นักวิจัยเสนอรัฐบาลอังกฤษเก็บภาษีเนื้อแดง เพื่อสุขภาพประชาชน

Getty Images

นักวิจัยเสนอรัฐบาลอังกฤษเก็บภาษีเนื้อแดง เพื่อสุขภาพประชาชน – BBCไทย

นักวิจัยบอกว่าถ้ามีการเก็บภาษีเนื้อแดงจะช่วยลดจำนวนการเสียชีวิตในอังกฤษได้เกือบ 6,000 รายต่อปี แต่ก็มีคำถามว่าควรเป็นหน้าที่ของนักการเมืองที่จะมากำกับว่าประชาชนควรกินอะไรหรือไม่ควรกินอะไรเพื่อสุขภาพหรือไม่

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดกล่าวว่ารัฐบาลควรจะพิจารณาใช้มาตรการทางภาษีที่จะทำให้เนื้อแดง อย่างเช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ หรือเนื้อหมู มีราคาสูงขึ้น เพื่อลดการบริโภคลง โดยที่พวกเขาเชื่อว่าน่าจะทำให้สามารถลดอัตราการตายของคนอังกฤษลงได้ รวมทั้งประหยัดงบประมาณมากกว่า 700 ล้านปอนด์ที่ใช้ในการดูแลปัญหาสุขภาพ

ทำไมเนื้อแดงจึงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าการกินเนื้อแดงจะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งเบาหวานด้วย

นักวิจัยเสนอรัฐบาลอังกฤษเก็บภาษีเนื้อแดง

SOPA Images/Getty Images

ในปี 2015 องค์การอนามัยโลกเตือนว่าเนื้อที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหาร อย่างเช่น เบคอน ไส้กรอก และแฮม สามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้ ส่วนเนื้อแดงที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการถนอมอาหารก็อาจจะทำให้ความเสี่ยงต่อสุขภาพเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

การที่กินเนื้อแดงเข้าไปมาก ๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนเท่านั้น นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดชี้ว่าผู้ที่ชอบกินเนื้อกำลังสร้างปัญหาให้กับเศรษฐกิจของชาติ เพราะเมื่อประชาชนเจ็บป่วยก็หมายความว่าจะขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพ และยังเป็นภาระของระบบสาธารณสุขแห่งชาติ

ขณะเดียวกันก็มีกระแสแนวคิดที่กำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่าการกินเนื้อแดงอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะว่ากระบวนการผลิตเนื้อแดง โดยเฉพาะการเลี้ยงซึ่งต้องใช้พื้นที่ที่เป็นทุ่งหญ้าทำให้ต้องตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ รวมทั้งต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อลดบริโภคเนื้อแดงลงก็เท่ากับว่าได้มีส่วนช่วยลดปัจจัยที่ก่อให้เกิดโลกร้อนลง การเก็บภาษีจะช่วยได้อย่างไร

เนื้อ

Getty Images

นักวิจัยแนะนำว่าภาษีเนื้อแดงน่าจะช่วยลดปริมาณการบริโภคเนื้อที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหารลงได้สองส่วนของอาหารทั้งหมดที่บริโภคในหนึ่งสัปดาห์ ในประเทศที่มีรายได้สูง ส่วนในสหราชอาณาจักร รายงานแนะนำว่าควรจะเก็บภาษีเนื้อแดงเพิ่ม 14% และเนื้อที่ผ่านกระบวนการเพิ่มขึ้น 79% หมายความว่าราคาของเนื้อเซอร์ลอยน์ของเทสโก้ควรจะขึ้นจาก 3.80 ปอนด์ มาเป็น 4.33 ปอนด์

สำหรับไส้กรอกหนึ่งซองที่มี 8 ชิ้นจากร้านค้าปลีกเซนสบิวรีก็น่าจะมีราคาเพิ่มจาก 1.50 ปอนด์ เป็น 2.69 ปอนด์ เคยมีข้อเสนอที่คล้ายคลึงกับนี้หรือไม่

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ประกาศใช้ภาษีน้ำตาลกับบรรดาเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตต้องจ่ายภาษีเพิ่มมากขึ้นสำหรับเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลมาก เมื่อภาษีประกาศใช้ ผู้ผลิตเครื่องดื่มก็พากันลดน้ำตาลในเครื่องดื่มของตนเองลงมาเพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีในราคาแพง แต่ว่าจะส่งผลให้ผู้บริโภคลดการซื้อเครื่องดื่มที่หวานมากหรือไม่นั้นก็ยังคงต้องรอดูกันต่อไป

นโยบายนี้คล้ายคลึงกับการเก็บค่าถุงพลาสติกใส่ของ อันเป็นการใช้มาตรการราคาเป็นแรงจูงใจให้ผู้บริโภคเลิกใช้ถุงพลาสติกหรือใช้ให้น้อยลงเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

เสียงวิพากษ์วิจารณ์

ภาษีเนื้อแดง

Getty Images

ความพยายามของรัฐบาลที่จะบอกประชาชนว่าควรจะทำอะไร ไม่ควรทำอะไรไม่ให้ผลดีในทุกครั้ง คริสโตเฟอร์ สโนว์ดอน จากสถาบันกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กล่าวว่าการเก็บภาษีอาหารเป็น “แนวรบใหม่ของรัฐแบบพี่เลี้ยง” ที่คอยกำกับพลเมืองในทุกฝีก้าว

เมื่อเดือนที่แล้ว แคลร์ เพอร์รี่ จากกระทรวงนโยบายธุรกิจ พลังงานและอุตสาหกรรม บอกกับบีบีซีนิวส์ว่ารัฐบาลไม่ควรจะมีหน้าที่ไปบอกประชาชนว่าพวกเขาไม่ควรกินเนื้อหรือมันฝรั่งทอด แม้ว่ามันจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมต่อตาม

สโนว์ดอนบอกด้วยว่ามันดู “ไร้สาระ” ที่จะทำให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มขึ้นสูงขึ้นด้วยภาษีเนื้อแดง นอกจากนี้ก็มีความกังวลว่าภาษีนี้ก็อาจจะส่งผลถึงคนที่มีรายได้น้อย และก็ยังมีคำถามด้วยว่าจะได้ผลดังที่คาดไว้ไหม ราคาก็อาจจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเก็บภาษี แต่มันจะทำให้คนชอบกินเนื้อละเลิกไม่ซื้ออาหารที่พวกเขาชอบได้หรือ