โลกผวาซ้ำ! จีนประกาศคว่ำความร่วมมือสหรัฐฯ เซ่นปมไต้หวัน ยูเอ็นวอนสองฝ่ายคุยกันเห็นแก่ชาวโลก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ตึงเครียดที่เกาะไต้หวันครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี หลังจีนเปิดปฏิบัติการซ้อมรบรอบเกาะครั้งใหญ่ที่สุดเพื่อตอบโต้การเยือนไต้หวันของนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาคองเกรส ว่าทางการจีนถอนตัวจากการเจรจาความร่วมมือหลายด้านกับสหรัฐอเมริกา

อาทิ การแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงหรือโลกร้อนและความร่วมมือด้านความมั่นคงทำให้ทั้งสองชาติขาดกลไกการสื่อสารเพื่อแก้ไขปัญหากรณีเกิดความขัดแย้งด้านกำลังรบ ส่งผลให้สหประชาชาติหรือยูเอ็นเรียกร้องให้ทุกฝ่ายดำเนินการเพื่อลดทอนความตึงเครียดทันที

ภาพจาก AP

แนวโน้มสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวยังสร้างความหวาดผวาให้กับนักวิเคราะห์ว่ากำลังส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างทางการสหรัฐฯกับจีนที่กระท่อนกระแท่นอยู่แล้วอยู่ในสภาพดิ่งเหว และการขาดกลไกการสื่อสารทั้งสองฝ่ายทำให้เกิดความเสี่ยงมหาศาลที่ความขัดแย้งอาจลุกลามบานปลายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวประณามการตอบโต้ของทางการจีนว่าขาดความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการระงับความร่วมมือการแก้ไขโลกร้อนกับสหรัฐฯ ถือเป็นการลงโทษประชาคมโลกทั้งหมด เพราะจีนเป็นชาติที่กำลังปลดปล่อยก๊าซก่อโลกร้อนมากที่สุด

ภาพจาก AP

แถลงการณ์ของสำนักกิจการ (เทียบเท่ากระทรวง) กลาโหมไต้หวัน ระบุว่า ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกองทัพจีนอย่างต่อเนื่องและเชื่อว่าลักษณะการซ้อมรบที่กำลังเกิดขึ้นนั้นเป็นการจำลองภารกิจโจมตีเกาะไต้หวัน โดยเฉพาะกองเรือและฝูงบินของจีนในช่องแคบไต้หวัน บางส่วนนั้นล่วงล้ำเส้นกึ่งกลางช่องแคบเข้ามาด้วย แต่ทางการจีนไม่เคยยอมรับเส้นกึ่งกลางนี้

ขณะที่กองบัญชาการกองทัพจีนภาคพื้นตะวันออกเผยแพร่ภาพชุดเป็นชายฝั่งและภูเขาของไต้หวันซึ่งถ่ายจากเรือและฝูงบินรบของจีน พร้อมประกาศจะเปิดปฏิบัติการซ้อมรบเพิ่มเติมอีกบริเวณส่วนใต้ของทะเลเหลืองระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ถึง 15 ส.ค.นี้ ส่วนสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนเผยแพร่รายงานภาพที่อ้างว่าขีปนาวุธของจีนนั้นพุ่งข้ามน่านฟ้าของไต้หวันไประหว่างการซ้อมรบ

นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวเรียกร้องให้สหรัฐฯกับจีนหันมาร่วมมือกันเพื่อประชาคมโลก เนื่องจากไม่มีหนทางอื่นใดที่จะสามารถแก้ปัญหาระดับโลกได้หากชาติมหาอำนาจที่ใหญ่ที่สุดของโลกสองชาติไม่ร่วมมือกัน โดยนักวิเคราะห์แสดงความกังวลว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯกับจีนล่าสุดอาจยืดเยื้อแล้วกินเวลานานหลายสิบปี

นายบอนนี เกลเซอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษาจากมูลนิธิเยอรมัน มาร์แชล ฟันด์ ระบุว่า เดิมความสัมพันธ์ของทั้งสองชาตินั้นอยู่ในระดับย่ำแย่อยู่แล้ว การตัดกลไกการสื่อสารระหว่างกองทัพและการซ้อมรบของจีนนั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะประชาคมโลกไม่มีทางทราบอีกต่อไปว่าจีนจะดำเนินการแบบใดต่อไปอีก และความขัดแย้งรุนแรงนี้จะเกิดขึ้นอีกนานเพียงใด

ส่วนนายจอห์น คัลเวอร์ อดีตนักวิเคราะห์ของสำนักงานข่างกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอภาคพื้นเอเชีย มองว่า ความขัดแย้งรุนแรงดังกล่าวจะกลายเป็นภาวะปกติใหม่หรือนิวนอร์มัล โดยจีนนั้นต้องการแสดงให้ทุกฝ่ายตระหนักว่าการเยือนไต้หวันของนางเปโลซีถือเป็นการล้ำเส้นจีน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน