สหรัฐทุ่มสร้างเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง “ลูกคองคอร์ด” จากลอนดอนถึงนิวยอร์กเพียง 3 ช.ม.

วันที่ 13 ก.พ. เดลี่เมล์ รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อนุมัติเงินสนับสนุนโครงการทดลองเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ในงบประมาณประจำปี 2562 เพื่อผลักดันเครื่องบินโดยสารพาณิชย์ที่เดินทางได้เร็วกว่าเสียง สื่อมวลชนตั้งฉายาว่า “ลูกของคองคอร์ด” เครื่องบินโดยสารซูเปอร์โซนิกที่ยุติการใช้งานไปในปี 2546

คำแถลงของบประมาณระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า X-plane หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ระบบขนส่งความเร็วเหนือเสียงแบบเงียบ (Quiet Supersonic Transport: QueSST) มีแผนจะทดสอบการบินครั้งแรกในปี 2564 และจะเปิดตลาดใหม่ให้กับบริษัทในสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างเครื่องบินโดยสารที่มีความเร็วมากกว่า สร้างงาน และลดการใช้เวลาการบินทั่วประเทศเหลือครึ่งหนึ่ง

 

เครื่องบิน X-plane เป็นแบบจำลองแรกของโครงการ Low Boom Flight Demonstration (LBFD) ของนาซา และได้ร่วมมือกับ Lockheed Martin บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินและเทคโนโลยีทางทหารในการพัฒนาเครื่องบินดังกล่าว

วัตถุประสงค์คือการพัฒนาเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงที่ส่งเสียงออกมาในช่วงระหว่าง 60 ถึง 65 เดซิเบลเอ ซึ่งเทียบเท่ากับเสียงเครื่องยนต์ของรถหรูที่วิ่งบนทางด่วนเท่านั้น โดยเมื่อปีที่แล้ว นาซาเริ่มทดสอบเครื่องบิน X-plane ในขั้นต้น ภายในอุโมงค์ลมที่ศูนย์วิจัยเกลนน์ของนาซาในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ


หลังเสร็จสิ้นการตรวจวิเคราะห์การออกแบบเบื้องต้น ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างเครื่องบิน X-plane ขนาด 1 เครื่องยนต์ในต้นปี 2561 ส่วนแผนการทดสอบเครื่องบินฉบับสมบูรณ์นั้นอาจมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในปี 2562

นาซาพยายามพัฒนาเครื่องบิน X-plane ให้ใช้เสียงน้อยกว่าเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงรุ่นอื่น เช่น คอร์นคอร์ด เครื่องบินความเร็วเหนือเสียงเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ต ที่ใช้งานในช่วงทศวรรษที่ 1970 และปลดระวางการใช้งานในปี 2546

 

ขณะที่นาซากำลังทดลองโครงการเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่ล่าสุด มีบริษัทด้านอวกาศเชิงพาณิชย์กำลังพัฒนาเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงเช่นเดียวกัน ตัวอย่าง บริษัท  Virgin Galactic and Boom Technology ยังร่วมมือเพื่อสร้างเครื่องบินเจ็ทผู้โดยสารความเร็วเหนือเสียงที่สามารถเดินทางด้วยความเร็ว 2 เท่าของเสียง หรือ 2,335 ก.ม./ชม. เปรียบเทียบก็คือ สามารถเดินทางจากกรุงลอนดอนของอังกฤษไปยังมหานครนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกาเพียง 3 ชม.