เลือกตั้ง 2562 : นายกฯ แถลงผลงาน 4 ปี ภูมิใจทำประเทศก้าวหน้า เศรษฐกิจโตขึ้น ยืนยัน “ยังไงก็ไม่ออก ถึงมาไล่ก็ไม่ออก”

BBC

เลือกตั้ง 2562 : นายกฯ แถลงผลงาน 4 ปี ภูมิใจทำประเทศก้าวหน้า เศรษฐกิจโตขึ้น ยืนยัน “ยังไงก็ไม่ออก ถึงมาไล่ก็ไม่ออก” – BBCไทย

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. แถลงผลงานรัฐบาล 4 ปี ในวันที่ 1 ก.พ. โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมยืนยันด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่าจะดำเนินงานไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา โดยที่เขาจะไม่ลาออกไม่ว่าจะโดนกดดันแค่ไหนก็ตาม

“ผมไม่ออก ยังไงก็ไม่ออก ถึงมาไล่ผมก็ไม่ออก อย่ามากดดันกันให้มาก” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

“คุณลองไปดูผู้นำของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกซิว่ามีใครลาออกระหว่างช่วงมีการเลือกตั้งบ้าง โอมาม่า ก็ไม่ได้ลาออก สี จิ้นผิง ก็ไม่ได้ลาออกช่วงทำการเลือกตั้ง ขนาดตอนคุณอภิสิทธ์ลงรับสมัครเลือกตั้ง พร้อมนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เค้ายังไม่ลาออกจากตำแหน่งเลย และคุณอภิสิทธ์ก็ไม่ได้ชนะการเลือกตั้งด้วย ฉะนั้นการมีอยู่ซึ่งอำนาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบเลย และรัฐธรรมนูญไทยก็ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าต้องลาออก เพราะฉะนั้นผมก็จะไม่ลาออก”

การลงประชามติสนับสนุนรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2559

Getty Images
การลงประชามติสนับสนุนรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2559

นายกรัฐมนตรีให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญไม่เคยระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องลาออก และจะดำเนินงานต่อไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามารับตำแหน่ง พร้อมกล่าวแบบทีเล่นทีจริงว่า “ยังไงก็ไม่ออก มึงมาไล่ดูซิ”

ปฏิกิริยาโซเชียลมีเดีย

หลังจากนั้นไม่นานชาวเน็ตไทยต่างก็นำเอาคำพูดของพล.อ. ประยุทธ์มาติดแฮ็ชแท็ก และก็ทำให้ #มึงมาไล่ดูซิ ขึ้นอันดับ 1 ของกระแสในกรุงเทพฯ ของทวิตเตอร์ในเวลาอันรวดเร็ว

ขณะที่กระแสตอบรับในโซเชียลมีเดียในช่วงระหว่างการถ่ายทอดสดของการแถลงผลงานผ่านเฟซบุ๊กของช่อง NBT แบ่งออกเป็นทั้งกลุ่มที่ให้การสนับสนุน และทั้งคัดค้าน

ในกลุ่มที่คัดค้านแสดงความคิดว่าว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีแถลงนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว และไม่ได้มีผลงานอะไรอันโดดเด่นมากพอขนาดที่จะพูดได้ถึง 2 ชั่วโมง

แต่เสียงส่วนใหญ่ให้ความสำคัญไปกับประเด็นที่นายกฯ แก้ปัญหาเรื่องฝุ่นละออง 2.5 PM ได้ไม่ดีพอ ในส่วนของผู้สนับสนุนหลาย ๆ คนต่างก็ส่งข้อความมาให้กำลังใจ พล.อ. ประยุทธ์ พร้อมชมว่าเป็นผู้นำที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมี อีกทั้งยังบอกให้ นายกฯ ไม่ต้องให้ความสำคัญกับสียงวิจารณ์แบบมีอคติมากเกินไป

สะท้อนถึง “ความเป็นทหาร”

ดร.ธิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มองว่าการแถลงผลงานของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบต่อความเห็นทางโซเชียลมีเดียที่ปฏิเสธนายกรัฐมนตรี มากกว่าการแถลงผลงานของทางการ และยังสะท้อนให้เห็นถึง “ความเป็นทหาร” ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะการพูด หรือการที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือตั้งคำถาม

ทั้งนี้ ดร.ธิติพลกล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามามีอำนาจเมื่อปี 2557 ก็ไม่มีผลงานอะไรที่โดดเด่น รวมถึงประชาชนชาวบ้านในภาคอีสานก็ไม่ได้มีความเชื่อมั่นในการบริหารงานของรัฐบาล

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่าจะดำเนินงานไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา โดยที่จะไม่ลาออกไม่ว่าจะโดนกดดันแค่ไหนก็ตาม ก็มีการยกตัวอย่างถึงอดีตผู้นำประเทศต่าง ๆ รวมไปถึงประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกา ว่าไม่ได้ลาออก ซึ่ง ดร.ธิติพลตั้งข้อสังเกตว่า ผู้นำเหล่านั้นเข้าสู่อำนาจผ่านกระบวนการประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์เข้าสู่อำนาจด้วยการรัฐประหาร ซึ่งไม่สามารถเทียบเคียงกันได้

สแตนดี้นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในวันเด็ก

Getty Images
สแตนดี้นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในวันเด็ก

“จริง ๆ ควรเป็นรัฐบาลรักษาการณ์ การที่นายกมีอำนาจเต็มและเป็นหัวหน้า คสช. เป็นสิ่งหนึ่งที่อาจลดทอนการจัดการการเลือกตั้ง เรื่องของความโปร่งใสและความเป็นธรรม เช่น พรรคพลังประชารัฐที่ชัดเจนว่าสนับสนุนทหาร คสช. และสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ การหาเสียงหรือทำกิจกรรมของพรรคที่อาจจะผิดกฎหมาย แต่ความเป็นไปได้ที่หน่วยงานของรัฐจะเข้าไปควบคุมพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลก็คงมีน้อย” ดร.ธิติพล กล่าว

“หลายวาทกรรมของนายกฯ แสดงให้เห็นถึงการปฏิเสธประชาธิปไตย และต้องการประชาธิปไตยเพียงแค่เป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมแก่อำนาจของตัวเอง และอำนาจของตัวเองภายหลังการเลือกตั้งมากกว่า”

เศรษฐกิจเด่น เงินทุนสำรองแน่น ประเทศมั่นคง

ก่อนหน้าคำแถลงการด้วยท่าทีอันเกรี้ยวกราด พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แถลงถึงผลงานรัฐบาลหลังจากบริหารประเทศมาเป็นปีที่ 4 ว่ารัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศ โดยสานต่อภารกิจของ คสช. พร้อมชู 6 ยุทธศาสตร์ ที่ทางรัฐบาลได้ช่วยแก้ปัญหาให้ประเทศชาติได้อย่างสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่นการที่เศรษฐกิจดีขึ้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี พ.ศ.2561 ที่ 4.3% เมื่อเทียบกับปีพ.ศ.2557 ที่โตเพียงแค่ 1.0% เท่านั้น อีกทั้งยังคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจไทยในปี พ.ศ.2562 นี้ มีแนวโน้มที่จะโต 4% พร้อมเผยทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 201.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยนับได้ว่าเป็นอันดับแรก ๆ ของโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ ทางรัฐบาลก็ยังให้ความสำคัญกับการวางพื้นฐานที่ดีให้กับระบบเศรษฐกิจ ให้มีความมั่นคง และประชาชนทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ และมีโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ การจัดระเบียบสังคม และเสริมสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ทางรัฐบาลจะกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างชัดเจน สำหรับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง เราต้องสร้างประเทศชาติให้มั่นคง ประชาชนมีความสุขปลอดภัยและมีความสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้สำหรับการดำเนินงานของรัฐบาลในปีที่ 4 เป็นการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของประเทศ โดยมีแนวทางและมาตรการที่ต่อเนื่องมาจาก 3 ปีที่ผ่านมา อาทิ การรักษาความมั่นคงภายใน การแก้ไขปัญหายาเสพติด การประมง และการค้ามนุษย์ ส่วนการลงทุน ได้เน้นไปในอุตสาหกรรมที่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยย้ำว่าการทำสัญญากับบริษัทเอกชนต่างชาติต่าง ๆ เป็นไปเพื่อการเพิ่มศักยภาพในการลงทุน เพื่อให้ประเทศและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

ให้ความสำคัญแก่คนรากหญ้า

โดยที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าตลอด 4 ปีที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศชาตินั้น ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรากหญ้ามาโดยตลอด โดยเฉพาะชาวเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายช่วยเหลือต่าง ๆ ที่รัฐบาลจัดทำขึ้น อาทิเช่น นโยบายกวาดล้างหนี้นอกระบบและการขายฝากโฉนด อีกทั้งยังช่วยหาทางออกให้เกษตรกรได้ทำมาหากินได้จากที่ดินของตัวเอง และยังเพิ่มเบี้ยเลี้ยงเด็กแรกเกินไปจนถึงเบี้ยผู้สูงอายุแบบขั้นบันไดอีกด้วย

พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับประเทศ โดยที่การท่องเที่ยวของไทยติดอันดับ 10 ของโลก และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยกว่า 38.27 ล้านคน สร้างรายได้เพิ่มขึ้น 57,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.20 ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับ 4 ของโลกจึงขอสื่อมวลชนอย่าเสนอข่าวที่ทำร้ายประเทศ ดังนั้นจึงขอทุกฝ่ายช่วยกันรักษา รวมถึงช่วยกันให้ข้อมูลที่เป็นผลดีกับประเทศ และไม่ส่งต่อข้อมูลความขัดแย้ง จนส่งผลเสียต่อประเทศ

หลังจากมีการแถลงผลงานของรัฐบาลตลอด 4 ปี เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำว่ารัฐบาลจะมีการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างจริงจังและเร่งด่วน พร้อมวอนให้ประชาชนศึกษาข้อมูลเรื่องความแตกต่างระหว่างฝุ่นละออง PM 2.5 กับ PM 10 ให้เข้าใจก่อนที่จะมาวิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย และร้องข้อให้ประชาชนรวมถือสื่ออย่าบิดเบือนข้อมูลและสร้างความสับสนให้กับประชาชน


แบนเนอร์เลือกตั้ง

BBC

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562

บทความก่อนหน้านี้“บุรีรัมย์เกมส์” ยังวุ่น วันแข่งขันไม่ลงตัว คาดฟันธงก่อน วันที่ 12 ก.พ.นี้
บทความถัดไปตรุษจีนปีนี้เงินสะพัดกว่า 5.8 หมื่นล้าน โต 2.7% ชี้ฝุ่นไม่มีผลกับการตัดสินใจท่องเที่ยว