อังกฤษ : ตำนานวิญญาณหลอนที่หอคอยแห่งลอนดอน

ตำนานวิญญาณหลอนที่หอคอยแห่งลอนดอน – BBCไทย

ในอังกฤษมีสถานที่หลายแห่งที่ว่ากันว่ามีคนเคยเห็นวิญญาณของคนที่ตายไปแล้วมาหลอกหลอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโบราณสถานสำคัญ ๆ เช่นป้อม วัง หรือหอคอยโบราณ และ หอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London) ก็เป็นโบราณสถานอีกแห่งที่ร่ำลือกันว่า “ผีดุ”

หอคอยแห่งลอนดอนสร้างมาเกือบพันปีแล้ว เป็นโบราณสถานที่มีประวัติเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขึ้นครองราชย์ การแย่งชิงราชบัลลังก์และการสร้างชาติของอังกฤษ ที่นี่เคยใช้เป็นทั้งพระราชวัง ป้อมปราการ ที่คุมขังนักโทษ และเป็นลานประหาร

ผีที่ร่ำลือกันและมีคนกล่าวอ้างว่ามาปรากฏกายให้เห็นนั้น โดยมากมักเป็นวิญญาณของขุนนางและสมาชิกราชวงศ์ที่ต้องมาจบชีวิตลงที่ป้อมแห่งนี้ ส่วนใหญ่จากไปแบบ “ตายโหง”

ความที่ใช้เป็นที่คุมขังนักโทษและลานประหารนี่เอง ทำให้หอคอยแห่งลอนดอนมีประวัติที่ชวนให้ขนลุกและน่าสยดสยองพ่วงเข้าไปด้วย

ตึกหลังหนึ่งในหอคอยแห่งลอนดอนซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญกันมากคือ Bloody Tower หรือ หอคอยเลือด

'This print was published in the book Views of London by Achille Louis Martinet, ca. 1862.

Getty Images
หอคอยแห่งลอนดอนสร้างขึ้นโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษในปี ค.ศ. 1078

เจ้าชายน้อย

Bloody Tower เคยใช้เป็นที่ประทับและคุมขังเจ้าชายสองพระองค์ คือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้า พระชนมพรรษา 12 พรรษา กับ เจ้าชายริชาร์ด ดยุคแห่งยอร์ก พระอนุชา พระชันษา 9 ปี

ห้องที่ว่ากันว่าเจ้าชายทั้งสองพระองค์ทรงใช้บรรทมก่อนถูก “อุ้ม” หายไปอยู่บนชั้นสองของ Bloody Tower บันไดหินที่พาวนขึ้นไปค่อนข้างแคบ ตัวห้องซึ่งอยู่พ้นบันไดไปมีขนาด 4 คูณ 5 เมตร มีผนังสีขาว

ฟิล วิลสัน เจ้าหน้าที่ประจำหอคอยแห่งลอนดอนซึ่งพักอยู่ในบริเวณหอคอย เล่าว่าทำไมคนถึงเชื่อว่าวิญญาณเจ้าชายทั้งสองยังคงวนเวียนอยู่ในหอคอยเลือดแห่งนี้

“ที่ Bloody tower มีคนเคยเห็นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้ากับเจ้าชายริชาร์ด พระอนุชาเป็นบางครั้งบางครา ทั้งสองพระองค์ทรงชุดบรรทมสีขาว จับพระหัตถ์กัน ทรงยืนนิ่ง ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ เลือนหายเข้าไปในผนังห้อง บ้างก็มีรายงานว่าเห็นเด็กผู้ชายสองคนวัยไล่เลี่ยกัน เล่นตามประสาเด็กตามที่ต่าง ๆ ภายในหอคอย ว่ากันว่าริชาร์ด ดยุค แห่งกลอสเตอร์ พระปิตุลาทรงสั่งฆ่าเจ้าชายทั้งสองเพื่อจะได้ขึ้นครองราชย์แทน”

The Princes in the Tower, Edward V (1470-circa 1483) and his brother Richard (1473-ca 1483), sons of Edward IV of England and Elizabeth Woodville. Painting by Paul Delaroche (1797-1856), 1831, oil on canvas, 181x215 cm. Paris, Musée Du Louvre

Getty Images
ภาพวาดเจ้าชายในหอคอย (The Princes in the Tower) จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส

ตามประวัติ หลังจากที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สี่ พระราชบิดาของเจ้าชายทั้งสองเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 1483 ริชาร์ด ดยุคแห่งกลอสเตอร์ ที่เป็นพระปิตุลา ทรงขึ้นทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและได้พาเจ้าชายน้อยทั้งสองไปประทับที่หอคอยแห่งลอนดอน

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงเตรียมเข้าพิธีราชาภิเษกเป็นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้า แต่ท้ายที่สุด คนที่ได้นั่งบัลลังก์กลับเป็นพระปิตุลาซึ่งขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าริชาร์ดที่สาม

ตอนนั้น เจ้าชายทั้งสองยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ แต่จากนั้นก็หายไปอย่างเป็นปริศนา

ห้องชั้นสองใน Bloody Tower ที่ว่ากันว่าเป็นห้องเกิดเหตุ มีวิดิโอสั้น ๆ จากภาพยนตร์ของเซอร์ลอว์เรนส์ โอลิเวียร์ ที่สร้างเมื่อปี 1955 เกี่ยวกับการหายไปของเจ้าชายทั้งสอง

ในหนังดังกล่าว พระปิตุลาของเจ้าชายทรงสั่งให้มหาดเล็กคนสนิทเอาหมอนปิดปากปิดจมูกเจ้าชายทั้งสองขณะกำลังบรรทม

เมื่อปี 1674 ช่างซึ่งกำลังทุบบันไดหินทางใต้ของ White Tower หรือ หอคอยขาวในหอคอยแห่งลอนดอน พบหัวกะโหลกเด็กสองหัว

ตอนนั้นคนเชื่อว่าเป็นกะโหลกของเจ้าชายทั้งสองและพระเจ้าชาร์ลส์ที่สองที่ครองราชย์อยู่ ทรงสั่งให้นำกระดูกไปผังที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์

แต่จนถึงทุกวันนี้ก็พิสูจน์ได้เพียงแต่ว่ากะโหลกที่พบเป็นของเด็กอายุราว 10 ขวบ

painting of Britain's King Richard III by an unknown artist is displayed in the National Portrait Gallery in central London

Getty Images
ว่ากันว่าพระเจ้าริชาร์ดที่สามทรงสั่งสังหารพระภาติยะ (หลาน) ทั้งสองเพื่อจะได้ขึ้นครองราชย์

ขาประจำ

วิญญาณที่เล่าขานกันว่ามาปรากฏกายให้เห็นบ่อย ๆ ที่หอคอยแห่งลอนดอนคือวิญญาณของพระนางแอนน์ โบลีน มเหสีองค์ที่ 2 ในพระเจ้าเฮนรีที่แปด ซึ่งถูกบั่นพระเศียรเมื่อปี 1536 โดยบางครั้งมาแบบผีหัวขาดด้วย

ฟิล วิลสัน เจ้าหน้าที่ประจำหอคอยแห่งลอนดอนเล่าว่า

“มีคนเจอพระนางแอนน์ โบลีน หลายจุดทั้งที่ Tower Green ในควีนส์เฮาส์ ซึ่งว่ากันว่าเป็นสถานที่พระนางประทับก่อนถูกประหาร หลังถูกกล่าวหาว่าทรงสมคบชู้และเป็นกบฎ แต่พระนางทรงร้องขอพระเจ้าเฮนรีพระสวามี ไม่ให้ใช้ขวานตามธรรมเนียมอังกฤษเพราะทรงหวาดกลัวมาก ทรงขอให้ใช้ดาบตามธรรมเนียมฝรั่งเศส พระเจ้าเฮนรีทรงทำตามพระประสงค์สุดท้ายของพระราชินี ทรงจ่ายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์นำเพชฌฆาตมาจากเมืองคาเลส์ในฝรั่งเศส ว่ากันว่าเพชฌฆาตคนนี้ฝีมือแม่นมากฟันฉับเดียวพระเศียรหลุดทันที แต่พอเพชฌฆาตยกพระเศียรขึ้นชู พระเนตรของพระนางยังลืมอยู่และพระโอษฐ์ก็ขมุบขมิบ ผู้คนที่ไปดูการประหารเชื่อว่าพระนางทรงสาบแช่ง”

ในอังกฤษ ดูเหมือนจะมีพระนางแอนน์ โบลีน เพียงพระองค์เดียวที่ถูกประหารชีวิตด้วยการใช้ดาบบั่นพระเศียร นอกนั้นใช้ขวานตามธรรมเนียม

A late 16th century portrait of Anne Boleyn (c.1500-1536) by an unknown artist on display at the National Portrait Gallery in London, England.

Getty Images
กษัตริย์เฮนรีทรงกล่าวหาว่าพระราชินีแอนน์ทรงสมคบชู้และเป็นกบฎ จึงสั่งประหารชีวิตโดยการตัดคอที่หอคอยแห่งกรุงลอนดอนเมื่อปี ค.ศ. 1536

จุดประหารมีชื่อว่า ทาวเวอร์กรีน เป็นสนามหญ้าอยู่ในเขตหอคอยแห่งลอนดอน ทุกวันนี้ทางหอคอยปรับพื้นที่ให้เห็นชัดเจนขึ้น ทำเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็ก ๆ มีรั้วกั้นเป็นสัดส่วน ตั้งตรงหน้าโบสถ์หลวง เซนต์ปีเตอร์ แอด วินชูลา (St Peter ad Vincula) พอดี

บริเวณนี้ยังเป็นที่ประหารเจ้านายชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคนรวมถึงพระนางแคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด มเหสีองค์ที่ 5 ในพระเจ้าเฮนรีที่แปดด้วย แต่ที่เฮี้ยนที่สุดคือวิญญาณของพระนางแอนน์ โบลีน

ฟิล วิลสัน เล่าให้ฟังเพิ่มจากประสบการณ์ของไกด์คนหนึ่งว่า

“มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งพานักท่องเที่ยวเข้าชมโบสถ์หลวงเซนต์ปีเตอร์ แอด วินชูลา พอบรรยายให้นักท่องเที่ยวฟังเสร็จก็ออกมาจากโบสถ์ มีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งถามขึ้นมาว่าตอนที่อยู่ในโบสถ์ ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังเป็นใคร ไกด์ก็ตอบกลับไปว่าไม่มีใครยืนอยู่ข้างหลังผมหรอก แต่นักท่องเที่ยวคนนั้นก็ยังคะยั้นคะยอ แถมอธิบายเพิ่มว่าผู้หญิงที่ยืนข้างหลังนั้นรูปร่างไม่สูงเท่าไหร่ ใส่ชุดดำและยืนอยู่ตรงหลุมฝังศพพระนางแอนน์ โบลีน”

อีกคนที่ถูกบั่นคอในต่างกรรมต่างวาระ แต่ตรงที่เดียวกับพระนางแอนน์ โบลีน คือเลดี้เจน เกรย์

ตำนานวิญญาณหลอนที่หอคอยแห่งลอนดอน
The Execution of Lady Jane Grey in the Tower of London in the Year 1554 by Paul Delaroche
Getty Images
เลดี้เจน เกรย์ ทรงเป็นราชินีอังกฤษนาน 9 วันในปี พ.ศ. 2096 พระนางแมรี่ทิวดอร์ทรงเป็นผู้สั่งประหาร

มีคนเห็นเลดี้เจน เกรย์ ครั้งล่าสุดเมื่อปี 1957 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 403 ปีที่พระนางถูกบั่นพระเศียร ยามสองคนเล่าว่าเห็นร่างในชุดสีขาวที่ชั้นใต้ดินของหอคอย

การประหารที่น่าสยดสยองมากครั้งหนึ่งคือการบั่นคอ มาการ์เร็ต โพล เคาน์เตสแห่งซอลส์เบอรี่ ฐานเป็นกบฎต่อแผ่นดิน

นางไม่ยอมคุกเข่าเอาหัววางลงที่แท่นประหารเพื่อให้เพชฌฆาตบั่นคอและพยายามจะหนี ด้านเพชฌฆาตก็เป็นมือใหม่ ต้องพยายามใช้ขวานตัดคอนางให้ขาด

ว่ากันว่าวันดีคืนดีโดยเฉพาะในวาระครบรอบวันที่นางถูกบั่นคน มักจะมีคนได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องและเสียงวิ่งหนีดังอยู่ในบริเวณหอคอย

ยอดเฮี้ยน

บริเวณที่ว่ากันว่ามีวิญญาณออกมาหลอกหลอนให้เห็นบ่อยที่สุดคือ Salt Tower ซึ่งในสมัยราชวงศ์ทิวดอร์ใช้เป็นที่คุมขังนักบวชคณะเยซูอิต

บริเวนชั้นบนของหอคอยจะเห็นร่องรอยที่นักโทษขีดเขียนตามผนังกำแพงด้วย

“ในบรรดาหอคอยทั้งหมดของหอคอยแห่งลอนดอน ว่ากันว่า Salt Tower เป็นหอคอยที่เฮี้ยนที่สุด มียามคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเขาพยายามจะขึ้นไปชั้นบนของหอคอย แต่ขึ้นไปไม่ได้ เหมือนกับว่ามีกำแพงมากั้น แต่ที่แปลกคือมองไม่เห็นกำแพง ก่อนนั้นมียามอีกคน ต้องตื่นขึ้นมาตอนดึกเพราะรู้สึกว่ามีอะไรมารัดคอ พ่อหนุ่มคนนี้ร้องเสียงหลงสุดชีวิต รีบวิ่งออกมาจากห้องพักทั้งในชุดนอน แล้วเล่าให้เพื่อนฟังอย่างละล่ำละลักว่ามีคนพยายามจะฆ่า หลังจากนั้น เขาก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปใน Salt Tower อีกเลย” ฟิล วิลสัน จากหอคอยแห่งลอนดอนเล่า

ในเอกสารที่ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่งให้ทางบีบีซี ยังขยายความน่าขนลุกของ Salt Tower เพิ่มเข้าไปอีก โดยบอกว่าพอตกดึก ไม่เพียงแต่คนเท่านั้นที่ไม่กล้าเข้าไปในหอคอยแห่งนี้ แม้แต่สุนัขก็ยังขยาด

บทความชิ้นนี้เผยแพร่ครั้งแรกทางเว็บไซต์เดิมของบีบีซีไทยเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2004

บทความก่อนหน้านี้พ่อค้าขายไก่ย่างเมา ใช้มีดปาดคอตัวเองดับ
บทความถัดไปการประชุมสุดยอดเอเปก จบลงโดยไม่มีแถลงการณ์ร่วมของผู้นำ เพราะสหรัฐฯ-จีนตกลงกันไม่ได้