ชุดไปรเวท : โลกโซเชียลถามชุดนักเรียนยังจำเป็นไหม หลังกรุงเทพคริสเตียนทดลองให้ใส่ชุดธรรมดามาเรียน

ชุดไปรเวท : โลกโซเชียลถามชุดนักเรียนยังจำเป็นไหม หลังกรุงเทพคริสเตียนทดลองให้ใส่ชุดธรรมดามาเรียน – BBCไทย

8 ม.ค. เป็นวันแรกที่ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โรงเรียนเอกชนชื่อดังเริ่มทดลองให้เด็กนักเรียนในระดับชั้น ม.1 – ม.6 สามารถสวมชุดไปรเวทเข้าเรียนได้ทุกวันอังคารเป็นเวลา 1 ภาคการศึกษา

เหตุการณ์นี้เรียกความสนใจให้ผู้คนในสังคมมาถกเถียงถึงความจำเป็นที่เด็กนักเรียนจะต้องแต่งเครื่องแบบอีกครั้ง หลังจากเมื่อกลางปี 2556 เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเรียนชั้น ม.ปลาย โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้สร้างความฮือฮาในสังคมไทยจากการออกมาเสนอ “ปฏิวัติการศึกษา” ซึ่งรวมถึงการยกเลิกชุดเครื่องแบบนักเรียน ผ่านสื่อมวลชนหลักและสื่อสังคมออนไลน์

ชุดไปรเวท นักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนในวันแรกที่ใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนได้

Thainewspix
นักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนในวันแรกที่ใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนได้

 

ปัจจุบัน โรงเรียนเอกชนในไทยภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สามารถเลือกได้ว่าจะให้นักเรียนสวมใส่ชุดอะไร ส่วนโรงเรียนรัฐบาลที่อยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังคงมีกฎระเบียบที่นักเรียนต้องใส่ชุดเครื่องแบบอยู่

อ. ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ระบุว่า หากโครงการเช่นนี้ส่งผลกระทบในทางลบต่อการเรียนการสอนของเด็ก ก็พร้อมจะยกเลิกทันที

“สุลต่าน”

วันแรกของโครงการ ณพัชร์ แสงบัวแก้ว นักเรียน ม.6 กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย มาในชุด “สุลต่าน” ด้วยเหตุผลว่า “วันอังคารหน้าจะใส่อะไรที่ปกติกว่านี้แล้วครับ วันแรกนี้วันแรกเลยอยากใส่อะไรที่มันแสดงออกว่ามีอิสระ ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์”

“อวดแบรนด์เนมมันไม่เกี่ยวกับชุดนักเรียน เพราะใส่ชุดนักเรียนก็อวดอย่างอื่นได้ เช่น นาฬิกา กระเป๋า หรือโทรศัพท์มือถือ” ณพัชร์บอกกับบีบีซีไทย

เมื่อสอบถามว่า ชุดอะไรประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่ากัน ณพัชร์บอกว่า “ชุดไปรเวทประหยัดกว่า เพราะเป็นชุดที่ตัวเองมี” ซึ่งเครื่องแบบนักเรียนของเขานั้นมีราคาประมาณ 500 – 600 บาท โดยหมายรวมถึงเสื้อและกางเกงเท่านั้น

ต้นทุนชุดนักเรียนราคามาตรฐานตามท้องตลาดทั่วไป

BBC
ต้นทุนชุดนักเรียนราคามาตรฐานตามท้องตลาดทั่วไป

นอกจากนี้ เขายังมีทัศนะด้วยว่า การใส่ชุดนักเรียนเป็นข้ออ้างมากกว่าว่าต้องการให้สังคมเท่าเทียมกัน แต่โลกความจริงมันไม่เท่ากัน

“มันทำให้เราไม่ยอมรับมากกว่าว่าสังคมแตกต่างกัน เราควรจะสอนให้ยอมรับข้อแตกต่างของทุกคนมากกว่าทำให้ทุกคนเท่าเทียมกันขนาดนี้ มันทำโดนตัดสิทธิของทุกคนออกไปเลย”

ณพัชร์หวังว่าจะได้เข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาที่สาขาการเมืองและการระหว่างประเทศ (BIR) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้ประเทศสามารถพัฒนาได้ และยังมองว่าเกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน

ปัญหาเร่งด่วนมากกว่าคือคุณภาพการศึกษา

ดร.บุญธรรม พิมพาภรณ์ เลขาธิการสภาผู้ปกครองและครูแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นถึงโครงการทดลองดังกล่าวของกรุงเทพคริสเตียนกับบีบีซีไทย ว่า เป็นเรื่องของสถาบัน เป็นความสมัครใจของผู้ปกครองกับโรงเรียน “แต่ถ้าเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เขาไม่เห็นด้วย

จากประสบการณ์ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน 6 แห่งในประเทศไทย เช่น โรงเรียนราชวินิต และสามเสนวิทยาลัย ดร.บุญธรรม บอกว่า เด็กไทยส่วนมากยังขาดวินัยทั้งต่อตัวเองและสังคม ซึ่งการสวมชุดเครื่องแบบนั้นสามารถช่วยฝึกฝนได้ทางหนึ่ง

“เป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียน เด็กถึงภาคภูมิใจ” อีกทั้งวิชาลูกเสือและเนตรนารีที่เด็กได้ฝึกปฏิบัติตามกฎกติกาก็เสริมสร้างวินัยได้เช่นกัน

ชุดนักเรียน

Getty Images

นอกจากนี้ เขามองว่าการให้นักเรียนแต่งชุดไปรเวทจะหันเหความสนใจของเด็กออกไปจากการเรียน ดังนั้นพัฒนาการทางความรู้และสติปัญญาก็อาจน้อยลง และน่าจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าด้วย เนื่องจากรัฐบาลมีเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบชุดนักเรียนให้ผู้ปกครอง ซึ่งบีบีซีไทยสืบค้นข้อมูลพบว่า เป็นเงินจำนวน 450 – 500 บาท สำหรับเด็กนักเรียนชั้น ม. ต้น – ม. ปลาย ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ

เขายังกังวลว่า เด็กจะไปสนใจเรื่องยี่ห้อของเสื้อผ้า แล้วแข่งขันกัน “ผมว่าพ่อแม่ 80-90% ไม่เห็นด้วย” ดร.บุญธรรมประเมิน ทั้งยังเสนอว่า “น่าจะเกาให้ถูกที่คัน ปัญหาเร่งด่วนมากกว่าคือคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย”

ผู้ปกครองกังวล

ผู้ปกครองในต่างจังหวัดอย่างมณเฑียร วรรณแสงทอง ที่มีลูกอยู่ ม. 2 และ ม. 4 โรงเรียนห้วยยอด จ. ตรัง ก็แสดงความกังวลใจหากนักเรียนสามารถเลือกได้ว่าจะแต่งชุดไปรเวทไปเรียน โดยเฉพาะในเรื่องการเงิน

“กังวลใจไม่น้อยหากลูกต้องเปลี่ยนไปแต่งชุดไปรเวท” เขาบอกบีบีซีไทย และเพิ่มเติมว่าเด็กอาจจะให้ความสำคัญกับเรื่องของแฟชั่นมากจนเกินไป ปัญหาก็จะตกไปอยู่ที่ผู้ปกครองซึ่งมีสถานะทางการเงินที่ต่างกัน

มณเฑียรระบุว่าชุดนักเรียนน่าจะประหยัดได้มากกว่า

“ปกติก็ไม่จำเป็นต้องซื้อชุดนักเรียนใหม่ในทุกปีการศึกษา เพราะขึ้นอยู่กับการเติบโตของเด็ก เมื่อไรที่ชุดมีขนาดเล็กจนเกินไปถึงจะต้องซื้อใหม่ โดยเฉลี่ยปีละ 1 ชุด ราคาประมาณ 500 บาท ซึ่งแตกต่างจากการซื้อเสื้อผ้าทั่วไปที่มักจะเปลี่ยนตามความนิยมมากกว่าเรื่องของการใช้งาน”

อย่างไรก็ตาม มณเฑียรไม่กังวลใจว่าการแต่งชุดไปรเวทจะทำให้เด็กขาดระเบียบวินัย เพราะสิ่งนี้เกิดจากการบ่มเพาะเลี้ยงดูมากกกว่า

ชุดนักเรียน

Getty Images

งานวิจัยต่างชาติว่าอย่างไร

เรเชล เฮสเคธ ผู้ช่วยนักวิจัยประจำ สถาบันนโยบาย (Policy Institute) แห่งมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ได้เขียนบทความเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย เมื่อปี 2015 ในประเด็นนี้ว่า หากสรุปจากผลศึกษาวิจัยที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่พบความเชื่อมโยงสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างการใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนและผลการเรียน เธอระบุว่า มีการตั้งทฤษฎีอยู่มากมายแต่ยังมีหลักฐานที่เชื่อถือได้น้อย

งานศึกษาโดย อีเลน จาร์ชาว ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Phi Delta Kappan ในปี 1992 ในสหรัฐฯ ระบุว่า เครื่องแบบนักเรียนเสริมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความภาคภูมิใจในหมู่นักเรียน ซึ่งช่วยพัฒนาในเรื่องความประพฤติ

เดล สโตเวอร์ เขียนในวารสาร American School Board Journal ในปี 1990 ว่า การใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ที่ดีเพราะนักเรียนไม่โดนรบกวนสมาธิจากการแต่งกาย และก็ไม่ตกเป็นเหยื่อของการล้อเลียนของเพื่อนด้วย

อย่างไรก็ตาม ซึงฮี ฮาน จากมหาวิทยาลัยมิสซูรี ได้เขียนบทความลงในวารสาร International Journal of Education policy and Leadership ของมหาวิทยาลัยไซมอน เฟรเซอร์ ในแคนาดาว่า มีความเป็นไปได้ว่า เครื่องแบบนักเรียนจะทำให้เกิดบรรยากาศที่ถูกควบคุมในลักษณะเผด็จการซึ่งอาจทำให้นักเรียนบางคนไม่พอใจได้ และเวลาที่ใช้ไปกับการบังคับกฎระเบียบอาจทำให้เสียเวลาในการเรียนการสอนได้

เฮสเคธยกการศึกษาวิจัยโดย เดวิด แอล. บรันซ์มา และเคอร์รี เอ. ร็อคเคอมอร์ จากปี 1998 ซึ่งทั้งถูกอ้างอิงมากและก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากเช่นกัน งานวิจัยนี้สรุปว่า ไม่มีหลักฐานที่จะบอกว่าการใส่เครื่องแบบนักเรียนเชื่อมโยงกับปัญหาเรื่องความประพฤติ การใช้สารเสพติด หรือการเข้าชั้นเรียน

ชุดนักเรียน

Getty Images

ในปี 2010 งานวิจัยโดย เอลิซาเบตตา เจ็นไทล์ และ สก็อตต์ อิมเบอร์แมน จากมหาวิทยาลัยฮิวสตัน ในสหรัฐฯ เสนอว่า แม้ว่าเครื่องแบบนักเรียนจะไม่มีผลต่อพฤติกรรมและผลการเรียนในระดับประถม เครืองแบบนักเรียนมีผลดีเล็กน้อยต่อผลการเรียนภาษาและการเข้าชั้นเรียนในระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนหญิง

เฮสเคธ สรุปไว้ว่า เป็นเรื่องยากที่เราจะแยกแยะออกมาว่าการใส่เครื่องแบบนักเรียนส่งผลอย่างไรต่อปัจจัยอื่น ๆ บ้าง นอกจากนั้น ยังมีเรื่องทัศนคติที่เป็นอคติต้องพิจารณาด้วย ตัวอย่างเช่น โรงเรียนที่มีปัญหาเรื่องพฤติกรรมและผลการเรียนนักเรียนอาจจะมีแนวโน้มบังคับใช้เครื่องแบบนักเรียนมากกว่า และก็จะไม่พูดถึงผลเชิงลบของการบังคับใส่เครื่องแบบนักเรียน

บทความก่อนหน้านี้อาทิตย์ละต้น : รักเร่
บทความถัดไปศิลปะจากกลิ่น เพื่อผู้พิการสายตา