ชะตากรรมนักฟุตบอลบาห์เรน ได้สถานะผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย แต่ถูกจับขณะเที่ยวไทย

ชะตากรรมนักฟุตบอลบาห์เรน ได้สถานะผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย แต่ถูกจับขณะเที่ยวไทย – BBCwmp

เป็นเวลา 9 วันแล้วที่นายฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรนที่ลี้ภัยทางการเมือง จากบ้านเกิดและได้การรับรองสถานะผู้ลี้ภัยจากสหประชาชาติให้พำนักในออสเตรเลีย ถูกควบคุมตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ในกรุงเทพฯ หลังจากที่เขาเดินทางจากออสเตรเลียมาเที่ยวที่ไทยพร้อมกับภรรยา เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา

ที่ผ่านมาสื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานข่าวว่านายอัล อาไรบี ถูกจับกุมเนื่องจากมี “หมายแดง” ที่ออกโดยองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ อินเตอร์โพล ให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกติดตามตัวมารับโทษในบาห์เรน

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้ว่ารัฐบาลบาห์เรนได้พูดคุยกับรัฐบาลไทยตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเดินทางมายังไทย

“ผมรู้สึกช็อคมากกับข่าวนี้ และโมโหมาก ไม่รู้ว่าทำไม [รัฐบาลบาห์เรน] ถึงทำอย่างนี้กับผม” นายอัล อาไรบี กล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ผ่านล่ามภาษาอาราบิกในวันที่ 5 ธ.ค. ในขณะถูกควบคุมตัวที่สถานกักกันของ สตม. สวนพลู ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา

“ผมก็แค่นักฟุตบอลคนหนึ่ง ไม่ได้สังกัดฝ่ายการเมืองฝ่ายใด และไม่ได้ทำกิจกรรมทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น”

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวกับบีบีซีไทยว่า โดยปกติแล้ว วิธีปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกคุมตัวตามบัญชีรายชื่อของอินเตอร์โพล คือ ต้องห้ามเข้าประเทศและผลักดันกลับประเทศที่อยู่ก่อนหน้านี้ แต่สาเหตุที่ สตม. กักตัวนายอัล อาไรบี ไว้ เนื่องจากกระทรวงต่างประเทศได้ทำหนังสือถึง สตม. ให้กักตัวบุคคลดังกล่าว โดยก่อนหน้านั้นได้มีการประสานทางโทรศัพท์ตั้งแต่ก่อนที่ อัล อาไรบี จะเดินทางมาถึงไทย

“ทางประเทศบาห์เรนรู้ว่าจะมาประเทศไทยวันนี้ [วันที่ 27 พ.ย.] จึงประสานกับปลัดกระทรวงต่างประเทศ ให้กักตัวเพื่อตรวจสอบหมายว่ามีหมายจับจากทางบาห์เรนหรือไม่” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องปกติและที่ผ่านมาเคยมีคำขอดังกล่าวมาจากกระทรวงต่างประเทศ

บีบีซีไทยได้พยายามติดต่อสถานทูตบาห์เรนประจำประเทศไทยผ่านทางโทรศัพท์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากเป็นวันหยุด

ชะตากรรมนักฟุตบอลบาห์เรน
นายอัล อาไรบี ขณะถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ
BAHRAIN INSTITUTE FOR RIGHTS AND DEMOCRACY
นายอัล อาไรบี ขณะถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ในขณะที่รอการตรวจสอบคำขอผู้ร้ายข้ามแดนและหมายจับโดยกระทรวงต่างประเทศ สตม. มีอำนาจกักตัว 48 ชม. ในครั้งแรก และมีอำนาจกักตัวเพิ่มได้อีกเจ็ดวันในกรณีที่เอกสารยังไม่ครบถ้วน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สตม. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการเพื่อควบคุมตัว อัล อาไรบี เพิ่มอีก 12 วัน ซึ่งหากกระทรวงต่างประเทศตรวจสอบเอกสารและสามารถส่งคำขอผู้ร้ายข้ามแดนและหมายจับให้ สตม. ก่อนครบ 12 วัน สตม. จะส่งตัวบุคคลดังกล่าวให้พนักงานอัยการ เพื่อเข้าส่งกระบวนการศาลยุติธรรมไทยต่อไป

“ขณะนี้เร่งรัดให้กระทรวงต่างประเทศดำเนินการในการตรวจสอบเอกสารทั้งหมด และต้องส่งหมายจับของบาห์เรนมาให้ผม ถ้ายัง เมื่อครบ 12 วัน จะต้องปล่อยตัวกลับออสเตรเลีย” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

ขั้นตอนต่อไปของการส่งผู้ร้ายข้ามแดน คือ เอกสารจากกระทรวงต่างประเทศจะต้องยื่นให้สำนักงานอัยการ เมื่อศาลอาญากรุงเทพออกหมายจับชั่วคราว สตม. จะต้องจับตัว อัล อาไรบี ส่งไปที่ศาล เพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจว่าจะส่งไปประเทศใด โดยนายอัล อาไรบี สามารถยื่นคำร้องต่อศาลว่าจะขอกลับออสเตรเลียได้

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ยืนยันกับบีซีไทยว่า ฝ่ายไทยได้รับเอกสารจากฝ่ายบาห์เรนและอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการภายใต้กฏหมายที่เกี่ยวข้องของไทย

นายอัล อาไรบี ขณะถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ

BAHRAIN INSTITUTE FOR RIGHTS AND DEMOCRACY
นายอัล อาไรบี ขณะถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ

แม้ว่าอินเตอร์โพลได้ปลดหมายแดงของนายอัล อาไรบี แล้ว แต่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า บุคคลดังกล่าวยังมีหมายจับจากบาห์เรนอยู่

ไทยไม่มีมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับบาห์เรน

สำหรับ “หมายแดง” เป็นคำร้องเฉพาะกาลเพื่อขอให้จับบุคคลที่อยู่ระหว่างการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจะได้รับการประกาศโดยเลขาธิการอินเตอร์โพล ตามคำร้องของประเทศสมาชิก ซึ่งคำร้องดังกล่าวจะต้องอยู่บนฐานของการออกหมายจับระดับประเทศที่ถูกต้อง

บรูโน่ มิน ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายขององค์กรสิทธิมนุษยชน Fair Trials กล่าวกับบีบีซีไทยว่า นายอัล อาไรบี ไม่ควรมีหมายแดงของอินเตอร์โพลตั้งแต่แรก เนื่องจากอินเตอร์โพลมีนโยบายทางด้านผู้ลี้ภัยที่ระบุไว้ว่า การออกหมายแดงจะกระทำไม่ได้หากสถานะของผู้ลี้ภัยหรือผู้แสวงหาที่ลี้ภัยได้รับการยืนยัน นั่นแสดงให้เห็นว่าอินเตอร์โพลไม่มีศักยภาพในการตรวจสอบคำขอหมายแดง เพื่อที่จะไม่ให้ผู้ลี้ภัยได้รับผลกระทบ

หน่วยงานทางด้านสิทธิมนุษยชนต่างแสดงความเป็นห่วงว่า หากนายอัล อาไรบี ถูกส่งตัวกลับไปยังบาห์เรน จะถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม หรือซ้อมทรมาน ซึ่งการส่งกลับผู้ลี้ภัยไปยังสถานที่ที่เขาจะได้รับความเสี่ยงเหล่านี้ เป็นการละเมิดพันธสัญญาของประเทศไทยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งตั้งแต่ถูกควบคุมตัว รัฐบาลออสเตรีเลียเองก็ได้เรียกร้องให้ไทยส่งนายอัล อาไรบี กลับออสเตรเลีย เนื่องจากได้รับสถานะผู้ลี้ภัยแล้วในปีที่ผ่านมา

ประท้วงบาห์เรน

Getty Images
ผู้ประท้วงขับไล่รัฐบาลประเทศบาห์เรนในปี 2011

ในปี 2555 นายอัล อาไรบี ถูกจับกุมและซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่บาห์เรน เนื่องจากกิจกรรมทางการเมืองของพี่ชายในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลุกฮือต่อต้านรัฐบาลในตะวันออกลางหรือ “อาหรับสปริง” หลังจากนั้นก็ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์การซ้อมทรมานกับสื่อต่าง ๆ

“พวกเขาปิดตาผม” นายอัล อาไรบี กล่าวกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทสม์จากเมืองเมลเบิร์นในปี 2557 “พวกเขาจับผมแน่นมาก ๆ แล้วมีคนหนึ่งเริ่มทุบขาผมอย่างแรง แล้วก็พูดว่า ‘คุณจะไม่ได้เล่นฟุตบอลอีกต่อไป เราจะทำลายอนาคตคุณ'”

ในเดือน ม.ค. 2557 ศาลบาห์เรนอ่านคำพิพากษาลับหลังนาย อัล อาไรบี โดยศาลพิพากษาจำคุก 10 ปี ในข้อหาสร้างความเสียหายให้สถานีตำรวจ แต่เขาปฏิเสธ โดยอ้างว่า ขณะนั้นเป็นตัวแทนทีมชาติบาห์เรนแข่งฟุตบอลที่ถ่ายทอดสดอยู่ที่ประเทศกาตาร์

เซเย็ด อาเม็ด เอลวาดาอี ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ของสถาบันเพื่อสิทธิและประชาธิปไตยบาห์เรน กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เขาเชื่อว่าเหตุผลที่ อัล อาไรบี ตกเป็นเป้าหมายของรัฐบาลบาห์เรน เนื่องจากการเปิดเผยการซ้อมทรมานจากตำรวจบาห์เรน และการตำหนิราชวงศ์บาห์เรน ซึ่งรวมไปถึง ซัลมาน บิน อิบรอฮิม อัลเคาะลีฟะฮ์ ซึ่งเป็นประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียคนปัจจุบันและรองประธานฟีฟ่า และเป็นพระภาดา (ลูกพี่ลูกน้อง) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันของบาห์เรน

“ในปี 2558 และ 2559 ฮาคีมให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งทุกครั้งเขาจะพูดไม่ดีเกี่ยวกับ ซัลมาน บิน อิบรอฮิม อัลเคาะลีฟะฮ์” นายเอลวาดาวี กล่าว

ซัลมาน บิน อิบรอฮิม อัลเคาะลีฟะฮ์ ซึ่งเป็นประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียคนปัจจุบันและรองประธานฟีฟ่า และเป็นพระภาดา (ลูกพี่ลูกน้อง) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันของบาห์เรน

BAHRAIN INSTITUTE FOR RIGHTS AND DEMOCRACY
นายอัล อาไรบี (ขวา) จับมือกับซัลมาน บิน อิบรอฮิม อัลเคาะลีฟะฮ์ ซึ่งเป็นประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียคนปัจจุบันและรองประธานฟีฟ่า และเป็นพระภาดา (ลูกพี่ลูกน้อง) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันของบาห์เรน

นอกจากนั้น นายเอลวาดาวียังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่รัฐบาลบาห์เรนรู้ล่วงหน้าว่านายอัล อาไรบี จะเดินทางมายังไทย ซึ่งก็เป็นที่น่าสงสัยว่าเขาตกอยู่ภายใต้การติดตามตัวหรือไม่

นายเอลวาดาวี กล่าวอีกว่า หลังการหายตัวไปของนายจามาล คาชูจกิ ผู้สื่อข่าวอิสระของวอชิงตันโพสต์ ที่คาดว่าถูกลอบสังหารที่สถานกลสุลใหญ่ซาอุดีอาระเบีย ที่ประเทศตุรกี ประเทศต่าง ๆ ควรพิจารณาความสัมพันธ์ที่มีต่อประเทศอาหรับที่จำกัดสิทธิเสรีภาพอย่างซาอุดีอาระเบียและบาห์เรน

อัล อาไรบีหนีไปที่ออสเตรเลียในเดือน พ.ค. 2557 ซึ่งเขาได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว นั่นหมายความว่า เขาได้รับอนุญาตให้อยู่อาศัยในออสเตรเลีย

ปัจจุบัน เขาเป็นนักฟุตบอลในทีม Pascoe Vale FC ในเมืองเมลเบิร์น

“ผมกลัวมาก ๆ ว่าอาจถูกส่งกลับไปบาห์เรนเมื่อไรก็ได้ ซึ่งถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ชีวิตผมต้องจบสิ้นแน่นอน ผมจะถูกซ้อมทรมาน และอาจจะถูกฆ่าตายด้วยซ้ำ” อัล อาไรบีกล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติขึ้นมามีอำนาจเมื่อปี 2557 รัฐบาลไทยได้ส่งตัวผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยกลับประเทศในหลายกรณีจากคำขอของรัฐบาลต้นทาง ทั้งจากรัฐบาลจีน ตุรกี และบาห์เรน

องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนแอมเนสตี้ อินเตอร์แนชชั่นแนล รายงานว่า ในปี 2557 ประเทศไทยเคยส่งตัว อาลี ฮารูน กลับบาห์เรน หลังจากที่เขาหนีมาไทยหลังจากถูกจับกุมและอ้างว่าซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่บาห์เรนเมื่อปี 2556 หลังจากที่ร่วมในการประท้วงต่อต้านรัฐบาล โดยขณะนั้น นายฮารูนมีหมายจากอินเตอร์โพล

ครอบครัวของนายฮารูนบอกกับแอมเนสตี้ว่า นายฮารูนถูกซ้อมทรมานหลังจากที่ถูกส่งตัวกลับไปที่บาห์เรน และปัจจุบันถูกจำคุกตลอดชีวิต

บทความก่อนหน้านี้โรคเกาต์ กำเริบหนัก หนุ่มสุดทรมานเดินไม่ได้ คว้าเชือกผูกคอดับ เมียสุดช็อก
บทความถัดไปหญิงบราซิลให้กำเนิดทารกคนแรกของโลกจากมดลูกผู้บริจาคที่เสียชีวิต