เทปบันทึกเสียงเผยอารมณ์คลั่งของ “จอมเผด็จการ” ในห้วงสุดท้ายของอำนาจ

15 ม.ค. 2565 - 19:38 น.

ห้วงเวลาสุดท้ายซึ่งชี้ให้เห็นการสั่นคลอนของอำนาจอันนำไปสู่การสิ้นสุดการปกครองแบบเผด็จการยาวนาน 23 ปี และจุดประกายกระแสเรียกร้องประชาธิปไตยในโลกอาหรับ หรืออาหรับสปริง บีบีซีได้รับเทปบันทึกเสียงชิ้นพิเศษซึ่งเชื่อว่าเป็นเสียงบทสนทนาทางโทรศัพท์ของนายซีเน อัล อาบีดีน เบน อาลี อดีตประธานาธิบดีตูนิเซีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอดีตเผด็จการคนหนึ่งในตะวันออกกลาง เทปบันทึกเสียงนี้บันทึกไว้ในช่วงที่เขาเดินทางออกจากประเทศ เมื่อปี 2011

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

BBC

Short presentational grey line
BBC

BBC News Arabic Documentaries ซึ่งได้รับเทปบันทึกเสียงดังกล่าว ได้นำส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านแถบบันทึกเสียงพิสูจน์วิเคราะห์และไม่พบหลักฐานว่ามีการดัดแปลงแก้ไขใด ๆ

นายเบน อาลี เสียชีวิตลงในปี 2019 แต่บีบีซีได้เปิดเทปนี้ให้ผู้ที่รู้จักบุคคลที่เกี่ยวข้องในเทปนี้ และพวกเขาเชื่อว่า เสียงในเทปเป็นของจริง นอกเหนือไปจากการยืนยันด้วยว่า เทปที่บีบีซีได้รับเป็นของจริง อย่างไรก็ดี ผู้ที่เกี่ยวข้องบางคนไม่ยอมรับว่าเป็นความจริง

หากว่าเป็นของจริง เทปบันทึกเสียงนี้ได้เปิดเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของนายเบน อาลี ในช่วง 48 ชั่วโมงสุดท้ายที่อยู่ในอำนาจ ซึ่งเขาเริ่มค่อย ๆ รับรู้ผลพวงของการประท้วงเรียกร้องหลายต่อหลายครั้งที่สั่นสะเทือนระบอบปกครองที่ประชาชนต้องอยู่อย่างหวาดกลัวภายใต้อำนาจรัฐ

เทปบันทึกเสียง (ซึ่งได้คัดลอกบางส่วนมาไว้ด้านล่างบทความนี้) เริ่มขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 13 ม.ค. 2011 ครั้งแรกเป็นการโทรไปหาคนสนิทที่ไว้ใจได้ เชื่อว่าเป็นนายทารัก เบน อัมมาร์ เจ้าพ่อวงการสื่อผู้ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้กันว่าเป็นคนโน้มน้าวให้จอร์จ ลูคัส ผู้กำกับภาพยนตร์ ไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องสตาร์ วอร์ส ภาคแรกในตูนิเซีย ช่วงก่อนหน้านั้นของวันเดียวกัน นายเบน อาลี ได้กล่าวปราศรัยต่อประชาชนทางโทรทัศน์ เพื่อสกัดไม่ให้การชุมนุมประท้วงขยายวงกว้าง

ความไม่พอใจอันมีเหตุผลมาจากความยากลำบากในทางเศรษฐกิจ การตกอยู่ใต้การปกครองแบบเผด็จการนานหลายทศวรรษ และการคอร์รัปชัน ปะทุขึ้นมาหลายสัปดาห์ก่อนหน้านั้น หลังจากนายโมฮัมเหม็ด บัวอาซิซี พ่อค้าขายของ จุดไฟเผาตัวเอง ตอนที่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้ขายของในเมืองซิดี บัวซิด จนกระทั่งวันที่ 13 ม.ค. มีคนราว 100 คน ต้องเสียชีวิตในการชุมนุมประท้วงซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้งบนถนนหลายสายในเมืองหลวงของตูนิเซีย

แต่นายเบน อาลี ดูจะวางใจเมื่อนายเบน อัมมาร์ ป้อยอเขา

“ท่านสุดยอดจริง ๆ นี่คือเบน อาลี ที่เรารอคอย!” นายเบน อัมมาร์ พูดในเทป

แต่นายเบน อาลี ได้กล่าวตำหนิตัวเองว่า คำปราศรัยของเขาฟังดูไม่รื่น แต่คนใกล้ชิดคนนี้ก็ยังพูดให้เขาคลายกังวล

“ไม่เลยครับ…มันคือการกลับมาครั้งประวัติศาสตร์ ท่านคือคนของประชาชน ท่านพูดภาษาเดียวกับพวกเขา” คนสนิทของเขากล่าว

BBC เบน อัมมาร์ : “โลกเข้าข้างท่านผู้นำ”

นายเบน อาลี หัวเราะด้วยน้ำเสียงราวกับโล่งใจ แต่คำปราศรัยที่พูดกับชาวตูนิเซียนั้นยังไม่เพียงพอ

ในวันรุ่งขึ้น การชุมนุมประท้วงยิ่งเข้มข้นขึ้น และมีการขู่ว่าจะบุกกระทรวงมหาดไทย ในตอนนั้นมีการจัดการให้ครอบครัวของนายเบน อาลี ขึ้นเครื่องบินเดินทางออกนอกประเทศไปยังซาอุดีอาระเบียเพื่อความปลอดภัย จากนั้นนายเบน อาลี เองก็ถูกโน้มน้าวให้เดินทางไปพร้อมครอบครัวด้วย ตามคำพูดของเขาเอง

รายละเอียดและเวลาที่เกิดขึ้นในเทปต่อไปนี้เป็นช่วงที่นายเบน อาลี อยู่บนเครื่องบิน

เป็นเสียงของเขาที่โทรศัพท์ไปหาคน 3 คน และแสดงถึงการที่เขาระงับอารมณ์ไม่ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าคนที่เขาโทรไปหาคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการกองทัพ และนายคาเมล เอลทาอีฟ คนสนิทอีกคนหนึ่ง

บทสนทนาเริ่มต้นด้วยการที่นายเบน อาลี ถามคำถามใครบางคนซึ่งเราเข้าใจว่าเป็นนายริดฮา กริรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับสถานการณ์ในตูนิเซียขณะนั้น นายกริรา แจ้งให้เขาทราบว่า มีการแต่งตั้งรักษาการประธานาธิบดีแล้ว นายเบน อาลี ขอให้นายกริรา พูดเรื่องนี้ซ้ำถึงสามครั้ง ก่อนที่จะตอบกลับไปว่า เขาจะเดินทางกลับประเทศ “ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า”

จากนั้นเขาก็โทรศัพท์ไปหาชายคนหนึ่งซึ่งบีบีซีเชื่อว่า เป็นคนสนิทที่ชื่อนายคาเมล เอลทาอีฟ นายเบน อาลี บอกกับนายเอลทาอีฟว่า รัฐมนตรีกลาโหม บอกเขาว่า คุมสถานการณ์ทุกอย่างไว้ได้

BBC เบน อาลี : “คุณแนะนำให้ผมกลับไปตอนนี้ไหม?”

แต่นายเอลทาอีฟ พูดกับเขาตามตรง แก้ไขสิ่งที่เขาทึกทักไปเอง

“ไม่ ไม่ ไม่เลย สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และแค่กองทัพก็ไม่พอแล้ว” คนสนิทบอก

นายเบน อาลี ขัดขึ้นมาว่า “คุณแนะนำให้ผมกลับมาตอนนี้รึเปล่า” เขาต้องถามคำถามนี้อีกถึงสามครั้งก่อนที่นายเอลทาอีฟจะมีคำตอบให้

“สถานการณ์ไม่ค่อยจะดีครับ” นายเอลทาอีฟ บอกเขาไปในที่สุด

จากนั้นนายเบน อาลี ได้โทรศัพท์ไปหาคนที่เราเชื่อว่า คือพลเอกราชิด อัมมาร์ ผู้บัญชาการกองทัพ พลเอกอัมมาร์ดูจะจำเสียงทางปลายสายไม่ได้ “ผมคือประธานาธิบดี” นายเบน อาลี ต้องบอกเขา


พลเอกอัมมาร์ บอกให้เขาวางใจว่า “ทุกอย่างโอเค” อีกครั้งที่นายเบน อาลี ถามคำถามเดิมที่เขาถามนายเอลทาอีฟ ว่าเขาควรกลับไปตูนิเซียไหม พลเอกราชิด บอกเขาว่า จะเป็นการดีกว่าถ้าเขาจะ “รอสักระยะ”

“เมื่อไหร่ที่เราเห็นว่า ท่านสามารถกลับมาได้ เราจะแจ้งให้ทราบครับท่านประธานาธิบดี” พลเอกอัมมาร์บอกนายเบน อาลี

จากนั้นเขาก็โทรไปหารัฐมนตรีกลาโหมอีกครั้ง และถามอีกว่า เขาควรกลับบ้านไหม และครั้งนี้นายกริรา พูดอย่างตรงไปตรงมามากกว่าเดิม เขาบอกนายเบน อาลี ว่า เขา “ไม่สามารถรับรองความปลอดภัยได้” หากนายเบน อาลี จะกลับมา

หลังเที่ยงคืนเพียงเล็กน้อย เครื่องบินของประธานาธิบดีเบน อาลี ก็ลงจอดที่นครเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย เขาสั่งให้นักบินเตรียมพร้อมหากเขาจะเดินทางกลับ จากนั้นก็มีการพาตัวเขาและครอบครัวไปยัง King Faisal Palace Guest House แต่นักบินขัดคำสั่งเขา และนำเครื่องบินกลับตูนิเซีย

เช้าวันรุ่งขึ้น ในซาอุดีอาระเบียบ นายเบน อาลี โทรศัพท์ไปหารัฐมนตรีกลาโหมอีกครั้ง นายกริรา ยอมรับว่า คณะผู้บริหารของเขาไม่สามารถคุมสถานการณ์ได้อีกต่อไปแล้ว เขาบอกนายเบน อาลี ว่า มีการพูดถึงการก่อรัฐประหาร แต่นายเบน อาลี ไม่รับฟัง และบอกว่า เป็นการกระทำของ “กลุ่มนักรบอิสลาม” ก่อนจะพูดเรื่องจะกลับไปตูนิเซียอีก

BBC กริรา : “เราไม่อาจรับรองความปลอดภัยให้ท่านได้”

มาถึงจุดนี้นายกริรา ดูจะพยายามอธิบายให้นายของเขาเข้าใจว่า “บนท้องถนนนั้นมีแต่ความแค้นเคืองอย่างที่ผมเองก็อธิบายไม่ได้” นายกริรา กล่าว ดูเหมือนเขาพยายามจะพูดกับประธานาธิบดีให้ชัด โดยกล่าวว่า “เพื่อที่ว่าท่านจะได้พูดไม่ได้ว่าผมชี้นำท่าน และเป็นการตัดสินใจของท่านเอง”

นายเบน อาลี พยายามพูดปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง “ผมทำอะไรกับคนบนท้องถนน ผมรับใช้พวกเขา” นายกริรา ตอบกลับว่า “ผมเล่าสถานการณ์ให้ท่านฟัง ไม่ใช่คำอธิบาย”


Getty Images มายา เจอริดี เลขานุการของกลุ่มประชาธิปไตยหัวก้าวหน้า ซึ่งร่วมการประท้วงในกรุงตูนิส เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2011

  • วันที่ 17 ธ.ค.2021 พ่อค้าหนุ่มในตูนิเซียจุดไฟเผาตัวเองหลังจากถูกห้ามขายของ
  • การกระทำของชายผู้นี้ซึ่งเสียชีวิตในภายหลัง ก่อให้เกิดการชุมนุมประท้วง มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์รุนแรงกว่า 100 คน
  • ประธานาธิบดี เบน อาลี กล่าวปราศรัยต่อประชาชนในวันที่ 13 ม.ค. รับปากว่า จะจัดการปัญหาราคาอาหารที่แพงขึ้น
  • ค่ำวันนั้น นายเบน อาลี ขึ้นเครื่องบินเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบียบพร้อมครอบครัว

เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็มีการตั้งรัฐบาลใหม่ในตูนิเซีย โดยมีรัฐมนตรีหลายคนจากรัฐบาลเดิม รวมทั้งนายกริราด้วยที่ยังดำรงตำแหน่งเดิม นายเบน อาลี ไม่เคยเดินทางกลับไปบ้านเกิดอีกเลย และอยู่ในซาอุดีอาระเบียบจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 2019

นายริดฮา กริรา และผู้บัญชาการกองทัพราชิด อัมมาร์ ปฏิเสธไม่แสดงความเห็นเรื่องเทปบันทึกเสียงที่บีบีซีสอบถามไป ส่วนนายคาเมล เอลทาอีฟ และนายทารัก เบน อัมมาร์ คนสนิทของนายเบน อาลี ปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการพูดคุยทางโทรศัพท์เกิดขึ้น และนายเบน อัมมาร์ บอกด้วยว่า เขาไม่ได้พยายามโน้มน้าวให้ประธานาธิบดีวางใจในเรื่องการดำรงตำแหน่งของเขา

บีบีซีใช้เวลากว่าหนึ่งปี ค้นคว้าพิสูจน์ว่า เทปนี้เป็นของจริง และได้มีการวิเคราะห์หลายครั้งหลายคราโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์หลักฐานแถบบันทึกเสียงทั้งในสหราชอาณาจักรและในสหรัฐฯ เพื่อตรวจสอบว่า มีการดัดแปลงหรือแก้ไข หรือ “ดีปเฟก” ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีตัดต่อเลียนแบบเสียง แต่ก็ไม่พบว่า มีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น

บีบีซียังได้พยายามหาทางยืนยันตัวตนของบุคคลที่โทรศัพท์ ด้วยการเปิดเสียงบันทึกเทปให้บุคคลหลายคนที่รู้จักเจ้าของเสียงพูดที่ได้ยินนั้นอย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งคนที่บีบีซีพูดคุยด้วยนั้นรวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสูงสุดสามคนของนายเบน อาลี แกนนำพรรคการเมืองของเขาหลายคน และแม้แต่คนที่เลียนเสียงประธานาธิบดี

สิ่งที่ทำมาข้างต้นช่วยชี้ได้ว่า ใครคือคนที่พูดโทรศัพท์ โดยไม่มีความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของเทปนี้ หลักฐานอื่น ๆ ยังรวมถึงการยืนยันภูมิหลังของการโทรศัพท์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งแถลงการณ์ก่อนหน้านั้นของรัฐมนตรีกลาโหมกริรา และผู้บัญชาการกองทัพอัมมาร์ ที่ระบุว่า ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีขณะอยู่บนเครื่องบิน และความทรงจำของพลเอกอัมมาร์ก็ตรงกับเนื้อหาของบทสนทนาทางโทรศัพท์มาก

เทปบันทึกเสียงนี้ชี้ให้เห็นว่า จอมเผด็จการคนหนึ่งที่ปกครองประเทศที่ตกอยู่ใต้การกดขี่และควบคุมตรวจตราให้เกิดความหวาดกลัวมานานถึง 23 ปี ต้องตกอยู่ในความสับสน และต้องขอคำแนะนำจากรัฐมนตรีในช่วงสุดท้ายของอำนาจ

ในปี 2011 ระหว่างที่ลี้ภัยอยู่ในซาอุดีอาระเบีย นายเบน อาลี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจากการที่มีผู้ชุมนุมหลายคนต้องเสียชีวิตในระหว่างการชุมนุมประท้วงเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง เขาไม่ได้ไปปรากฏตัวในศาลในวันที่มีคำพิพากษา

…………………………………….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เทปบันทึกเสียงเผยอารมณ์คลั่งของ “จอมเผด็จการ” ในห้วงสุดท้ายของอำนาจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง