลัง


ภาพของทหารที่กำลังจับตัวผู้ที่เชื่อว่าเป็นขบวนการฝ่ายซ้ายในอาร์เจนติน่า/ ภาพ Opensocietyfoundations.org

ทั้งพ่อและแม่ของหญิงสาวอยู่ในจำนวนเหยื่อกว่า 30,000 คนที่ถูกทางทหารอุ้มหายไประหว่างสงครามอัปยศ

คุณย่าของเอเดรียนาไม่เคยหยุดสืบหาว่าหลานอยู่ที่ใด จนกระทั่งได้รวมกลุ่มกับผู้ที่ต้องสูญเสียครอบครัวในเวลานั้นกับการจัดตั้งกลุ่มคุณยาย แห่ง พลาซา เดอ มาโย อีกทั้งคุณย่าของอะเดรียนายังเป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มอีกด้วย

แม่คุณย่าจะไม่ได้มาร่วมงานแถลงข่าวด้วย แต่เอเดรียนากล่าวว่า พูดคุยกับย่าแล้วทางโทรศัพท์

“ย่าเป็นคนที่สวยทั้งภายในและภายนอก” หญิงสาวกล่าว พร้อมพูดให้ความหวังกับเหยื่อคนอื่นๆ ว่า “ความรักมักแข็งแกร่งกว่าความเกลียดชังเสมอ”