4 ปีรัฐประหาร: มวลชน “คนอยากเลือกตั้ง” vs กองกำลังฝ่ายความมั่นคง

แถวตำรวจเตรียมสำหรับการชุมนุม

Wasawat Lukharang/BBC Thai
แถวตำรวจเตรียมสำหรับการชุมนุม

“กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ประกาศยืนยันเคลื่อนขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ตามนัดหมายเวลา 09.00 น. เพื่อทวงสัญญาสามข้อจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวาระยึดอำนาจครบสี่ปี แม้ตำรวจห้ามเคลื่อนขบวนออกจาก มธ.

แม้ก่อนหน้านี้ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และนายรังสิมันต์ โรม ซึ่งเป็นสองแกนนำกลุ่มคนอย่างเลือกตั้ง กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เมื่อเวลา 02.00 น. ว่าศาลปกครองมีคำสั่งให้ “ไม่รับคำร้อง” ขอคุ้มครองชั่วคราว หลังแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน กรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) สั่งการด่วนถึงผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม ในฐานะเจ้าของพื้นที่แจ้ง “ไม่อนุญาต” ให้ชุมนุมตามที่แกนนำการชุมนุมทำหนังสือขอไว้เมื่อ 17 พ.ค. พร้อมขู่ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยนายรังสิมันต์บอกว่า “ระยะเวลาในการดำเนินการมันกระชั้นชิดมาก ก็ถือว่าเราต้องวัดใจกัน”

แต่แม้จนถึงเวลา 07.45 น. ทางแกนนำยังไม่ได้แจ้งคำสั่งศาลปกครองให้ผู้ชุมนุมรับทราบอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า เหตุผลที่ศาลไม่รับคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าผู้แจ้งการชุมนุมไม่ได้ดำเนินการอุทธรณ์ตามขั้นตอนที่กำหนดใน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ก่อนจะนำคดีมาฟ้องศาล เมื่อไม่รับฟ้องคดี จึงไม่ต้องพิจารณาคำขอคุ้มครองชั่วคราว ที่แนบมาด้วยแต่อย่างใด

ตำรวจยืนเรียงแถวประตูมธ.

Wasawat Lukharang/BBC Thai
ตำรวจยืนเรียงแถวประตูมธ.

ทางด้าน พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ประเมินกับบีบีซีไทยว่า มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมนอนค้างคืนใน มธ. ราว 100 คน แต่คาดว่าจะมีมวลชนมาเติมในช่วงเช้าหลักร้อยคน หรืออาจแยกการเดินทางแบบ “ดาวกระจาย” เพื่อไปให้ถึงทำเนียบฯ จึงได้เตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 22 กองร้อย หรือ 3,300 นาย กระจายกำลังคุมพื้นที่บริเวณรอบ โดยประจำการทำเนียบฯ 8 กองร้อย มธ. 12 กองร้อย และเตรียมพร้อมในที่ตั้งอีก 2 กองร้อย

เวลา 05.30 น. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวมอบนโยบายการปฏิบัติและปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 8 กองร้อย บริเวณประตู 5 ทำเนียบฯ และระบุว่า ผบช.น. ได้ประกาศให้ทำเนียบฯ เป็น “เขตควบคุมพิเศษ” โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ผู้ใดฝ่าฝืนเข้ามาในรัศมี 50 เมตร ถือเป็น “ความผิดซึ่งหน้า” ตำรวจบังคับใข้กฎหมายได้ทันที โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

สำหรับกองกำลังตำรวจทั้ง 8 กองร้อย จะประจำการ 4 จุดหลัก ได้แก่ สวนมิสกวัน และสะพานมัฆวานรังสรรค์ จุดละ 3 กองร้อย สะพานอรทัย และสะพานชมัยมรุเชฐ จุดละ 1 กองร้อย ซึ่งรอง ผบช.น. ระบุว่า “จุดแตกหักสำคัญจะอยู่ที่สะพานมัฆวานฯ ที่ต้องยันไม่ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนเข้ามา”

อย่างไรก็ตาม รอง ผบช.น. ย้ำเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติว่าผู้ชุมนุมไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมือง ดังนั้นจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่การดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนักตามแผน “แผนกรกฏ 52” โดยเริ่มต้นจากการเจรจา เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พิจารณาแล้วเห็นว่าการชุมนุมนี้เป็นการชุมนุมการเมือง ต้องขออนุญาต คสช. ก่อน

“เมื่อไม่ได้ขอ คสช. ก็เคลื่อนออกจาก มธ. ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ทันทีที่พ้นจากรั้ว มธ. ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ ออกสู่ถนนซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะทันที ตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมาย” รอง ผบช.น. กล่าว

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ถือ "กำไล" ที่เตรียมไว้สำหรับผู้ฝ่าฝืนเข้ามาในรัศมี 50 เมตรจากทำเนียบ

Hataikarn Treesuwan/BBC Thai
พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ถือ “กำไล” ที่เตรียมไว้สำหรับผู้ฝ่าฝืนเข้ามาในรัศมี 50 เมตรจากทำเนียบ

นอกจากนี้ รอง ผบช.น. ยังโชว์ “กำไล” ที่เตรียมไว้ใช้กับผู้ชุมนุมในกรณีฝ่าฝืนเข้ามาในรัศมี 50 เมตรจากทำเนียบฯ ด้วย โดยบอกว่า “เตรียมไว้เพียงพอสำหรับทุกคนที่ฝ่าฝืนจะเข้าเขตทำเนียบฯ”

สำรวจคดี “คนอยากเลือกตั้ง” ในรอบ 115 วัน

ผ่านมา 115 วันนับจากมีการชุมนุมครั้งแรกของ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ที่ลานสกายวอล์กเขตปทุมวัน กทม. เมื่อ 27 ม.ค. จนถึง 22 พ.ค. บีบีซีไทยสำรวจพบว่าทั้งแกนนำและแนวร่วมได้ถูกตั้งข้อหาคนละหลายกระทงในการจัดกิจกรรมตลอดสี่เดือนที่ผ่านมา โดยทุกคดีที่เคลื่อนไหวในส่วนกลาง แกนนำจะถูกตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ด้วย ซึ่งต้องระวางโทษสูงสุดด้วยการจำคุกไม่เกินเจ็ดปี นอกเหนือจากข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. และผิด พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ

ชื่อคดีที่ถูกเรียกขานโดยผู้ชุมนุม กิจกรรม ผู้ต้องหา ข้อหา
1. MBK39 ชุมนุมสกายวอล์ค 27 ม.ค. แกนนำ 9 คน ยุยงปลุกปั่นตาม ป.อาญา ม. 116, ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน, ผิด พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ
แนวร่วม 30 คน ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน, ผิด พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ
2. RDN50 ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน 10 ก.พ. แกนนำ 7 คน ยุยงปลุกปั่นตาม ป.อาญา ม. 116, ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน, ผิด พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ
แนวร่วม 43 คน ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน
3. ARMY57 ชุมนุมที่ มธ. ท่าพระจันทร์ก่อนเคลื่อนขบวนไปหน้ากองทัพบก 24 มี.ค. แกนนำ 10 คน ยุยงปลุกปั่นตาม ป.อาญา ม. 116, ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน, ผิด พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ, ผิด พ.ร.บ. ควบคุมโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง, ผิด พ.ร.บ. จราจรทางบก
แนวร่วม 47 คน ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน, ผิด พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ, ผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก
4. Pattaya12 ชุมนุมหน้าห้างเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี 4 มี.ค. แกนนำและแนวร่วม 12 คน ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน, ผิด พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ
5. CMU06 ชุมนุมหน้า มช. จ.เชียงใหม่ 14 ก.พ. แกนนำและแนวร่วม 6 คน ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน, ผิด พ.ร.บ. ควบคุมโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง

ที่มา : บีบีซีไทยดัดแปลงจากข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

บทความก่อนหน้านี้ศาลปกครอง ไม่รับคำฟ้อง-ไม่มีคำสั่งคุ้มครอง ‘กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง’ แจงเหตุผลยิบ!
บทความถัดไปเดือด! รถพ่วง 18 ล้อ วิ่งขวายาว ขวางรถพยาบาลรีบนำสาวตกเลือดส่งโรงพยาบาล (คลิป)