สาวซาอุฯ : ออสเตรเลียรับพิจารณาสถานะลี้ภัยของสาวซาอุฯ แล้ว หลังจากเธอได้รับสถานะผู้อพยพจากยูเอ็น

EPA/THAI IMMIGRATION BUREAU

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศว่า น.ส.ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วถูกกักตัวที่โรงแรมในสนามบินสุวรรณภูมิ ในระหว่างเดินทางหลบหนีจากครอบครัวเพื่อไปออสเตรเลีย ได้สถานะเป็นผู้อพยพของสหประชาชาติ

หญิงสาววัย 18 ปี ซึ่งปฏิเสธการส่งตัวโดยทางการไทยไปยังคูเวตทางเครื่องบิน และขังตัวเองในห้องพักโรงแรมภายในสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่า เธอหวาดกลัวว่าจะถูกครอบครัวของเธอจะฆ่าเนื่องจากการเปลี่ยนศาสนา

ขณะนี้เธอได้รับการอนุญาตให้เข้าไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อให้อยู่ใต้ความดูแลของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ (UNHCR) และการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ ระหว่างที่รอดูว่าจะไปประเทศที่สาม คาดว่าใช้เวลา 5-7 วัน

ทั้งนี้ หน่วยงานของสหประชาชาติได้ส่งกรณีของเธอไปยังทางการออสเตรเลียพิจารณาความเป็นไปได้ในการย้ายถิ่นฐานไปยังออสเตรเลีย

ล่าสุด รัฐบาลออสเตรเลียได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลียกำลังพิจารณาคำร้องดังกล่าวตามขั้นตอนปกติ และข้อความในแถลงการณ์ดังกล่าวระบุอีกว่า “รัฐบาลออสเตรเลียยังไม่สามารถให้ความเห็นใด ๆ ต่อเรื่องดังกล่าวในขณะนี้”

อย่างไรก็ตาม มีเจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลียรายหนึ่งออกส่งสัญญาณว่า คำขอลี้ภัยในออสเตรเลียจะได้รับการรับรอง

เมื่อวันอังคารนี้ หญิงวัย 18 ผู้นี้ทวีตว่าแผนเบื้องต้นของเธอก็คือการร้องขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย และเรียกร้องให้สหราชอาณาจักร, แคนาดา, สหรัฐอเมริกา หรือว่าออสเตรเลียให้อนุมัติให้เธอเข้าเมืองในฐานะผู้ลี้ภัย

AFP
เมื่อวันอังคารนี้ หญิงวัย 18 ผู้นี้ทวีตว่าแผนเบื้องต้นของเธอก็คือการร้องขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย และเรียกร้องให้สหราชอาณาจักร, แคนาดา, สหรัฐอเมริกา หรือว่าออสเตรเลียให้อนุมัติให้เธอเข้าเมืองในฐานะผู้ลี้ภัย

“หากว่าพบว่าเธอมีสถานะผู้อพยพ เราจะพิจารณาให้วีซ่าด้านมนุษยธรรมอย่างจริงจัง” นายเกร็ก ฮันท์ รัฐมนตรีสาธารณสุขออสเตรเลียให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซีนิวส์ของออสเตรเลีย ก่อนที่รายงานจากหน่วยงานของสหประชาชาติจะมีการตัดสินใจดังกล่าว

ขณะที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ในประเทศไทยปฏิเสธไม่ให้ความคิดเห็นใด ๆ ในกรณีนี้

สาวซาอุฯ ปฎิเสธที่จะพบกับครอบครัว

ขณะนี้ครอบครัวของ น.ส.แอล-เคนูน ซึ่งประกอบด้วย พ่อและพี่ชาย ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อขอพบกับเธอ แต่ว่าเธอได้ปฏิเสธที่จะพบด้วย เนื่องจากเธอยังหวาดกลัวว่าจะได้รับอันตราย โดยเฉพาะการที่เธอเปลี่ยนศาสนาจากอิสลาม ตามหลักทางศาสนาการกระทำของเธอถือว่าเป็นความผิดโทษฐาน “ละทิ้งศาสนา” ซึ่งมีโทษถึงขั้นประหารชีวิตในซาอุดีอาระเบีย

พ่อของเธอนั้นเป็นผู้ว่าการของเมืองอัล ซูไลมี ที่อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเฮลในซาอุดีอาระเบีย น.ส. แอล-เคนูนกล่าวว่าชีวิตของเธอตกอยู่ในอันตราย ครอบครัวของเธอขู่ว่าจะสังหารเธอในความผิดที่เล็กน้อยกว่านี้

ส่วนโฆษกของครอบครัวเธอปฏิเสธที่ให้ความคิดเห็นใด ๆ เพิ่มเติมในกรณีนี้ กล่าวเพียงแต่ว่าพวกเขาเป็นกังวลว่าเธอจะปลอดภัยดีหรือไม่

เมื่อวันอังคารนี้ หญิงวัย 18 ผู้นี้ทวีตว่าแผนเบื้องต้นของเธอก็คือการร้องขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย และเรียกร้องให้สหราชอาณาจักร, แคนาดา, สหรัฐอเมริกา หรือว่าออสเตรเลียให้อนุมัติให้เธอเข้าเมืองในฐานะผู้ลี้ภัย

หารือกับผู้ปกครองสาวซาอุฯ วันนี้

วันนี้ เวลา 15.30 น.พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะเดินทางไปสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เพื่อเข้าพูดคุยกับบิดาของสาวชาวซาอุดิอาระเบีย พร้อมด้วย นายอับดุลลอฮ์ มูฮัมหมัด อัลชุเอบี้ อุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย

https://twitter.com/rahaf84427714/status/1082005189874221056

บทความก่อนหน้านี้จิตแพทย์ชี้ หากตำรวจคิดฆ่าตัวตาย มักประสบความสำเร็จสูงกว่าคนในอาชีพอื่น
บทความถัดไปชุดไปรเวท : งานวิจัยต่างชาติพบชุดนักเรียนช่วยเรื่องความประพฤติ แต่อาจสะท้อนการควบคุมในลักษณะเผด็จการ