การโหม่งลูกฟุตบอล: ส่งผลเสียต่อสมองนักกีฬาในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญเตือน

9 ส.ค. 2561 - 21:24 น.

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการบาดเจ็บทางสมองมีความเห็นว่า การโหม่งลูกฟุตบอลควรถูกจำกัดในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลอาชีพ และควรแบนการโหม่งบอลสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นพ. เบ็นเน็ต โอมาลู เป็นผู้คนพบโรคเนื้อเยื่อสมองเสื่อมรุนแรงเรื้อรัง หรือ Chronic traumatic encephalopathy (CTE) ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการได้ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนซ้ำ ๆ และส่งผลเสียในระยะยาว

“มันไม่สมเหตุสมผลที่จะควบคุมวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงด้วยหัวของคุณ” นพ.โอมาลู กล่าว

“ผมเชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้ว ในเกมการแข่งขันอาชีพ เราจะต้องจำกัดการโหม่งลูกบอล มันเป็นสิ่งที่อันตราย”

ในการให้สัมภาษณ์กับรายการวิทยุของ บีบีซี เรดิโอ 5 นพ. โอมาลู กล่าวเสริมว่าผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ควรโหม่งลูกบอล

“เด็กอายุต่ำกว่า 12-14 ควรเล่นฟุตบอลที่มีการปะทะน้อยกว่า ซึ่งเราควรจะพัฒนารูปแบบดังกล่าวให้กับพวกเขา เด็กอายุ 12-18 ปี สามารถเล่นฟุตบอลได้ แต่ไม่ควรโหม่งลูกบอล”

“ผมรู้ว่านี่เป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน แต่วิทยาศาสตร์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา สังคมก็เปลี่ยนไป มันถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยนวิถีปฏิบัติของเรา”

การเสียชีวิตของอดีตนักฟุตบอล

การสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของ เจฟฟ์ แอสเติล อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและสโมสรเวสต์บรอมฯ ได้ข้อสรุปว่าเขาเสียชีวิตจาก สมองได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งเกิดจากการโหม่งลูกฟุตบอลหนังที่มีน้ำหนักมากในสมัยก่อน

เขาเสียชีวิตเมื่อปี 2004 ในวัย 72 ปี หลังจากป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์นานเกือบ 10 ปี เขาใช้เวลา 16 ปีในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ


เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ดอว์น ลูกสาวของแอสเติล ได้ออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างการโหม่งบอล กับโรคเนื้อเยื่อสมองเสื่อมรุนแรงเรื้อรัง

“มันคือข้อเท็จจริง เราไม่ได้แค่คิดเอาเองว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ อาจจะเสียชีวิตด้วยโรคเดียวกับพ่อ ตอนนี้มันเป็นความจริงแล้ว” เธอกล่าว

ดอว์น ออกมาให้ความเห็นครั้งล่าสุด หลังจากการเสียชีวิตของ ร็อด เทย์เลอร์ อดีตปีกของพอร์ทสมัธ จิลลิงแฮม และบอร์นมัธ เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา หลังจากป่วยด้วยโรคเดียวกันกับพ่อของเธอ

เรเชล วอลเด็น ลูกสาวของ เทย์เลอร์ กล่าวกับบีบีซีว่า การโหม่งบอลไม่ควรถูกแบน แต่สมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA) และสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ควรออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลืออดีตนักฟุตบอลและครอบครัวของพวกเขา

“โรคสมองเสื่อมของพ่อของฉัน เป็นผลมาจากการโหม่งลูกบอล และการถูกกระแทก … เราไม่สามารถรอจนกว่าพวกเขาเสียชีวิตแล้วค่อยช่วยเหลือ เราต้องเริ่มให้การช่วยเหลือตั้งแต่ตอนนี้” วอลเด็นกล่าว

“เราไม่ได้กล่าวโทษสโมสรที่พ่อเคยเล่นให้ เขาภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสโมสรที่เขาลงสนามให้ มันเป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนเกมฟุตบอล มันเกี่ยวกับการพยายามให้สมาคมนักฟุตบอลแสดงความรับผิดชอบต่อเหล่าสมาชิก ในเวลาที่พวกเขาต้องการอย่างมาก”

อดีตนักฟุตบอลชื่อดังหลายคน ได้ถูกวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม นั่นรวมถึง นักเตะชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1966 อย่าง น็อบบี สไตล์ส, มาร์ติน ปีเตอร์ส และ เรย์ วิลสัน ไปจนถึงตำนานของสโมสรลิเวอร์พูล อย่าง รอน เยตส์ และทอมมี สมิธ

โอมาลูกล่าวถึงผลจากการโหม่งบอลที่มีต่อสมองว่า “สมองของมนุษย์ลอยเหมือนกับบอลลูนภายในกระโหลกของคุณ ดังนั้นเมื่อคุณโหม่งลูกฟุตบอล สมองของคุณจึงได้รับความเสียหาย คุณสร้างความเสียหายให้กับสมองเมื่อคุณโหม่งบอลแต่ละครั้ง”

“การเล่นฟุตบอลจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับภาวะสมองบาดเจ็บเมื่อคุณมีอายุมากขึ้นรวมถึงความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมและ CTE”

ตลอดหลายปีมานี้ มีการเคลื่อนไหวหลายครั้งในแวดวงกีฬาอาชีพ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บกับศีรษะ

เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ลีกคริกเกตของอังกฤษได้ออกกฎการเปลี่ยนตัวใหม่สำหรับผู้ได้รับการกระทบกระเทือน โดยอนุญาตให้แต่ละทีมสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่มีความเสี่ยงได้ทันที ขณะที่ผู้นำสหภาพกีฬารักบี้ได้ประกาศแผนที่จะทำให้นักกีฬาปลอดภัยขึ้นเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ การโหม่งลูกฟุตบอล: ส่งผลเสียต่อสมองนักกีฬาในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญเตือน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง