บันทึกส่วนตัวเผยอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มีมุมมองเหยียดคนเอเชีย

14 มิ.ย. 2561 - 20:46 น.
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขียนบันทึกการเดินทางการเยือนเอเชียและตะวันออกกลางในช่วงทศวรรษ 1920
AFP/GETTY
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขียนบันทึกการเดินทางการเยือนเอเชียและตะวันออกกลางในช่วงทศวรรษ 1920

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

บันทึกการเดินทางส่วนตัวของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งเพิ่งได้รับการตีพิมพ์สะท้อนให้เห็นว่าอัจฉริยะตลอดกาลผู้นี้แท้จริงแล้วมีมุมมองในเชิงเหยียดสีผิวและเชื้อชาติ

บันทึกดังกล่าวเขียนขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม 1922 ถึงมีนาคม 1923 ซึ่งเป็นช่วงที่ไอน์สไตน์ เดินทางเยือนภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง โดยตอนหนึ่งเขาพูดถึงชาวจีนอย่างเหวี่ยงแหและเป็นไปในเชิงลบว่า คนจีนนั้น “เป็นคนอุตสาหะพากเพียร หยาบคาย โง่ทึ่ม”

เป็นที่ทราบกันว่าในภายหลังไอน์สไตน์เอง เป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนเรื่องของสิทธิพลเมืองในสหรัฐฯ และยังเคยพูดว่าการเหยียดเชื้อชาติ “เป็นโรคอย่างหนึ่งของคนขาว”

บันทึกการเดินทาง The Travel Diaries of Albert Einstein: The Far East, Palestine, and Spain, 1922-1923 ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ โดยสำนักพิมพ์ Princeton University Press

ในช่วงเวลาดังกล่าวไอน์สไตน์เดินทางจากสเปนไปยังตะวันออกกลางผ่านศรีลังกาซึ่งในขณะนั้นยังใช้ชื่อซีลอน ก่อนจะไปจีนและญี่ปุ่น ซึ่งในบันทึกของเขาระบุถึงตอนที่เดินทางถึงเมืองพอร์ตซาอิด ในอียิปต์ว่า “พวกอาหรับทุกเฉดสี…ราวกับสำรอกมาจากนรก” ขึ้นมาขายสินค้าบนเรือ และในช่วงที่เดินทางถึงกรุงโคลัมโบ ประเทศซีลอนนั้น เขาบันทึกไว้ว่าคนที่นั่นอยู่กันอย่างสกปรกโสโครก

แต่ดูเหมือนว่าอัจฉริยะตลอดกาลผู้นี้จะวิพากษ์วิจารณ์คนจีนไว้ค่อนข้างหนักหนาสาหัสกว่าเพื่อน โดยในรายงานของ นสพ. เดอะการ์เดียน ระบุว่าไอน์สไตน์พูดถึงเด็ก ๆ ชาวจีนว่า “ทั้งขลาดและโง่” และ “คงเป็นเรื่องน่าเวทนาถ้าหากคนจีนเหล่านี้จะไปแทนที่คนเผ่าพันธุ์อื่น” เขาบอกด้วยว่าจีนนั้น “เป็นชาติประหลาด ราวฝูงสัตว์” และ “เหมือนหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์” และ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายนั้น “แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย” เขายังตั้งคำถามถึง “การไร้ความสามารถที่จะปกป้องตัวเอง” ของผู้ชาย จาก “แรงดึงดูดที่อันตราย” ของผู้หญิง

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เองนั้น มีเชื้อสายยิว เขาอพยพจากเยอรมนีไปยังสหรัฐฯ ในปี 1933 หลังอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และพรรคนาซี ขึ้นปกครองเยอรมนี

เขาเคยกล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยลินคอล์น ในรัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อปี 1946 พูดถึงเรื่องการเหยียดสีผิวว่า “เป็นโรคอย่างหนึ่งของคนขาว”

คริส บัคเลอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงวอชิงตัน รายงานว่า บันทึกของไอน์สไตน์แสดงให้เห็นว่าทัศนคติในเรื่องเชื้อชาติของไอน์สไตน์นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา บันทึกของเขาอาจจะเป็นเรื่องของการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว แต่การนำออกมาตีพิมพ์เผยแพร่คงจะสร้างความไม่พอใจให้เกิดขึ้นในอเมริกา ประเทศที่กลุ่มรณรงค์ยังคงถือว่าไอน์สไตน์เป็นเสียงหนึ่งที่ทำให้คนหันมาสนใจปัญหาเรื่องการแบ่งแยกทางเชื้อชาติและศาสนา

ไอน์สไตน์ เดินทางกับ เอลซ่า ภรรยาของเขา
Getty Images
ไอน์สไตน์ เดินทางกับ เอลซ่า ภรรยาของเขา

ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่าตอนที่ไอน์สไตน์ย้ายมาอยู่สหรัฐฯ ในปี 1933 เขาเองเคยต้องตกตะลึงที่รู้ว่ามีการแบ่งแยกโรงเรียน โรงภาพยนตร์ของคนดำและคนขาวออกจากกัน หลังจากนั้นไอน์สไตน์ก็เข้าร่วมกับสมาคมแห่งชาติเพื่อความก้าวหน้าของคนผิวสี และมีรายงานด้วยว่าเขาเองเคยกล่าวกับผู้อื่นว่าในมุมมองของเขานั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันในสหรัฐฯ นั้นก็ไม่ต่างจากสิ่งที่เยอรมนีปฏิบัติต่อชาวยิว

ไอน์สไตน์เลือกมหาวิทยาลัยลินคอล์น ในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกับคนผิวดำ เป็นสถานที่กล่าวสุนทรพจน์อันมีเนื้อหารุนแรงอย่างไม่ไว้หน้า หลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติลงได้ไม่นาน

สำหรับผู้ที่ศึกษางานเขียนของไอน์สไตน์ในช่วงตั้งแต่ทศวรรษ 1920 อาจแย้งว่ามีความเป็นไปได้ว่าไอน์สไตน์มีความเชื่อเช่นนั้นโดยตัดสินจากความรู้สึกของตัวเอง

คริส บัคเลอร์ เห็นว่าบันทึกการเดินทางของไอน์สไตน์นั้น เต็มไปด้วยดุลยพินิจส่วนตัวและเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากสัญชาติญาณ และประสบการณ์ของเขาเอง แต่ในบริบทของยุคสมัยศตวรรษที่ 21 สิ่งนี้อาจสร้างความเสื่อมเสียให้กับบุคคลที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงส่งทั้งในทางวิทยาศาสตร์และมนุษยธรรม

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่าบันทึกดังกล่าวเขียนขึ้นก่อนที่เขาจะมองออกว่าการเหยียดเชื้อชาติทั้งในอเมริกาและเยอรมนีนั้นจะนำพาไปสู่สิ่งใด

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ บันทึกส่วนตัวเผยอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มีมุมมองเหยียดคนเอเชีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง