มวยเด็ก : ปัญหาสิทธิเด็กใต้เงาวัฒนธรรม บนประโยชน์ธุรกิจแสนล้าน

วิจัย Child Watch Project โดยสถาบันรามจิตติ ระบุว่า สาเหตุหลักที่เด็กตัดสินใจชกมวย เนื่องจากต้องการหาเงินส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่และครอบครัว รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา / AFP

มวยเด็ก : ปัญหาสิทธิเด็กใต้เงาวัฒนธรรม บนประโยชน์ธุรกิจแสนล้าน – BBCไทย

มวยเด็ก – การเสียชีวิตของนักมวยเด็กวัย 13 ปี เมื่อวันที่ 11 พ.ย. จากสาเหตุเลือดคั่งในสมอง หลังขึ้นชกบนสังเวียนใน จ.สมุทรปราการ คือ บทสะท้อนปัญหาสิทธิเด็กที่สังคมยอมหลับตาข้างหนึ่ง ด้วยข้ออ้างว่าเป็นเหตุผลทางวัฒนธรรมเพื่อแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม ขณะที่กลไกธุรกิจมวยไทยมูลค่ากว่าแสนล้านต่อปียังไม่สามารถการันตีความปลอดภัยให้กับนักมวยเด็กได้

เพชรมงคล ป. พีณภัทร หรือ ด.ช.อนุชา ทาสะโก อายุ 13 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 พ.ย. จากสาเหตุเลือดคั่งในสมอง หลังขึ้นชกบนสังเวียนใน จ.สมุทรปราการ อาจจะเป็นแค่เรื่องไฟไหม้ฟางเท่านั้น หากว่าธุรกิจมวยไทย ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละกว่าแสนล้านบาทและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางกฎหมายไม่ลุกขึ้นมาแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของเด็ก

แม้ว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมา คนในวงการมวยและผู้ยกร่างพระราชบัญญัติมวยฉบับใหม่เห็นต่างกันในเรื่องการกำหนดอายุขั้นต่ำของนักมวยเด็ก แต่ดูเหมือนว่าการเสียชีวิตของนักมวยเด็กคนนี้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มเห็นตรงกันว่า ระบบมวยไทยในปัจจุบัน ยังมีช่องโหว่ ที่จะกลายเป็นสิ่งบั่นทอนทั้งวงการในอนาคต รวมทั้งความปลอดภัยของเด็ก

ผู้เชี่ยวชาญในวงการมวยยอมรับว่า ทัศนคติของผู้ปกครองของนักมวยเด็ก บวกกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม รวมทั้งสภาพแวดล้อมธุรกิจมวยในต่างจังหวัดมีส่วนที่ทำให้ ค่ายมวยและผู้จัดการแข่งขันอาจจะละเลยความปลอดภัยของนักมวยเด็ก โดยพุ่งเป้าไปยังชัยชนะและเงินรางวัล โดยขาดองค์ความรู้

การเสียชีวิตของ ด.ช.อนุชา จึงจุดประกายคำถามขึ้นอีกครั้งว่า เหมาะสมหรือไม่ที่ให้เด็กเข้าชกมวยซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องปะทะกัน มีอุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด รวมทั้งได้รับการประเมินสถานการณ์ทันท่วงทีหรือไม่

ผลประโยชน์มาก่อนความปลอดภัย-สิทธิเด็กหรือไม่?

อีกหนึ่งคำถามของผู้คร่ำหวอดในวงการมวยบอกกับบีบีซีไทยคือ ในการแข่งขันชกมวยดังกล่าว มาตรฐานของเวทีและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสิน ณ สถานการณ์นั้นเพียงพอหรือไม่

“ในฐานะที่เป็นผู้หญิง ที่มีความเป็นแม่ ที่อยู่ในวงการมวยมากว่า 30 ปี รู้สึกเสียใจสิ่งที่เกิดขึ้นหากมีลูกอยู่ในวัยกำลังเติบโตแบบนั้น แต่ก็พอเข้าใจได้สังคมแบบนี้ ว่าการฝึกมวยเป็นสิ่งที่ดี เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ การรักกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่อยู่บนการขาดองค์ความรู้” ปริยากร รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์หญิง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท วันทรงชัย จำกัด กล่าว

โปรโมเตอร์หญิงรายนี้บอกว่า การฝึกมวยเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 – 6 ขวบ แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เรียนรู้เร็ว แต่หากไม่มีใครช่วยให้แนวทางที่ถูกต้องและปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง

“หากมองในภาพรวมระบบของมวยไทย ยังมีช่องโหว่ตรงที่ว่า ให้เด็กขึ้นชก โดยไม่ได้มีการเข้มงวดมากนัก ทั้งในเรื่อง กฎกติกา การกำหนดระยะพักฟื้น การขออนุญาตในการแข่งขัน เป็นการขึ้นทะเบียนนักมวย” เธอกล่าว

“ขาวผ่อง สิทธิชูชัย” หรือ ทวี อัมพรมหา เลขาธิการสมาคมมวยไทยนายขนมต้ม ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยในทำนองเดียวกันว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นสิ่งที่วงการมวยต้องตื่นตัว โดยเฉพาะเรื่องของการตัดสิน การใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาตร์การกีฬาและอุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสม รวมถึงการทำหน้าที่ของแพทย์สนาม และผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินว่ามีความสามารถในการประเมินสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือป้องกันมวยเด็กที่เสียชีวิตเพียงพอหรือไม่

สมศักดิ์ ดีรุจิเจริญ ผู้ฝึกสอนมวยไทย ชมคลิปวิดีโอการชกครั้งสุดท้ายของน้องอนุชา ทาสะโก นักมวยเด็กวัย 13 ปี ระหว่างร่วมงานศพของน้องอนุชาที่วัดใน จ.สมุทรปราการ

Getty Images
สมศักดิ์ ดีรุจิเจริญ ผู้ฝึกสอนมวยไทย ชมคลิปวิดีโอการชกครั้งสุดท้ายของน้องอนุชา ทาสะโก นักมวยเด็กวัย 13 ปี ระหว่างร่วมงานศพของน้องอนุชาที่วัดใน จ.สมุทรปราการ

อดีตนักชกเหรียญเงินโอลิมปิก พ.ศ. 2527 ยังตั้งคำถามว่า ความไม่ใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยของเด็กอาจจะมาจากความต้องการเอาผลประโยชน์จากการแข่งขันมากเกินไปหรือไม่

หากถามว่าเหตุเศร้าสลดนี้เป็นความผิดพลาดของผู้ปกครองและความผิดพลาดของการบังคับใช้กฏหมายหรือไม่ เว็บไซต์ข่าวสด อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ค่ายเพชรยินดี ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เรามีกฎหมายก็จริง แต่คนบังคับใช้กฎหมายไม่มีอำนาจเพียงพอจะดูแลควบคุมได้ทั่วทั้งประเทศ ควบคุมได้แค่กรุงเทพฯ ในเวทีมาตรฐานอย่าง ลุมพินี หรือ ราชดำเนินเท่านั้น และพอไปเวทีต่างจังหวัด แต่ละจังหวัดก็จะมี เจ้าหน้า กกท. เพียงจังหวัดละ 1 คน ของสำนักงานกีฬามวย ซึ่งไม่เพียงพออยู่แล้วที่คน 1 คนจะดูแล 1 จังหวัด เขาก็ไม่ไปขออนุญาตอะไร เขาก็จัดชกกันไป นั่นคือปัญหา”

“มวยเด็ก” ทางเลือกแก้จน?

เหตุผลหนึ่งที่คนในวงการมวยที่ออกมาคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.มวย ฉบับใหม่ โดยเฉพาะในหัวข้อการกำหนดให้ 15 ปีให้เป็นอายุขั้นต่ำของนักมวยอายชีพนั้น ก็คือพวกเขาเชื่อว่า นี่เป็นการตัดโอกาสการหารายได้และการพัฒนาความสามารถนักมวย เพราะยิ่งฝึกเร็วยิ่งมีโอกาสในการประสบความสำเร็จ

เลขาธิการสมาคมมวยไทยนายขนมต้ม ซึ่งไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว ชกมวยอาชีพ เนื่องจากว่า จากประสบการณ์เขาคือ 99% ของนักมวยไทยและนักมวยโอลิมปิกเริ่มชกตั้งแต่อายุยังน้อย

นอกจากนี้เขายังบอกว่า มวยไทยเป็นกีฬาที่เข้าถึงได้สำหรับผู้มีฐานะยากจน เพียงมีกางเกงตัวเดียวก็สามารถเข้าฝึกมวย ในขณะที่กีฬาประเภทอื่นๆ เช่น กอล์ฟ เทควันโด หรือฟุตบอล มีต้นทุนสูง

เขาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ตรงก่อนที่จะมาประสบความสำเร็จเป็นแชมป์โลก และคว้าเหรียญเงินโอลิมปิกใน พ.ศ. 2527 ว่า “ณ ตอนนั้น ผมไม่ทางเลือก พ่อผมตายตั้งแต่ ป.4 และต้องกัดฟันเรียนและต่อยมวยไปด้วยจนสำเร็จการศึกษาระดับ ป.7 แม่ผมก็ลำบาก มวยเท่านั้น เป็นวิถีทางเดียว แต่ก็ได้ผลเกินคาด ต่อยครั้งแรก ๆ ได้ 90 บาทต่อครั้ง จนหาเงินได้เป็นแสนบาท ซึ่งมากกว่าแม่ทำงานทั้งปี”

ส่วนสมัยนี้เขาอธิบายว่า อาจจะดีกว่าสมัยนั้นไม่มาก นักมวยก็ยังลำบากไม่ต่างจากผม แต่ก็ต้องส่งตัวเองเรียนหนังสือ ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมว่า “เป็นผลของการกระจายเรื่องความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจและการศึกษาไม่เท่าเทียมกัน”

TCIJ อ้างผลการวิจัย Child Watch Project โดยสถาบันรามจิตติ พบว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ชกมวยไทยบนเวทีอาชีพตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น สถานศึกษาและสถานที่ราชการจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีถิ่นฐานอยู่ในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณเกือบ 8,000 คน ซึ่งการขึ้นชกแต่ละครั้งเด็กจะได้รับเงิน 50-600 บาท และต้องหักให้ค่ายมวยครึ่งหนึ่ง โดยสาเหตุหลักที่เด็กตัดสินใจชกมวย เนื่องจากต้องการหาเงินส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่และครอบครัว รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา

วัฒนธรรมแปลงร่างสู่ผลประโยชน์ธุรกิจแสนล้าน

มวยเด็กเป็นส่วนหนึ่งของมวยไทย วัฒนธรรมและศิลปะของการต่อสู้ของไทยมีที่อายุหลายร้อยปี แต่ในปัจจุบันได้พัฒนากลายเป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าจับตาและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี ซึ่งรัฐบาลไทยก็ให้ความสำคัญในการส่งเสริมให้เป็น “คลัสเตอร์มวย” ในการขับเคลื่อนทั้งในเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศไทย

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า มูลค่าของมวยไทยที่เกิดขึ้นทั้งในด้านกีฬาอาชีพ กีฬาเพื่อสุขภาพ สินค้าสนับสนุน สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี

มวยเด็ก
มีการคาดการณ์ว่าธุรกิจมวยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ปีละ 1 แสนล้านบาท Getty Images

จากความต้องการในการตอบสนองทางธุรกิจมวยไทย ผู้เชี่ยวชาญในวงการมวยรายหนึ่งบอกว่า การสร้างนักกีฬามวยด้วยการเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังเด็กตามกรอบเดิม ๆ ด้วยวิธีการฝึกฝนแบบลูกทุ่ง ๆ หรือการหาประสบการณ์ตามค่ายมวยภูธรและการชกตามงานวัดก็ยังคงจะเป็นโรงงานผลิตนักมวยรุ่นใหม่ เพื่อป้อนระบบ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่ไม่ยั่งยืน

“ในระยะยาว หากไม่มีการวางยุทธศาสตร์ให้ดี นำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬา และการพัฒนาสายอาชีพอย่างจริงจัง หากพึงพิงระบบกรอบเดิม นักมวยรุ่นใหม่ก็จะสู้กับต่างชาติไม่ได้เพราะเขานำเอาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการที่ถูกต้องมาในการพัฒนาสมรรถนะของนักมวย” แหล่งข่าวคนดังกล่าวบอก

เร่งขับเคลื่อนเปลี่ยน พ.ร.บ.มวยเพื่อพิทักษ์สิทธิเด็ก

หลังพบว่า “มวยเด็ก” คือสิ่งที่สังคมจะต้องแก้ไข หลายฝ่ายทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายวิชาการ การแพทย์ รวมทั้งองค์การนานาชาติเริ่มข้ามามีบทบาทในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ล่าสุด กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูนิเซฟเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายให้ออกกฎหมายที่จะช่วยปกป้องประโยชน์สูงสุดของเด็ก หลังการเสียชีวิตของนักมวยเด็ก

“เราต้องมองว่าพวกเขาเป็นเด็ก มากกว่าจะเป็นนักมวย” องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ทูตสันถวไมตรีขององค์กร แถลงทางทวิตเตอร์ในวันที่ 14 พ.ย.

“องค์การยูนิเซฟขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียของครอบครัวของน้องอนุชา และขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายให้ออกกฎหมายที่จะช่วยปกป้องประโยชน์สูงสุดของเด็ก”

https://twitter.com/UNICEF_Thailand/status/1062542815211614208

ในขณะนี้อยู่ระหว่างที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาร่าง พ.ร.บ. มวยฉบับใหม่ เพื่อปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับเดิมที่ประกาศใช้มาแล้วตั้งแต่ ปี 2542

โดยในวันนี้ ( 15 พ.ย.) นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา ของ สนช. พร้อมด้วย พล.อ. อดุลยเดช อินทะพงษ์ กรรมาธิการ ได้ชี้แจงผลหารือการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กีฬามวยว่า ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ หากคณะรัฐมนตรี เสนอร่างพระราชบัญญัติกีฬามวย มายัง สนช. ได้ทันตามกำหนด

สนช. จะสามารถเร่งพิจารณาออกเป็นกฎหมายได้ในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อให้เป็นกฎหมายที่ควบคุมการชกมวยเด็ก โดยห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีขึ้นชกมวยเด็ดขาด ป้องกันเกิดปัญหาเสียชีวิตจากการชกมวยและมีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม แต่จะอนุญาตเฉพาะเด็กที่มีความพร้อมอายุ 12-15 ปี

เขายังกล่าวด้วยว่า สนช. มีความเป็นห่วงเพราะจากการศึกษาพบตัวเลขมวยเด็กมีมากถึง 1 แสนคน ที่ไม่ได้รับการควบคุมเนื่องจากพระราชบัญญัติกีฬามวยฉบับเดิมหละหลวม แม้จะมีการห้ามเด็กต่ำกว่า 15 ปีขึ้นชกแต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง ทำให้เยาวชนที่ชกมวยไม่ได้รับการฝึกอย่างถูกต้องตามช่วงวัยที่เหมาะสม จนส่งผลกระทบต่อสมองของเด็กในระยะยาว

กรรมาธิการเห็นว่าควรใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาดูแลเรื่องนี้ให้มวยเด็กมีมาตรฐานมากขึ้นและเป็นไปตามหลักสากลมากขึ้น เพราะปัญหามวยเด็กยังส่งผลถึงการใช้แรงงานเด็กจนถึงขั้นเคยทำให้ไทยเคยถูกจัดอันดับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ขั้นต่ำในระดับเทียร์3 มาแล้ว

นายตวงยืนยันว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นการกีดกันมวยเด็ก ซึ่งในชั้นการพิจารณาเปิดโอกาสให้ตัวแทนค่ายมวยมาร่วมเป็นกรรมาธิการด้วยเพื่อจะได้ให้ความเห็นและทำความเข้าใจถึงความจำเป็นในการควบคุม ที่ผ่านมาค่ายมวยต่าง ๆ เกิดขึ้นจากประสบการณ์ของนักมวยรุ่นพี่ทำให้กีฬามวยไม่ได้มาตรฐาน

ขณะเดียวกัน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้รวบรวมรายชื่อประชาชนผ่านเว็บไซต์ Change.org เพื่อขอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. มวย ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในการพิจารณาในชั้นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ขณะนี้มียอดรายชื่อผู้ร่วมทั้งหมดราว 2,300 กว่ารายชื่อจากเป้าหมาย 2,500 รายชื่อ โดยตอนหนึ่งในการเสนอเรื่องนี้ ระบุว่า ปัจจุบันมีนักมวยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีมากกว่าหนึ่งแสนคน ซึ่งต้องเดินสายขึ้นชกอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งชกเดิมพัน ชกชิงเงินรางวัลตามเวทีงานวัด งานเทศกาลต่าง ๆ โดยอายุน้อยสุดที่พบคือ 4 ขวบ นักมวยเด็กเหล่านี้จะได้รับความกระทบกระเทือนจากการโดนชกที่ศีรษะอย่างน้อย 20 หมัดต่อไฟต์ ซึ่งสูงสุดที่เคยนับได้คือ 40 ครั้ง ต่อ 1 ยก หรือ ประมาณ 2 นาที (มวยเด็กชก 3 ยก ยกละประมาณ 2 นาที ) โดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน

รศ.นพ.อดิศักดิ์เป็นหนึ่งในคณะวิจัยสมองของนักมวยเด็กจากโครงการวิจัยและติดตามกลุ่มนักมวยเด็ก ที่ศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้า (ไอแมค) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ การชกมวยในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีผลต่อสมองของเด็กหรือไม่ โดยใช้เวลา 2 ปีในการติดตามผล มีจำนวนกลุ่มตัวอย่างเป็นนักมวยเด็กจำนวน 200-250 คน เปรียบเทียบกับเด็กที่มีอายุและฐานะทางบ้านเท่ากัน

โดยผลการวิจัยพบว่ากลุ่มนักมวยเด็กมีเลือดออกในสมองจากการถูกชกหัว ทำให้มีธาตุเหล็กสะสม ซึ่งเป็นสารพิษต่อเนื้อสมอง เซลล์สมองและใยประสาทฉีกขาดและถูกทำลาย ทำให้สมองไม่สามารถสั่งการได้ตามปกติ การทำงานของสมองด้านความจำลดลง อาจนำไปสู่อาการบกพร่องทางปัญญา หรือภาวะสมองเสื่อมได้ ระดับสติปัญญา หรือ IQ ของเด็กที่ชกมวยน้อยกว่าของเด็กทั่วไป

นอกจากจะพบว่า ระดับสติปัญญายังลดลงอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาในการชก แล้ว ยังผลจากการบาดเจ็บของสมองนักมวยเด็กยังส่งผลต่อการศึกษาและการดำรงชีวิตของเด็กในอนาคตอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้สุดเวทนา! ทารกน้อย ถูกทิ้งหลังป่าช้า สภาพสมบูรณ์ ยังไม่ตัดสายสะดือ
บทความถัดไปปตท. อัดกองทุนเก็งกำไรน้ำมันระยะสั้นดันราคาพุ่ง ชี้ปัจจัยเสี่ยงรุมกดดันราคาปี’62