สหพันธรัฐไท : เรารู้อะไรในคดีเสื้อต้องห้าม

สหพันธรัฐไท : เรารู้อะไรในคดีเสื้อต้องห้าม – BBCไทย

สหพันธรัฐไท – พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม แจ้ง 2 ข้อหาหนักในประมวลกฎหมายอาญาแก่หญิงขี่จักรยานยนต์รับจ้างวัย 30 ปี ภายหลังทหารควบคุมตัวเธอจากห้องเช่าย่านสำโรง จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยเสื้อยืดสีดำที่มีตราสัญลักษณ์คล้ายธงสีขาวและแดง บนหน้าอก

บ่ายวันที่ 12 ก.ย. นางวรรณภา (สงวนนามสกุล) วัย 30 ปี แม่ของบุตรสองคน ซึ่งประกอบอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ได้รับอนุญาตจากศาลอาญาให้ประกันตัวโดยไม่มีเงื่อนไข โดยกองทุนช่วยเหลือคดีนักโทษการเมือง ได้ใช้หลักทรัพย์ยื่นประกันเป็นเงิน 200,000 บาท ภายหลัง ตำรวจตั้งข้อหา ยุยงปลุกปั่นเพื่อให้ประชาชนกระทำผิดอาญาล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามมาตรา 116 และ เป็นอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 ตามประมวลกฎหมายอาญา

น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ได้แจ้งว่านางวรรณภาเป็น “ผู้ถูกออกหมายจับคนที่ 8” ในข้อหาอั้งยี่ และยุยงปลุกปั่น โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกองค์การสหพันธรัฐไท ซึ่งมีแนวคิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่นางวรรณภาปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

“ผู้ที่ถูกคุมตัวไปก่อนหน้านี้เป็นคดีเดียวกัน แต่ทั้งหมดไม่ได้รู้จักกัน น้องคนนี้ (วรรณภา) ไม่มีอะไรที่ติดต่อกับกลุ่มนี้” น.ส.ภาวิณีกล่าว

สหพันธรัฐไท
WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI / นางวรรณภา วัย 30 ปี ถูกควบคุมตัวในค่าย มทบ. 11 เพื่อสอบสวนโดยทหารและตำรวจ โดย จนท.ใช้อำนาจภายใต้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558

บีบีซีไทย ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยัง พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอรายละเอียดทางคดี แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยระบุว่า เป็นเรื่องของสถาบันฯ ต้องสอบถามไปยังทีมโฆษก คสช. บีบีซีไทย ติดต่อไปยัง พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 และทีมโฆษก คสช. แต่ไม่สามารถติดต่อได้

จากการติดตามของศูนย์ทนายฯ พบว่ามีบุคคลถูกทหารควบคุมตัวกรณีการครอบครองเสื้อสหพันธรัฐไทตั้งแต่สัปดาห์ก่อนถึงปัจจุบันทั้งหมด 5 คน ในจำนวนนี้มี 1 คนที่ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่แจ้งข้อหา และอีก 1 คน ศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อวันที่ 11 ก.ย. โดยวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน 40,000 บาท แต่กำหนดเงื่อนไขต้องใส่อุปกรณ์ติดตามตัวและห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

ธงขาว-แดง สัญลักษณ์สหพันธรัฐไท ?

เสื้อยืดสีดำที่มีป้ายสี่เหลี่ยมแถบสีขาวสลับแดงบนหน้าอก ถูกระบุจาก พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงกลาโหม ในเวลาต่อมาว่า “เป็นเสื้อของกลุ่มการเมืองหนึ่ง มีแนวทางแบ่งแยกการปกครองเป็นสหพันธรัฐไท”

พล.อ.ประวิตรกล่าวเมื่อ 11 ก.ย. ว่าขบวนการดังกล่าวมาจากแหล่งเดียวคือประเทศลาว และมีเครือข่ายในประเทศไทย โดยมีนายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือที่รู้จักในสมญา “ลุงสนามหลวง” เป็นผู้ดำเนินการ มีการติดต่อกัน มีการขายเสื้อและธง นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับบุคคลที่หลบหนีคดีหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 116 ไปอาศัยอยู่ในประเทศลาว

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตั้งคำถามว่า “คำว่าสหพันธรัฐไท ถูกกฎหมายหรือไม่ ประเทศไทยจะเป็นสหพันธรัฐได้หรือไม่ ความหมายของสหพันธรัฐคืออะไร เป็นการล้มระบบการปกครองหรือไม่ เข้าข้อหากบฏหรือไม่ อั้งยี่ซ่องโจรหรือไม่” พร้อมย้ำว่าคำว่าสหพันธรัฐเป็นการแบ่งแยก เป็นรัฐต่าง ๆ ให้มีอิสระซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่า “สัญลักษณ์ของประเทศไทยคือธงไตรรงค์เท่านั้น”

สหพันธรัฐไทคืออะไร


จากการตรวจสอบในเฟซบุ๊กพบว่ามีแฟนเพจ หรือกลุ่มปิดที่ใช้ชื่อเกี่ยวกับสหพันธ์รัฐไทอย่างน้อย 8 เพจ แต่เพจที่ดำเนินการโดย “ลุงสนามหลวง” นิยามตัวเองว่าเป็นเพจสินค้าและบริการ

องค์กรนี้เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 2551 มีหัวหอกหลัก 2 คนคือ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” ซึ่งไม่ปรากฏตัวตั้งแต่เมื่อปีก่อน กับนายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ “ลุงสนามหลวง” ประธานองค์กรคนปัจจุบัน ทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดีอาญามาตรา 112 แรกเริ่มพวกเขาเป็นนักจัดรายการวิทยุใต้ดิน แต่เมื่อเกิดสื่อสังคมออนไลน์ใหม่ ๆ เขาได้ย้ายไปสื่อสารความคิดผ่านยูทิวบ์และยังใช้ช่องทางเหล่านี้ประกาศขายเสื้อในเชิงสัญลักษณ์ด้วย

หญิง จยย. รับจ้างเป็นใคร มีแนวคิดทางการเมืองอย่างไร ?

ทหารควบคุมตัวนางวรรณภาไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ. 11) เป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. โดยอาศัยอำนาจของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่รักษาความสงบแห่งชาติควบคุมตัวบุคคลไปเพื่อซักถามได้ไม่เกิน 7 วัน

“น้องเขาอยากกลับบ้าน คิดถึงลูกมาก” น.ส.ภาวิณี เปิดเผยถึงสภาพจิตใจของ นางวรรณภา

นางวรรณภา อายุ 30 ปี เป็นชาวมหาสารคาม เคยมีอาชีพขายขนม ปัจจุบันประกอบอาชีพรับจ้าง ขี่รถจักรยานยนต์ย่านสำโรง มีบุตรชายสองคน คนโตอายุ 14 ปี ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และคนเล็กอายุ 9 ปี ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยทั้งสามคนพักอาศัยร่วมกับแฟนใหม่ของนางวรรณภา

จากการแจ้งข้อหาวันนี้ ทนายภาวิณีระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบการใช้ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ต้องหา แต่ไม่พบว่ามีประวัติเข้าร่วมกลุ่มสมาชิกในเฟซบุ๊ก หรือแอปพลิเคชันไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

เปิดข้อกล่าวหาจากตำรวจ

ทนายความศูนย์ทนายฯ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนบรรยายพฤติการณ์ที่กล่าวหานางวรรณภาว่า เป็นผู้นำเสื้อยืดมาส่งให้กับบุคคลตามรายชื่อหลายครั้ง และมีของกลางที่ตรวจยึดได้กว่า 400 ตัว จึงแจ้งข้อหาอั้งยี่ และ ม. 116 ซึ่งนางวรรณภา ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และระบุว่าไม่ทราบว่าเป็นเสื้ออะไร ตอนเจ้าหน้าที่ทหารตรวจค้น “เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย” เธอมีเพียงหน้าที่ส่งเสื้อเท่านั้น ซึ่งได้รับมาจากมารดา และไม่ได้รู้จักองค์กรที่เรียกว่าสหพันธรัฐไท

“ปกติแม่จะบอกให้ไปเอาตามที่ต่าง ๆ สถานีรถไฟไปส่งให้คนนั้นคนนี้ พอเสร็จแล้ว แม่จะโอนเงินค่าส่งให้ แต่มาทราบจากทหารที่แจ้งภายหลังว่าเสื้อเป็นสัญลักษณ์องค์กรนั้น” น.ส. ภาวิณีกล่าวอ้างถึงคำให้การของวรรณภาในชั้นพนักงานสอบสวน พร้อมระบุว่า พนักงานสอบสวนมีเสื้อยืดของกลางเป็นหลักฐานเดียว ในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาวัย 30 ปีรายนี้ และยังไม่ได้มีการโยงไปยังมารดาว่าเป็นสมาชิกขององค์กรสหพันธรัฐไท