ดาวินชี อาจมีตาเข ทำให้วาดภาพเป็นสามมิติได้เหมือนจริง

ดาวินชี อาจมีตาเข ทำให้วาดภาพเป็นสามมิติได้เหมือนจริง – BBCไทย

ดาวินชี – จิตรกรเอกและอัจฉริยะผู้รอบรู้ “ลีโอนาร์โด ดา วินชี” อาจมีอาการตาเขหรือตาเหล่ ซึ่งช่วยให้เขาวาดภาพเป็นมุมมองแบบสามมิติได้เหมือนจริง และยากที่ผู้ใดจะเลียนแบบได้

คณะแพทย์จากวิทยาลัยทัศนมาตรศาสตร์และทัศนวิทยาศาสตร์ (Optometry and Vision Science) มหาวิทยาลัย City University of London ของสหราชอาณาจักร ได้ตรวจวินิจฉัยสภาพสายตาของดาวินชี ผ่านการวิเคราะห์ผลงานภาพเขียนและประติมากรรม 6 ชิ้น ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นจากใบหน้าจริงของศิลปินเอกผู้นี้

ผลการวิเคราะห์สายตาดังกล่าวพบว่า ดวงตาทั้งสองข้างไม่ได้เพ่งมองไปที่จุดสนใจเดียวกัน ซึ่งเป็นอาการของตาเขหรือตาเหล่ (Strabismus) โดยขณะที่ตาข้างหนึ่งกำลังจ้องมองวัตถุอยู่ ตาอีกข้างหนึ่งจะมีตำแหน่งการมองเบี่ยงเบนไปทางซ้ายหรือขวา รวมทั้งเบี่ยงจากแนวปกติขึ้นบนหรือลงล่างได้ด้วย

ดาวินชี อาจมีตาเข
ภาพ “โมนาลิซา” ของดาวินชี ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นเอกที่มีความซับซ้อนทางมิติซึ่งยากจะเลียนแบบได้

ความผิดปกติทางสายตาเช่นนี้กลับเป็นผลดีต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ โดยศ.คริสโตเฟอร์ ไทเลอร์ ผู้นำทีมวิจัยระบุว่า “อาการตาเขบางชนิดช่วยในการวาดภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ศิลปินถ่ายทอดรายละเอียดจากของจริงที่เป็นมุมมองแบบสามมิติ ลงบนผืนผ้าใบที่เป็นสองมิติได้ดีกว่าคนทั่วไป โดยสามารถแปลงข้อมูลสามมิติเป็นภาพสองมิติได้ด้วยตาเพียงข้างเดียว”

ตามปกติแล้วคนทั่วไปจะใช้ดวงตาทั้งสองข้างในการมองวัตถุชิ้นเดียวให้เป็นสามมิติ โดยสมองจะประมวลสัญญาณการมองเห็นจากตาทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ทำให้มุมมองสามมิติที่เกิดขึ้นคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงเล็กน้อย โดยอาจเคลื่อนไปทางซ้ายหรือขวามากเกินไป

เรื่องนี้สามารถทดสอบได้โดยชูนิ้วมือ 1 นิ้วไว้ที่ตรงหน้าจมูก แล้วมองดูโดยทดลองปิดตาทีละข้าง จะพบว่าภาพที่เห็นแต่ละครั้งไม่อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน

ภาพ คือ Salvator Mundi ที่นำออกประมูลไปเมื่อไม่นานมานี้ เป็นภาพหนึ่งที่ใช้ในการประเมินสภาพสายตาของดาวินชี / Getty Images

ในกรณีของคนตาเข สมองจะลดความสำคัญของสัญญาณประสาทซึ่งมาจากตาข้างที่ผิดปกติลงขณะประมวลผล ซึ่งจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการมองแบบสามมิติไปโดยปริยาย ทำให้ภาพที่มองเห็นมีความเสถียรและถ่ายทอดเป็นผลงานจิตรกรรมได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม คณะแพทย์ผู้วิจัยระบุว่าอาการตาเขของดาวินชีนั้นไม่รุนแรง โดยน่าจะเขออกด้านนอกราว 10.3 องศา และไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา

“อาการตาเขจะหายไปเมื่อเขาเพ่งมองวัตถุอย่างจริงจัง และจะกลับมาใหม่เมื่อผ่อนคลายการจ้องมองลง ทำให้สามารถใช้ตาข้างเดียวแปลงข้อมูลการมองเห็นสามมิติลงบนระนาบสองมิติได้เป็นครั้งคราวตามต้องการ” ศ. ไทเลอร์ กล่าว

คณะแพทย์ผู้วิจัยซึ่งตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร JAMA Ophthalmology ยังเชื่อว่าจิตรกรเอกชื่อดังคนอื่น ๆ ของโลกเช่นเรมบรันต์ (Rembrandt) เดอกาส์ (Degas) และปิกัสโซ (Picasso) ก็น่าจะมีอาการตาเขแบบนี้ด้วยเช่นกัน

บทความก่อนหน้านี้รถไฟไต้หวันตกราง สลดตาย18เจ็บ190 ที่อี๋หลาน ถิ่นท่องเที่ยวสวยงาม
บทความถัดไปจับระทึกเอเย่นต์ยานรก โดนตร.ล่อซื้อซิ่งเก๋งหนี จนมุมอ้างพ่อเป็นนายทหาร(คลิป)