ดูดวง: ทำนายโชคชะตาแบบอิหร่านด้วยการถามกวีเอกผู้ล่วงลับ

ดูดวง:

ดูดวง: ทำนายโชคชะตาแบบอิหร่านด้วยการถามกวีเอกผู้ล่วงลับ – BBCไทย

ฮาเฟซ คือ กวีเอกสมัยศตวรรษที่ 14 ที่ชาวอิหร่านยกย่องเทิดทูน บทกวีของเขาไม่เพียงแต่เป็นวรรณศิลป์ที่งดงาม แต่ยังถูกนำมาใช้ในการทำนายโชคชะตาอีกด้วย ฟาเล ฮาเฟซ (fal-e Hafez) หรือ “การทำนายชะตาผ่านฮาเฟซ” มีมานานหลายร้อยปีแล้วในอิหร่าน และประเทศอื่นที่พูดภาษาเปอร์เซีย เช่น อัฟกานิสถาน

บทกวีที่ปลอบประโลม

ผมกำลังเดินเล่นอยู่แถวเชิงเขาในกรุงเตหะรานกับ จัมชิด เพื่อนของผม ชีริน แฟนสาวของเขา และเพื่อนของชีรินที่เพิ่งถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง จัมชิด และผมกำลังพยายามปลอบใจเธอว่า ทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี แต่เธอก็ยังกังวลอยู่ ขณะที่เรากำลังจะเดินไปดื่มชาและสูบยาที่ร้านประจำของเรา เราก็เจอชายชราที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น ในมือถือกล่องเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยไพ่หลากสีสันและมีนกขมิ้นตัวหนึ่งเกาะอยู่

“รอเดี๋ยวนะ” ชีริน บอกกับเรา ขณะเธอเดินไปยังชายแก่ พร้อมกับหยิบเงินออกจากกระเป๋า เธอยื่นธนบัตรให้เขาหนึ่งใบ หลับตาลงแล้วก็เอามือมาประสานกัน ในขณะที่นกน้อยตัวนั้นกำลังกระโดดไปมา แล้วก็ใช้จงอยปากดึงไพ่ออกมาใบหนึ่ง ชีรินอ่านบทกวีที่อยู่ด้านหลังไพ่ แล้วก็ยิ้ม

“ไพ่บอกว่าไงบ้าง?” จัมชิด ถามเธอ

“ขอบคุณพระเจ้า” ชีริน ตอบพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นเธอได้อ่านกลอนบรรทัดแรก “โจเซฟที่หายไปจะกลับมาสู่คานาน อย่าเสียใจ” มันหมายความว่า เธอจะโอเค

ความรักและไวน์

ในวัฒนธรรมอิหร่านมักจะมีบทกวีเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ พวกเราชาวอิหร่าน ไม่ว่าจะมาจากชนชั้นไหน ต่างก็หายใจเข้าออกเป็นบทกวี ไม่แปลกที่จะเห็นคนกวาดถนนรำพันบทกลอนของ คาย์ยัม (Khayyám) กวีเอกชาวเปอร์เซีย หรือคนขับแท็กซี่ที่ท่องบทกวีที่เข้าใจยากของรูมี (Rumi) หรือนักการเมืองที่ปลุกความรักชาติด้วยบทกวีของเฟร์โดวซี (Ferdowsi) ปู่ทวดของผมเองชอบ ซาดี (Sa’di) มากถึงขนาดตั้งนามสกุลของเรา (Bekhrad หรือ เบครัด แปลว่า ‘ปัญญา’) ตามบาทหนึ่งของบทกวีของ ซาดี แต่เมื่อพูดถึงวรรณคดีเปอร์เซียนั้น ผู้ที่ครองใจผู้คนชาวอิหร่านอย่างไม่มีใครเทียบได้ก็คือ ฮาเฟซ (Hafez)

ฮาเฟซ กวีเอกจากศตวรรษที่ 14 ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในชีราซ (Shiraz) บ้านเกิดของเขา ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘เมืองแห่งกวี’ บทกวีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเขาคือ กาซาลส์ (ghazals แปลว่า บทกลอนรัก) ซึ่งเป็นบทกวีหลักที่เขาแต่ง ในบทกวีหลายบทของเขา เขาได้เขียนถึง ความรักและไวน์อยู่บ่อย ๆ รวมถึงความเป็นคนปากว่าตาขยิบของบรรดานักบวชและคนในแวดวงศาสนา ฮาเฟซชอบเข้าไปพัวพันกับสิ่งที่คนบางคนเรียกว่า ‘บาป’ มากกว่าที่จะทำให้คนมองว่าเขาเป็น แบบอย่างแห่งคุณงามความดี บทกวีของเขา ซึ่งเขียนตัวหนังสือสีแดง และยังคงมีความชัดเจน สามารถอ่านได้ เป็นตัวแทนของถึงสิ่งที่หลายคนเชื่อว่า เป็นสุดยอดแห่งบทกวีเปอร์เซีย

บทกวีของฮาเฟซเป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากพอ ๆ กัน ข้อเท็จจริงนี้ อาจบ่งบอกถึงการเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนตลอดช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ในยุคสมัยใหม่ของอิหร่าน ฮาเฟซ เป็นบุคคลที่ไม่มีใครเทียบเทียมได้ และได้รับการเคารพเทิดทูนเสมือนเป็นพระเจ้า บทกวีของเขาถูกขับขานและนำไปใช้ในดนตรีคลาสสิกของเปอร์เซีย สุสานของเขาในเมืองชีราซพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบผลงานของเขาที่เดินทางมาเยือนอย่างไม่ขาดสายจากทั่วโลก

แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ การที่คนอิหร่านนิยมใช้บทกวีของฮาเฟซในการทำนายโชคชะตา หรือก็คือสิ่งที่ชีรินทำในวันนั้นนั่นเอง

‘ลิ้นของคนที่ไม่มีใครเห็น’

ความเชื่อที่รู้จักกันในชื่อ ฟาเล ฮาเฟซ (fal-e Hafez แปลคร่าว ๆ ได้ว่า ‘ทำนายโชคชะตาผ่านฮาเฟซ’) เป็นการขอคำปรึกษา จากกวีเอกผู้นี้ หรือรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า เลซาน ออล เกบ (Lesan ol Gheyb แปลว่า ‘ลิ้นของคนที่ไม่มีใครเห็น’) โดยผู้คนจะถามคำถามเกี่ยวกับอนาคต รวมถึงขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องที่ตัดสินใจลำบาก หรืออยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ธรรมเนียม ฟาเล ฮาเฟซ นี้ได้รับการปฏิบัติสืบต่อกันมาในอิหร่าน (และในประเทศที่พูดภาษาเปอร์เซีย อย่าง อัฟกานิสถาน) มานานหลายร้อยปีแล้ว จากเรื่องเล่าที่ผู้คนทั่วไปรู้จักกันนี้ บอกว่า มันถือกำเนิดขึ้นมาหลังจากที่กวีเอกผู้นี้จากโลกนี้ไป จดหมายที่เขียนในปี 1768 ถึงเซอร์ วิลเลียม โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออก เคานต์ คาโรลีย์ เรวิตซ์กี ขุนนางชาวฮังการี ซึ่ง ‘ได้อ่าน [เรื่องนี้] จากที่ไหนสักแห่ง’ เขียนว่า นักบวชบางคนไม่มั่นใจว่าควรจะทำอย่างไรกับศพของฮาเฟซดี เนื่องจาก ‘บทกวีที่เต็มไปด้วยเรื่องตัณหาราคะ’ ของเขา ทำให้เกิดความคิดเห็นไม่ตรงกันว่า ควรจะฝังศพของเขาหรือไม่ เรวิตซ์กี เขียนเล่าว่า ‘พวกเขาปล่อยให้โชคชะตาเป็นตัวตัดสิน ด้วยการสุ่มเปิดหนังสือที่ฮาเฟซเขียน และอ่านบทกวีบาทแรกที่เจอ’

ถือเป็นโชคดีของฮาเฟซ เพราะกวีบาทแรกที่เปิดเจอคือ:

ซากของฮาเฟซไม่ได้ช่วยเยียวยาคุณ (From the corpse of Hafez shrink thou not;)

แม้ว่าจะเลวปานใด เขาก็ได้ไปสวรรค์ (Though drowned in sin, Heaven is his lot.*)

เช่นเดียวกับบทกวีของฮาเฟซที่ชาวอิหร่านยกย่องชื่นชม ธรรมเนียมฟาเอ ฮาเฟซ ก็เป็นที่ชื่นชอบอย่างมากเช่นเดียวกัน ตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ชาวอิหร่านเป็นคนที่มีความอยากรู้อยากเห็นและค้นหาความหมายของเรื่องราวลี้ลับที่อยู่รอบตัว จากสารานุกรมอิรานิกา (Encyclopaedia Iranica) ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ยกตัวอย่างว่า อากาเทียส นักประวัติศาสตร์สมัยไบแซนไทน์ ได้เขียนถึง นักบวชศาสนาโซโรแอสเตรียน ที่เห็นภาพอนาคตเป็นเปลวเพลิง ในวรรณคดีเรื่องชาห์นาเมห์ (Shahnameh–หนังสือแห่งกษัตริย์) เฟร์โดวซี บอกถึงวิธี (ซึ่งเป็นหนึ่งในคำนายหลายแบบที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้) ที่ กษัตริย์โคสโรว์ พาร์วิซ (Khosrow Parviz) ทรงตีความการที่ลูกควินซ์ (ผลไม้ขนาดเล็กชนิดหนึ่ง) ตกลงจากบัลลังก์ของพระองค์ว่า เป็นลางบอกเหตุถึงการเสด็จสวรรคตของพระองค์ และการสิ้นสุดของราชวงศ์ซัสซาเนียน (Sassanian Dynasty) ในยุคที่ใหม่ขึ้นมาอีก

มาห์มูด โอมิดซาลาร์ นักวิชาการด้านวรรณกรรมเปอร์เซีย ได้เขียนในสารานุกรมว่า ชาวอิหร่านเคยเล่นไพ่ หรือแม้แต่ถั่วลูกไก่ เพื่อทำนายโชคชะตาของตัวเอง ขณะที่บางคนได้ใช้หนังสือบทร้อยกรองเปอร์เซียเล่มอื่น ๆ ในการทำนาย (อย่างเช่น มัสนาวี ของรูมี) รวมถึงพระคัมภีร์อัลกุรอ่านด้วย โอมิดซาลาร์ บอกว่า บทกวีของฮาเฟซ เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมในการทำนายโชคชะตามากที่สุดในอิหร่านอย่างไม่ต้องสงสัย

ทุกวันนี้ คุณสามารถดูดวงผ่านกวีของชีราซได้ทุกหนแห่งในอิหร่าน

ชายพร้อมนกที่ได้รับการฝึกคอยถือไพ่ให้บริการทำนายโชคชะตาแก่ผู้คนตามถนนสายที่พลุกพล่าน รวมถึงจุดที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของคนท้องถิ่น หรือนักท่องเที่ยว อย่างเช่นที่ ดาร์บานด์ (Darband) ในกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นจุดที่ชีรินทำนายดวงชะตาของเธอ และสุสานของฮาเฟซในเมืองชีราซ ส่วนตามเมืองใหญ่ต่าง ๆ อย่างกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามีการจราจรที่ติดขัด จะพบเห็นเด็ก ๆ รวมตัวกันอยู่ตามสี่แยกเพื่อรอจังหวะในช่วงรถติดไฟแดงยาวเหยียด ให้คนบนรถที่อยากรู้อนาคตของตัวเองเลือกหยิบไพ่บทกลอนเพื่อทำนายดวงชะตา

ส่วนคนขายไพ่บทกวีของฮาเฟซมีอยู่ดาษดื่นทั่วประเทศอิหร่าน การทำนายดวงชะตาผ่านฮาเฟซก็มีให้บริการอยู่แทบทุกแห่งเช่นกัน ตราบเท่าที่คุณมีบทกวีของฮาเฟซอยู่ในมือ เพียงแค่นึกถึงคำถามที่อยากรู้ (ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับ) และสุ่มเปิดหนังสือเพื่อหาคำตอบ

ผมควรไปเที่ยวเวนิสไหม? คนรักของฉันนอกใจฉันอยู่หรือเปล่า? ผมจะได้งานไหม?

มีสำนวนที่บอกว่า มีเพียงพระเจ้าและฮาเฟซแห่งชีราซเท่านั้นที่รู้คำตอบ ซึ่งจะปรากฏอยู่ในบาทแรกของบทกวีที่คุณเห็นในหน้านั้น ชาวอิหร่านปรึกษาฮาเฟซทุกเมื่อที่ต้องการ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญของชาวอิหร่านอย่าง โนรูซ (Norooz) ซึ่งเป็นปีใหม่ของอิหร่าน และชาเบ ยาลดา (Shab-e Yalda) หรือวันที่มีกลางวันสั้นที่สุดในซีกโลกเหนือ (Winter Solstice)

ชีริน โชคดีที่ได้รับคำนายที่เป็นบวกจากฮาเฟซ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะให้ข่าวดีแก่ผู้ถามเสมอไป ในปีเดียวกัน ผม ก็ได้ลองถามคำถาม และสุ่มเปิดหนังสือกวีของฮาเฟซเช่นกัน ตอนนั้นอิหร่านกำลังจะลงเตะกับอาร์เจนตินาในวันต่อมาในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2014 ผมอยากรู้ว่า นักเตะของเราจะคว้าชัยเหนืออาร์เจนตินาได้หรือไม่ แล้วผมก็ต้องรู้สึกกังวลใจเมื่อเห็นบทกวีบรรทัดนี้:

ในยุคที่ความเศร้าไร้ขอบเขต (For this age’s sorrows, to which no end I see,)

เก็บไวน์ม่วงไว้ เป็นการเยียวยาเดียวที่ฉันนึกได้ (Save purple wine, I know no other remedy.*)

หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็รู้แล้วว่า ฮาเฟซ ไม่ได้รู้แค่เรื่องเหล้าเท่านั้น แต่เขายังรู้ผลการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วย โดยอาร์เจนตินาเป็นฝ่ายชนะอิหร่าน และทำให้อิหร่านต้องตกรอบ

กวีสำหรับทุกสิ่ง

ผมมีชื่อเหมือน ซาดี มีคาย์ยัม เป็นวีรบุรุษ แต่ก็เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชาติส่วนใหญ่ ผมโตมากับบทกวีของฮาเฟซ ตอนเป็นเด็ก ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่า ทำให้คุณย่าถึงชื่นชอบฮาเฟซ หรือทำไมคุณตาถึงชอบอ้างถึงบทกวีของฮาเฟซอยู่ตลอดเวลา และก็เก็บหนังสือร้องกรองของฮาเฟซที่เก่าจนขาดไว้บนโต๊ะในห้องรับแขกของท่าน เหมือนเป็นสิ่งที่ต้องตั้งอยู่อย่างนั้นตลอดไป (มันยังคงวางอยู่ที่นั่น)

ผมจำได้ว่าในช่วงเทศกาลชาเบ ยาลดา คุณป้าของผมหลับตาลง แล้วก็พูดเบา ๆ กับตัวเอง จากนั้นก็เปิดหนังสือกวีเล่มเก่าเล่มนั้นของฮาเฟซ เพื่อดูว่า ‘ตาแก่เสเพลฮาเฟซ’ (เฟรดริก เอนเกลส์ เคยเรียกเขาเช่นนี้ ในจดหมายที่เขียนถึง คาร์ล มาร์กซ์) จะบอกอะไรแก่เธอ

เมื่อเวลาผ่านไป ผมไม่เพียงแต่หลงใหลในความงานของบทกวีของฮาเฟซเท่านั้น แต่ยังเห็นว่าเขาเป็นเหมือนญาติพี่น้อง และในเวลาเดียวกันก็เริ่มโปรดปรานการทำนายโชคชะตาด้วยการถามฮาเฟซมากขึ้น ผมไม่เชื่อในเรื่องของโชคชะตาหรือพรหมลิขิต และไม่มีทางที่จะยึดมั่นคำทำนายของกวีเอกผู้นี้เป็นวิธีการแก้ปัญหาได้สารพัดอย่าง แต่กระนั้นด้วยจิตวิญญาณของความเป็นชาวอิหร่าน ผมพบว่าตัวเองต้องหันมาพึ่งเขาทุกเมื่อ เมื่อมีปัญหาร้อนใจ หรือจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาในเรื่องที่ละเอียดอ่อน

แน่นอน ผมค่อนข้างรู้สึกผิดหวังตอนที่ฮาเฟซทำนายว่า อิหร่านจะไม่ชนะอาร์เจนตินา แต่ผมก็มีความสุขและความสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อกวีเอกผู้นี้บอกกับผมว่า ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี