โลกร้อน : การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทำโลกมีวันที่อุณหภูมิร้อนจัดมากขึ้น 2 เท่า

15 ก.ย. 2564 - 11:55 น.

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วโลกของบีบีซีพบว่า โลกมีวันที่เผชิญกับอากาศร้อนทะลุ 50 องศาเซลเซียสในแต่ละปีเพิ่มขึ้น 2 เท่า นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

แนวโน้มนี้ยังเกิดขึ้นแพร่หลายมากขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก ส่งผลให้เกิดความท้าทายอย่างไม่เคยมีมาก่อนต่อมนุษยชาติทั้งในด้านสุขภาพ และการใช้ชีวิตของเรา

ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่า จำนวนวันทั้งหมดที่มีอุณหภูมิเกิน 50 องศาเซลเซียส ได้เพิ่มขึ้นทุก 10 ปี ระหว่างปี 1980 – 2009 โดยมีวันที่อากาศร้อนรุนแรงเช่นนี้ปีละประมาณ 14 วัน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาเป็น 26 วัน ระหว่างปี 2010 – 2019

Image of a man trying to cool off in front of a fan
BBC

ในช่วงเดียวกันนี้ วันที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 45 องศาเซลเซียสขึ้นไปก็เกิดเพิ่มขึ้นอีกโดยเฉลี่ยปีละ 2 สัปดาห์

ดร.ฟรีเดอริก ออตโต รองผู้อำนวยการสถาบันการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ระบุว่า “จำนวนที่เพิ่มสูงขึ้น พูดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า เป็นผลมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล”

Click here to see the BBC interactive

ในขณะที่ทั่วโลกมีอากาศอุ่นขึ้น อุณหภูมิสุดขั้วก็มีแนวโน้มจะเกิดบ่อยขึ้น

สภาพอากาศร้อนรุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์และธรรมชาติ รวมทั้งสร้างปัญหาใหญ่หลวงให้กับอาคารสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ถนนหนทาง และระบบไฟฟ้า

อากาศที่ร้อนเกิน 50 องศาเซลเซียสมักเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางและภูมิภาคในอ่าวเปอร์เซีย

โดยหลังจากหลายพื้นที่มีอุณหภูมิสูงทุบสถิติช่วงฤดูร้อนปีนี้ คือ 48.8 องศาเซลเซียสในอิตาลี และ 49.6 องศาเซลเซียสในแคนดา บรรดานักวิทยาศาสตร์ได้เตือนว่าวันที่อุณหภูมิเกิน 50 องศาเซลเซียสจะเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นด้วย หากเรายังไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

ดร.ซีฮาน หลี่ นักวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า “เราจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ยิ่งเราลดการปล่อยก๊าซได้เร็วขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อเรามากขึ้นเท่านั้น”

ดร. หลี่ เตือนว่า หากยังมีการปล่อยก๊าซต่อไปโดยไม่ดำเนินการใด ๆ อากาศสุดขั้วเช่นนี้ไม่เพียงจะทวีความรุนแรงขึ้นและเกิดบ่อยขึ้น แต่การจัดการเหตุฉุกเฉินและการฟื้นฟูความเสียหายจากปัญหานี้จะยิ่งยากขึ้นด้วย

อุณหภูมิร้อนที่สุดของโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น
BBC

ผลการวิเคราะห์ของบีบีซียังพบด้วยว่า ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา อุณหภูมิสูงสุดยังเพิ่มขึ้น 0.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยระยะยาวระหว่างปี 1980 – 2009

แต่แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกันทั่วโลก โดยในภูมิภาคยุโรปตะวันออก, แอฟริกาตอนใต้ และบราซิล มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นกว่า 1 องศาเซลเซียส ขณะที่ภูมิภาคอาร์กติกในแถบขั้วโลกเหนือ และตะวันออกกลางมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นกว่า 2 องศาเซลเซียส

ผลกระทบจากอากาศร้อนสุดขั้ว

การวิเคราะห์ของบีบีซีที่นำเสนอผ่านสารคดีชุด Life at 50C หรือ “ชีวิตที่ 50 องศาเซลเซียส” ได้สำรวจว่าอากาศร้อนรุนแรงจะส่งผลต่อคนทั่วโลกอย่างไร

การวิเคราะห์พบว่า แม้อุณหภูมิต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส แต่สภาพอากาศร้อนและความชื้นอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

อากาศร้อนรุนแรงส่งผลต่อร่างกายอย่างไร
BBC

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส ในสหรัฐฯ ที่ตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า หากภาวะโลกร้อนในระดับที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป ก็จะทำให้ภายในปี 2100 ประชากรโลกราว 1,200 ล้านคนอาจเผชิญกับภาวะเครียดจากความร้อน (heat stress) ซึ่งหมายถึงภาวะที่ร่างกายเผชิญความร้อนรุนแรงจนระบบการควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายล้มเหลว ซึ่งตัวเลขประมาณการนี้สูงกว่า 4 เท่าจากจำนวนผู้ได้รับผลกระทบในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ชาวโลกยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เพราะสภาพอากาศร้อนสุดขั้วทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดภัยแล้งและไฟป่าได้บ่อยขึ้น ซึ่งแม้จะมีปัจจัยอื่น ๆ ด้วย แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หลายพื้นที่แปรสภาพเป็นทะเลทราย

Photo of Sheikh Kazem Al Kaabi at home in central Iraq
BBC

เชก คาซีม อัล คาบี เกษตกรผู้ปลูกข้าวสาลีในหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางภาคกลางของอิรัก เล่าว่าครั้งหนึ่ง ผืนดินรอบตัวเขาและเพื่อนบ้านเคยอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่มันค่อย ๆ กลายสภาพเป็นพื้นที่แห้งแล้งและเพาะปลูกอะไรไม่ขึ้นอีกต่อไป

“ที่ดินทั้งหมดนี้เคยเขียวขจี แต่มันหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้มันกลายเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้ง”

ปัญหาดังกล่าวทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านของเขาพากันย้ายออกไปหางานทำในจังหวัดอื่นกันเกือบหมด

“ผมเสียพี่น้อง เพื่อนสนิท และเพื่อนบ้านที่ดีไป พวกเขาเคยแบ่งปันสิ่งต่าง ๆ กับผม รวมทั้งเสียงหัวเราะ ตอนนี้ไม่มีใครแบ่งปันอะไรกับผม ผมได้แต่เผชิญกับที่ดินอันว่างเปล่า” เกษตรกรผู้นี้กล่าว

อ่านเพิ่มเติมเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
BBC
More on Climate Change bottom strapline
BBC

ถาม-ตอบ วิธีการวิจัย

พื้นที่ที่ฉันอยู่ ก็มีอุณหภูมิสูงถึง 50 องศา แต่ทำไม่จึงไม่ปรากฏในรายงานนี้

รายงานการเก็บข้อมูลของอุณหภูมิมักมาจากการตรวจวัดที่ได้จากสถานีตรวจวัดสภาพอากาศเพียงแห่งเดียว แต่ข้อมูลที่บีบีซีทำการศึกษานี้ครอบคลุมพื้นที่ที่ใหญ่กว่า เมื่อเทียบกับรายงานโดยสถานีตรวจวัดสภาพอากาศเพียงแห่งเดียว ยกตัวอย่าง เช่น อุทยานแห่งชาติ “หุบเขามรณะ” (Death Valley) ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐฯ คือหนึ่งในสถานที่ร้อนที่สุดในโลก โดยอุณหภูมิบางจุดในอุทยานมักสูงทะลุ 50 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน แต่การวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิสูงสุดของพื้นที่โดยรวมที่ใหญ่กว่า โดยใช้แหล่งข้อมูลหลายแหล่ง ตัวเลขดังกล่าวจะต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส

ข้อมูลมาจากไหน

บีบีซีใช้อุณหภูมิสูงสุดรายวันจากชุดข้อมูลโลก ERA5 ที่มีความละเอียดสูง ซึ่งจัดทำโดย Copernicus Climate Change Service ของสหภาพยุโรป ซึ่งชุดข้อมูลนี้มักถูกใช้ในการศึกษาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ERA5 จะรวบรวมการตรวจสภาพอากาศจริงจากหลายแหล่ง เช่น สถานีตรวจวัดสภาพอากาศ และข้อมูลจากดาวเทียม ประกอบกับข้อมูลจากแบบจำลองการพยากรณ์อากาศที่ทันสมัย

กระบวนการนี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างที่เกิดจากการตรวจวัดสภาพอากาศของสถานีที่ไม่ดีในหลายพื้นที่ของโลก และช่วยให้เราเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

เราวิเคราะห์อะไรบ้าง

การวิเคราะห์นี้ใช้ข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดของทุกวันตั้งแต่ปี 1980 – 2020 แล้วหาว่ามีวันที่อุณหภูมิร้อนเกิน 50 องศาเซลเซียสบ่อยเพียงใด

จากนั้น ทีมงานได้นับจำนวนวันและตำแหน่งที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 50 องศาเซลเซียสในแต่ละปี เพื่อให้ทราบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลานี้

นอกจากนี้ เรายังดูการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิสูงสุด โดยการหาความแตกต่างระหว่างระหว่างอุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ยบนพื้นดินและในทะเลในช่วงทศวรรษหลังสุด (ปี 2010 – 2019) แล้วเปรียบเทียบกับช่วง 30 ปีก่อนหน้านั้น เพื่อให้ทราบถึงความแตกต่างของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันกับสภาพภูมิอากาศโดยเฉลี่ยในอดีต

“ตำแหน่ง” หมายถึงอะไร

ตำแหน่ง (location) ในที่นี้หมายถึงพื้นที่ในโลกที่มีเนื้อที่ประมาณ 25 ตารางกิโลเมตร

ข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศมักนำเสนอในตารางสี่เหลี่ยมแทนพื้นที่ขนาดใหญ่ ตารางเหล่านี้อาจครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีภูมิประเทศแบบต่าง ๆ ตารางในชุดข้อมูลนี้อยู่ที่ละติจูด 0.25 องศา ลองจิจูด 0.25 องศา

เครดิต

วิธีการวิจัยนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ซีฮาน หลี่ จากคณะภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และ ดร.เซเก เฮาส์ฟาเธอร์ จากองค์กร Berkeley Earth and Carbon Brief และได้รับการประเมินจากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะปานกลางแห่งยุโรป (European Centre for Medium-Range Weather Forecasts หรือ ECMWF)

ขอขอบคุณ ศาสตราจารย์ เอ็ด ฮอว์กิงส์ จากมหาวิทยาลัยเรดดิง รวมทั้งศาสตราจารย์ ริชาร์ด เบตส์ และ ดร. จอห์น ซีซาร์ จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหราชอาณาจักร

การวิเคราะห์ข้อมูลและรายงานข่าวโดย นาสโซส สตีลิอานู และ เบคกี เดล ออกแบบโดย พรินา ชาห์, ซานา จาเซมี และจอย โรฮาส พัฒนาโดย คาทริโอนา มอร์ริสัน, เบคกี รัช และสกอตต์ จาร์วิส วิศวกรรมข้อมูลโดย อาลิสัน เบนจามิน กรณีศึกษาโดย นามัก คอชนาว วิจัยเพิ่มเติมโดย สเตฟานี สตาฟฟอร์ด สัมภาษณ์ ดร.ฟรีเดอริก ออตโต โดยโมนิกา การ์นซีย์

ภาพประกอบรูปแถบสภาพภูมิอากาศโดย ศาสตราจารย์ เอ็ด ฮอว์กิงส์ จากมหาวิทยาลัยเรดดิง

……………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โลกร้อน : การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทำโลกมีวันที่อุณหภูมิร้อนจัดมากขึ้น 2 เท่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง